0
ฟาร์มเกษตร ชีวิตเกษตรครบวงจร ชุมชนเกษตรออนไลน์ 24 ชั่วโมงทุกวัน โพสถามปัญหาพืช ตอบไวทุกวัน ดูดวงโหราศาสตร์คำนวณจริง เล่นเกมเกษตรสนุกผ่อนคลาย

น้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยคอกที่ยังไม่ย่อยสลาย ทำไมใส่แล้วพืชใบเหลือง รากเน่า และเกิดก๊าซไข่เน่าในดิน

เกษตรกรจำนวนมากนิยมใช้ปุ๋ยคอกและน้ำหมักชีวภาพเพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินและลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี แต่กลับพบปัญหาว่าหลังจากใส่ปุ๋ยคอกสดหรือราดน้ำหมักชีวภาพที่ยังหมักไม่สมบูรณ์ลงในแปลงปลูก พืชกลับแสดงอาการใบเหลือง ชะงักการเจริญเติบโต รากเน่าดำ และมีกลิ่นเหม็นคล้ายก๊าซไข่เน่าโชยขึ้นมาจากดิน สาเหตุของความเสียหายเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากตัวอินทรียวัตถุเป็นพิษโดยตรง แต่เกิดจากกระบวนการทางชีวเคมีของจุลินทรีย์ในดินที่กำลังย่อยสลายอินทรียวัตถุยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งสามารถอธิบายตามหลักวิชาการเกษตรได้ดังนี้ 1. การแย่งใช้ไนโตรเจนในดินของจุลินทรีย์ ปุ๋ยคอกสดหรือเศษซากพืชที่ยังไม่ผ่านการหมักจะมีอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน หรือ C/N Ratio (อัตราส่วน C ต่อ N) ในระดับที่สูงมาก เมื่อนำลงสู่ดิน จุลินทรีย์ในดินจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อทำการย่อยสลายคาร์บอน แต่จุลินทรีย์จำเป็นต้องใช้ธาตุไนโตรเจน (Nitrogen) ในการสร้างเซลล์และขยายพันธุ์ จึงเกิดกระบวนการที่เรียกว่า Nitrogen Immobilization (การตรึงไนโตรเจนไว้ในเซลล์จุลินทรีย์) โดยจุลินทรีย์จะดึงไนโตรเจนที่มีอยู่ในดินไปใช้จนหมด ทำให้รากพืชขาดธาตุไนโตรเจนอย่างเฉียบพลัน พืชจึงแสดงอาการใบเหลืองซีดตั้งแต่ใบล่างขึ้นไปและแคระแกร็น 2. ความร้อนและสภาวะขาดออกซิเจนในเขตรากพืช กระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุในระยะแรกเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน หรือ Exothermic Reaction (ปฏิกิริยาที่ปลดปล่อยพลังงานความร้อน) โดยกิจกรรมของจุลินทรีย์กลุ่มชอบความร้อน หรือ Thermophilic Bacteria (แบคทีเรียที่เจริญในอุณหภูมิสูง) สามารถทำให้อุณหภูมิในกองปุ๋ยหรือบริเวณรากพืชสูงถึง 50 ถึง 60 องศาเซลเซียส ความร้อนระดับนี้จะลวกรากฝอยของพืชจนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ยังใช้ออกซิเจน (Oxygen) ในดินไปในปริมาณมหาศาลเพื่อหายใจและย่อยสลายสารอินทรีย์ ทำให้ดินบริเวณรากเกิดสภาวะขาดออกซิเจน รากพืชจึงไม่สามารถหายใจและดูดซึมน้ำหรือธาตุอาหารได้ตามปกติ 3. การเกิดก๊าซไข่เน่าและกรดอินทรีย์ที่เป็นพิษต่อราก เมื่อจุลินทรีย์ใช้ออกซิเจนในดินจนหมด โดยเฉพาะในสภาพดินแฉะหรือมีการราดน้ำหมักชีวภาพที่เข้มข้นเกินไป ดินจะเข้าสู่สภาวะไร้ออกซิเจน หรือ Anaerobic Condition (สภาวะที่ไม่มีออกซิเจน) จุลินทรีย์กลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนจะเข้ามาย่อยสลายสารอินทรีย์แทน และปล่อยของเสียออกมาในรูปของกรดอินทรีย์สายสั้น หรือ Organic Acids (กรดอินทรีย์) ก๊าซมีเทน (Methane) แอมโมเนีย (Ammonia) และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) หรือก๊าซไข่เน่า ก๊าซเหล่านี้มีพิษร้ายแรงต่อเซลล์รากพืช ทำให้รากเน่าเปื่อยเป็นสีดำ และเปิดแผลให้เชื้อราโรคพืช เช่น เชื้อราไฟทอปธอรา (Phytophthora) และพิเทียม (Pythium) เข้าทำลายซ้ำเติมจนต้นพืชยืนต้นตายในที่สุด 4. วิธีสังเกตและแนวทางการแก้ไขอย่างถูกต้อง ก่อนนำปุ๋ยคอกหรือน้ำหมักชีวภาพมาใช้ ต้องมั่นใจว่าผ่านกระบวนการหมักจนสมบูรณ์แล้ว โดยปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายสมบูรณ์จะต้องมีลักษณะร่วนซุย สีคล้ำ อุณหภูมิเย็นเท่ากับสภาพแวดล้อม และไม่มีกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์เหลืออยู่ ส่วนน้ำหมักชีวภาพควรหมักจนหมดฟองก๊าซ มีกลิ่นหอมเปรี้ยวคล้ายแอลกอฮอล์หรือน้ำส้มสายชู ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า และต้องเจือจางกับน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสมก่อนนำไปใช้เสมอ หากใส่ปุ๋ยคอกสดลงดินไปแล้วและพืชเริ่มมีอาการใบเหลือง ให้รีบงดการให้น้ำชั่วคราวเพื่อให้ดินแห้งและมีอากาศถ่ายเท พรวนดินรอบทรงพุ่มเบาๆ เพื่อเติมออกซิเจนลงในดิน และฉีดพ่นปุ๋ยทางใบที่มีธาตุไนโตรเจนเพื่อประคองต้นพืชระหว่างที่ระบบรากกำลังฟื้นตัว สรุป การใช้ปุ๋ยคอกและน้ำหมักชีวภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพืชปลูก หัวใจสำคัญคือการหมักให้ย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ก่อนนำลงดิน เพื่อลดความร้อน ป้องกันการแย่งไนโตรเจนในดิน และหลีกเลี่ยงการเกิดสภาวะไร้ออกซิเจนที่เป็นต้นเหตุของก๊าซไข่เน่าและโรครากเน่า เพียงจัดการกระบวนการหมักอย่างถูกวิธี อินทรียวัตถุเหล่านี้ก็จะกลายเป็นแหล่งธาตุอาหารชั้นดีที่ช่วยฟื้นฟูดินและสร้างความแข็งแรงให้แก่พืชได้อย่างยั่งยืน
แชร์:

ความคิดเห็น

ความเห็นและคำตอบในชุมชนเป็นของผู้ใช้งานแต่ละคน ไม่ใช่การวินิจฉัยมืออาชีพ และไม่ใช่ความเห็นของฟาร์มเกษตร ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่เกษตรก่อนใช้ยา/สารเคมี — อ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ถามหมอพืช

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? ลองถามเกษตรกรด้วยกันที่ ชุมชนเกษตรออนไลน์ ได้ฟรี