เพลี้ยหอย เป็นแมลงศัตรูพืช ที่พบในพืชใดได้บ้าง สารสำคัญใด ใช้ป้องกันกำจัดเพลี้ยหอยได้
เพลี้ยหอย เป็นแมลงปากดูดที่พบได้ในพืชหลายชนิด มักเกาะอยู่ตามใบ กิ่ง และผล และมีเปลือกหรือสารเคลือบช่วยป้องกันตัว จึงกำจัดระยะตัวเต็มวัยได้ค่อนข้างยาก การควบคุมควรเน้นระยะตัวอ่อนที่เรียกว่า Crawler (แครอว์เลอร์)
1. เพลี้ยหอยคืออะไร
เพลี้ยหอย (Scale insects) อยู่ในอันดับ Hemiptera กลุ่ม Coccoidea แบ่งกลุ่มสำคัญเป็น เพลี้ยหอยเกราะแข็ง (Armored scale) และเพลี้ยหอยนิ่ม (Soft scale)
เพลี้ยหอยนิ่มหลายชนิดสร้างน้ำหวาน (Honeydew) ทำให้เกิดราดำ (Sooty mold) ตามใบและกิ่ง ส่วนเพลี้ยหอยเกราะแข็งมีเกราะช่วยป้องกันตัว
2. พบในพืชอะไรบ้าง
พบได้ในพืชจำนวนมาก เช่น ส้ม มะนาว มะม่วง ฝรั่ง องุ่น มะพร้าว กาแฟ รวมถึงพืชผัก พืชไร่ ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้กระถาง
การเข้าทำลายเกิดจากการดูดน้ำเลี้ยง ทำให้ใบเหลือง ใบแห้ง การเจริญเติบโตลดลง และหากระบาดรุนแรงอาจทำให้กิ่งแห้งหรือต้นทรุดโทรม
3. น้ำมันปิโตรเลียม
สารสำคัญ: Mineral oil / Horticultural oil (มิเนอรัลออยล์ / น้ำมันกำจัดแมลงทางการเกษตร)
ข้อดี คือ เคลือบตัวแมลงและรบกวนการหายใจ เหมาะกับเพลี้ยหอยหลายชนิด และมีผลต่อแมลงที่เป็นประโยชน์น้อยกว่าสารออกฤทธิ์กว้างบางชนิด
ข้อเสีย คือ ต้องพ่นให้ถูกตัวและทั่วถึง และอาจเกิดพิษต่อพืช (Phytotoxicity) หากใช้ผิดอัตราหรือพ่นในช่วงที่พืชเครียด
4. บูโพรเฟซิน
สารสำคัญ: Buprofezin (บูโพรเฟซิน)
กลุ่ม IRAC: 16
เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของแมลง (Insect Growth Regulator: IGR) เหมาะกับระยะตัวอ่อน
ข้อดี คือ ออกฤทธิ์เด่นในระยะตัวอ่อน และมีกลไกแตกต่างจากสารหลายกลุ่ม
ข้อเสีย คือ ไม่ได้ออกฤทธิ์น็อกแมลงทันที จึงต้องใช้ให้ตรงระยะการเจริญ
5. ไพริพรอกซีเฟน
สารสำคัญ: Pyriproxyfen (ไพริพรอกซีเฟน)
กลุ่ม IRAC: 7C
เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของแมลง (IGR) มีผลต่อการพัฒนาและการเปลี่ยนระยะของแมลง
ข้อดี คือ เหมาะกับระยะตัวอ่อน และสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)
ข้อเสีย คือ ไม่ใช่สารน็อกเร็ว และไม่ควรใช้กลุ่มเดิมซ้ำต่อเนื่อง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา
6. สไปโรเตตราแมต
สารสำคัญ: Spirotetramat (สไปโรเตตราแมต)
กลุ่ม IRAC: 23
เป็นสารที่เคลื่อนย้ายภายในพืช (Systemic) และยับยั้งการสร้างไขมันของแมลง
ข้อดี คือ มีคุณสมบัติดูดซึมและเคลื่อนย้ายภายในพืช เหมาะกับแมลงปากดูดบางชนิด
ข้อเสีย คือ ออกฤทธิ์ไม่จำเป็นต้องเห็นผลทันที และประสิทธิภาพขึ้นกับชนิดแมลง พืช และวิธีใช้
7. อิมิดาโคลพริด
สารสำคัญ: Imidacloprid (อิมิดาโคลพริด)
กลุ่ม IRAC: 4A
เป็นสารกำจัดแมลงแบบดูดซึม (Systemic insecticide) กลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ (Neonicotinoid)
ข้อดี คือ ดูดซึมเข้าสู่พืชและเหมาะกับแมลงปากดูดบางชนิด
ข้อเสีย คือ ไม่ได้ผลดีกับเพลี้ยหอยทุกชนิด โดยเฉพาะเพลี้ยหอยเกราะบางชนิด และการใช้มากเกินไปอาจกระทบแมลงที่เป็นประโยชน์
8. หลักการเลือกใช้สาร
ควรตรวจชนิดของเพลี้ยหอยและระยะการเจริญ โดยเฉพาะ Crawler ซึ่งเป็นระยะที่ควบคุมได้ง่ายกว่าตัวเต็มวัย
สารสัมผัสและน้ำมันควรพ่นให้ถูกตัวและทั่วถึง ส่วนสารดูดซึมควรใช้ตามฉลากที่ขึ้นทะเบียนกับพืชและศัตรูพืชนั้น
ควรสลับกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ (Mode of Action: MoA) เพื่อลดความเสี่ยงการดื้อสาร และควรรักษาตัวห้ำตัวเบียน (Predators and parasitoids) ที่ช่วยควบคุมเพลี้ยหอยตามธรรมชาติ
สรุป
เพลี้ยหอยพบได้ในไม้ผล พืชสวน พืชไร่ และไม้ประดับหลายชนิด การควบคุมควรเน้นระยะ Crawler และเลือกสารให้ตรงชนิดและระยะของแมลง
สารสำคัญ เช่น Mineral oil, Buprofezin, Pyriproxyfen, Spirotetramat และ Imidacloprid มีคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกใช้ควรยึดตามชนิดพืช ชนิดเพลี้ยหอย ระยะการระบาด และคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นเลย