แมลงหวี่ขาว พืชอาศัย และการใช้สารป้องกันกำจัด
แมลงหวี่ขาว (Whiteflies) เป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก มักพบอยู่ใต้ใบ ดูดน้ำเลี้ยงจากพืช ทำให้ใบเหลือง ชะงักการเจริญเติบโต และอาจถ่ายทอดโรคไวรัสบางชนิด นอกจากนี้มูลหวานจากแมลงยังทำให้เกิดราดำบนใบได้
1. แมลงหวี่ขาวพบในพืชอะไรบ้าง
พบได้ในพืชหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ พริก มะเขือ แตงกวา แตงโม เมล่อน ฟักทอง ถั่ว ฝ้าย มันสำปะหลัง ยาสูบ กะหล่ำ พืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก และไม้ประดับ
ชนิดที่สำคัญ เช่น Bemisia tabaci (เบมิซิอา ทาบาซี หรือแมลงหวี่ขาวยาสูบ) และ Trialeurodes vaporariorum (ไตรลีโอโรดิส วาพอราเรียรัม หรือแมลงหวี่ขาวโรงเรือน)
2. อิมิดาโคลพริด (Imidacloprid)
กลุ่ม IRAC 4A เป็นสารดูดซึม เหมาะกับแมลงปากดูดและมีฤทธิ์ต่อแมลงหวี่ขาวหลายระยะ
ข้อดี คือ ออกฤทธิ์เป็นระบบ เหมาะกับการป้องกันและควบคุมแมลงที่ดูดกินน้ำเลี้ยง
ข้อเสีย คือ การใช้ซ้ำบ่อยทำให้เกิดการดื้อยาได้ และกระทบแมลงที่เป็นประโยชน์บางชนิด จึงควรใช้สลับกลุ่ม
3. ไทอะมีโทแซม (Thiamethoxam)
กลุ่ม IRAC 4A เป็นสารดูดซึม ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทของแมลง
ข้อดี คือ ควบคุมแมลงหวี่ขาวได้ดีและมีคุณสมบัติเป็นระบบ
ข้อเสีย คือ อยู่ในกลุ่มเดียวกับอิมิดาโคลพริด จึงไม่ควรใช้สลับกันเพื่อแก้ปัญหาการดื้อยา เพราะเป็นกลไกเดียวกัน
4. ไดโนทีฟูแรน (Dinotefuran)
กลุ่ม IRAC 4A เป็นสารดูดซึมที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว
ข้อดี คือ มีประสิทธิภาพกับแมลงปากดูด และเหมาะกับการจัดการแมลงหวี่ขาวในหลายระบบการผลิต
ข้อเสีย คือ ยังเป็นกลุ่ม 4A เช่นเดียวกับสารนีโอนิโคตินอยด์หลายชนิด จึงต้องระวังการดื้อข้ามกลุ่มย่อยและผลกระทบต่อแมลงที่เป็นประโยชน์
5. บูโพรเฟซิน (Buprofezin)
กลุ่ม IRAC 16 เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของแมลง
ข้อดี คือ เด่นในการควบคุมระยะตัวอ่อนหรือตัวอ่อนแมลงหวี่ขาว เหมาะกับการตัดวงจรการเพิ่มประชากร
ข้อเสีย คือ ไม่ใช่สารที่เน้นการน็อกตัวเต็มวัยอย่างรวดเร็ว และควรใช้เมื่อประเมินว่ามีตัวอ่อนเป็นหลัก
6. ไพริพรอกซีเฟน (Pyriproxyfen)
กลุ่ม IRAC 7C เป็นสารเลียนแบบฮอร์โมนเยาว์ของแมลง
ข้อดี คือ มีประสิทธิภาพต่อตัวอ่อนและช่วยยับยั้งการพัฒนาไปเป็นตัวเต็มวัย
ข้อเสีย คือ ออกฤทธิ์ไม่ใช่แบบน็อกเร็ว จึงอาจดูเหมือนแมลงยังมีชีวิตอยู่หลังพ่น และการใช้ซ้ำกลุ่มเดิมอาจทำให้เกิดการดื้อยา
7. สไปโรมีซิเฟน (Spiromesifen)
กลุ่ม IRAC 23 ยับยั้งการสร้างไขมันของแมลง
ข้อดี คือ เด่นกับไข่และตัวอ่อนของแมลงหวี่ขาว และเป็นคนละกลไกกับกลุ่ม 4A จึงเหมาะสำหรับวางแผนสลับกลุ่มสาร
ข้อเสีย คือ ไม่ใช่สารน็อกตัวเต็มวัยโดยตรง และต้องพ่นให้ครอบคลุมบริเวณใต้ใบ
8. ไบเฟนทริน (Bifenthrin)
กลุ่ม IRAC 3A เป็นสารไพรีทรอยด์ ออกฤทธิ์ทางการสัมผัสและมีฤทธิ์น็อกแมลง
ข้อดี คือ ออกฤทธิ์เร็วและช่วยลดตัวเต็มวัยได้
ข้อเสีย คือ อาจกระทบแมลงที่เป็นประโยชน์และมีความเสี่ยงต่อการดื้อยา จึงไม่ควรพึ่งพาเป็นวิธีหลักเพียงอย่างเดียว
9. การจัดการให้ได้ผล
ควรสำรวจใต้ใบก่อนพ่น เพราะไข่และตัวอ่อนมักอยู่บริเวณนี้ ใช้สารให้ตรงกับระยะของแมลง และสลับสารตามกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ (Mode of Action) ไม่ใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำต่อเนื่อง นอกจากนี้ควรใช้กับดักกาวสีเหลือง การกำจัดวัชพืช และอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียน Encarsia (เอนคาร์เซีย) และเชื้อรา Beauveria bassiana (บิวเวอเรีย บาสเซียนา)
สรุป
แมลงหวี่ขาวเป็นศัตรูพืชที่พบได้ในพืชหลายชนิด การเลือกสารควรดูว่าพบไข่ ตัวอ่อน หรือตัวเต็มวัยเป็นหลัก โดยบูโพรเฟซิน ไพริพรอกซีเฟน และสไปโรมีซิเฟนเหมาะกับการจัดการระยะอ่อน ส่วนอิมิดาโคลพริด ไทอะมีโทแซม และไดโนทีฟูแรนเป็นสารดูดซึมกลุ่ม 4A การสลับกลุ่มกลไกและการจัดการแบบผสมผสานมีความสำคัญต่อการลดปัญหาการดื้อสารกำจัดแมลง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นเลย