
พริกเริ่มติดดอก…ช่วงสำคัญที่ไม่ควรปล่อยให้โรคเชื้อราเข้าทำลาย
พริกเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วง ระยะเริ่มติดดอกจนถึงติดผลอ่อน ถือเป็นช่วงที่อ่อนไหวต่อการเกิดโรคจากเชื้อรา โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือช่วงที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง หากเกิดการระบาดของโรคตั้งแต่ระยะนี้ อาจส่งผลให้ดอกร่วง ใบร่วง ผลอ่อนเสียหาย และทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก
โรคที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคแอนแทรคโนส (Anthracnose) และ โรคใบจุด (Leaf Spot) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านละอองฝน น้ำชลประทาน และลม หากไม่มีการป้องกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เชื้อราสามารถสะสมจนสร้างความเสียหายต่อแปลงปลูกได้ในเวลาไม่นาน
ทำไมระยะเริ่มติดดอกจึงเสี่ยงต่อโรคเชื้อรา
เมื่อพริกเริ่มสร้างดอก พืชจะใช้พลังงานและธาตุอาหารจำนวนมากเพื่อสร้างดอกและผลอ่อน ทำให้ความต้านทานต่อโรคลดลง ประกอบกับสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง เชื้อราจึงสามารถงอกสปอร์และเข้าทำลายใบ ดอก ก้าน และผลอ่อนได้ง่าย
หากมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน หรือมีน้ำค้างเกาะบนใบเป็นเวลานาน ความเสี่ยงในการเกิดโรคจะยิ่งเพิ่มขึ้น
โรคแอนแทรคโนสในพริก
สาเหตุเกิดจากเชื้อราในสกุล Colletotrichum
อาการสำคัญ
- ผลพริกเกิดแผลกลมบุ๋ม
- แผลขยายตัวเป็นวงซ้อนกัน
- พบผงสปอร์สีส้มหรือสีชมพูบริเวณแผล
- ผลเน่าและร่วงก่อนเก็บเกี่ยว
- เชื้อสามารถติดมากับผลอ่อนและแสดงอาการเมื่อผลแก่
โรคใบจุดในพริก
โรคใบจุดมีสาเหตุจากเชื้อราหลายชนิด เช่น Cercospora spp. และ Alternaria spp.
อาการที่พบ ได้แก่
- ใบเกิดจุดสีน้ำตาล
- จุดขยายใหญ่ขึ้น
- ใบเหลือง
- ใบร่วง
- ต้นโทรม
- การสังเคราะห์แสงลดลง
- ผลผลิตลดลง
ทำไมต้องป้องกันก่อนเกิดโรค
แมนโคเซบ (Mancozeb) เป็นสารป้องกันกำจัดเชื้อราแบบสัมผัส (Protectant Contact Fungicide) เมื่อพ่นเคลือบผิวใบและผล จะช่วยลดโอกาสที่สปอร์เชื้อราจะงอกและเข้าทำลายพืช
เนื่องจากสารชนิดนี้ออกฤทธิ์บนผิวพืช จึงควรพ่น ก่อนการระบาด หรือเมื่อเริ่มพบอาการในแปลง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และควรพ่นซ้ำตามความจำเป็น โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักซึ่งอาจชะล้างสารออกจากผิวพืช
แนะนำการใช้แพนน่อนตามช่วงอายุพริก
ระยะต้นกล้า (7–20 วัน)
วัตถุประสงค์
- ลดโอกาสเกิดโรคใบจุด
- ป้องกันเชื้อราที่มากับความชื้น
หมั่นสำรวจแปลง หากสภาพอากาศชื้นหรือเริ่มพบโรค สามารถเริ่มโปรแกรมป้องกันตามคำแนะนำบนฉลาก
ระยะแตกกิ่ง แตกใบ (20–40 วัน)
ช่วงนี้ทรงพุ่มเริ่มแน่น ความชื้นสะสมมากขึ้น
ควร
- กำจัดใบล่างที่เป็นโรค
- เพิ่มการระบายอากาศ
- พ่นสารป้องกันเมื่อมีความเสี่ยงจากฝนหรือความชื้นสูง
ระยะเริ่มติดดอก (40–60 วัน)
เป็นช่วงสำคัญที่สุด
หากเชื้อราเข้าทำลาย
- ดอกร่วง
- ติดผลน้อย
- ผลผลิตลดลง
การป้องกันตั้งแต่ระยะนี้ช่วยลดความเสียหายของผลผลิตในระยะต่อไป
งดฉีดพ่นในช่วงที่พืชกำลังออกดอกบาน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อแมลงผสมเกสร และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด
ระยะติดผลอ่อน
เป็นระยะที่โรคแอนแทรคโนสเริ่มเข้าทำลายผลได้ง่าย
ควร
- สำรวจผลทุกสัปดาห์
- เก็บผลที่เป็นโรคออกจากแปลง
- รักษาความสะอาดแปลงปลูก
- ใช้โปรแกรมป้องกันโรคตามคำแนะนำบนฉลาก
ระยะก่อนเก็บเกี่ยว
ควรปฏิบัติตาม ระยะเว้นก่อนเก็บเกี่ยว (Pre-Harvest Interval: PHI) ที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด ซึ่งสำหรับข้อมูลที่ให้มาคือ 30 วันหลังการพ่นครั้งสุดท้าย
วิธีใช้แพนน่อน
ชื่อสามัญ: Mancozeb
อัตราการใช้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
สำหรับโรคกาบใบแห้ง ให้พ่น 2 ครั้ง
- ครั้งแรก เมื่อเริ่มพบการระบาด
- ครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรก 10 วัน
การใช้กับพืชชนิดอื่นและโรคชนิดอื่น ควรอ้างอิงอัตราใช้ที่ระบุบนฉลากทะเบียนของผลิตภัณฑ์สำหรับพืชนั้น ๆ
เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรค
- สำรวจแปลงทุก 5–7 วัน
- เก็บใบและผลที่เป็นโรคออกจากแปลง
- ลดความชื้นในทรงพุ่ม
- หลีกเลี่ยงการให้น้ำกระเด็นโดนใบ
- ไม่ใช้สารในกลุ่มเดียวกันต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเชื้อราดื้อสาร
- สลับใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราที่มีกลุ่มการออกฤทธิ์ต่างกันตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
การเก็บรักษา
- เก็บในภาชนะเดิมที่ปิดสนิท
- มีฉลากครบถ้วน
- เก็บในที่แห้ง เย็น
- หลีกเลี่ยงแสงแดด
- เก็บให้ห่างจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยง และเปลวไฟ
ข้อควรระวัง
- สวมถุงมือ หน้ากาก และอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง
- ห้ามรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน
- พ่นโดยยืนเหนือลม
- ล้างมือและอาบน้ำหลังใช้งาน
- ไม่เทสารหรือภาชนะล้างลงแหล่งน้ำ
- ภาชนะใช้แล้วควรล้าง 3 ครั้ง และกำจัดอย่างถูกวิธี
- เป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำ ควรป้องกันการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ
สรุป
พริกระยะเริ่มติดดอกเป็นช่วงที่กำหนดศักยภาพของผลผลิต หากเกิดโรคแอนแทรคโนสหรือโรคใบจุดตั้งแต่ระยะนี้ อาจส่งผลให้ดอกร่วง ผลเสียหาย และผลผลิตลดลงอย่างมาก การใช้แพนน่อน (Mancozeb) เพื่อป้องกันโรคเชื้อราตามคำแนะนำบนฉลาก ร่วมกับการจัดการแปลงปลูกที่เหมาะสม เช่น การลดความชื้น การกำจัดเศษซากพืช และการสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของการระบาดและรักษาคุณภาพผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
- FRAC (Fungicide Resistance Action Committee). FRAC Code List.
- CABI Crop Protection Compendium. Anthracnose of Pepper.
- FAO. Integrated Pest Management Guidelines for Vegetable Crops.
- กรมวิชาการเกษตร. คู่มือการป้องกันกำจัดโรคพืชผัก.
- กรมส่งเสริมการเกษตร. เอกสารวิชาการการผลิตพริกและการจัดการโรคพืช.







Leave a Reply