คำนวณความคุ้มค่าเปิดร้านปัจจัยการผลิตเกษตร (ร้านปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ ขายเชื่อ)
ประเมินว่าเปิดร้านขายปุ๋ย เคมีเกษตร เมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์การเกษตรคุ้มไหมก่อนลงทุนจริง เลือกขนาดร้าน (หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ) กรอกยอดขาย สัดส่วนหมวดสินค้า กำไรขั้นต้นแต่ละหมวด สัดส่วนขายเชื่อ ระยะเครดิต หนี้สูญ สต็อก ค่าเช่า ลูกจ้าง และค่าใบอนุญาต ระบบคำนวณกำไร-ขาดทุนสุทธิต่อปี เงินจมในสต็อกและลูกหนี้ ยอดขายต่ำสุดที่ไม่ขาดทุน ปีคืนทุน พร้อมกราฟความไวต่อยอดขาย สัดส่วนขายเชื่อ หนี้สูญ และเทียบขนาดร้าน พร้อมสรุปใบอนุญาตที่ต้องมี ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป
อ่านเพิ่มเติม
ใบอนุญาตที่ต้องมี (กรมวิชาการเกษตร): ทะเบียนพาณิชย์ (ระบุขายปุ๋ย วัตถุอันตราย เมล็ดพันธุ์) · ใบอนุญาตขายปุ๋ย (100 บาท) · ใบอนุญาตขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร (500 บาท ต้องมีใบฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร) · ใบอนุญาตขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม (100 บาท) · ร้านต้องมีป้ายไม่เล็กกว่า 20x70 ซม. ตัวอักษรสูง ≥3 ซม. ถังดับเพลิง ถังทราย ป้ายห้ามสูบบุหรี่ ควรสอบถามสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรในเขตของคุณก่อนเริ่มเสมอ
1. เลือกขนาดร้าน
เติมค่าเริ่มต้นทั้งหมดด้านล่างให้อัตโนมัติตามที่เลือก (แก้เองต่อได้ทุกช่อง)
ร้านเล็กในหมู่บ้านหรือตลาดชุมชน เจ้าของขายเองไม่มีลูกจ้าง ยอดขาย 250,000 บาท/เดือน ค่าเช่า 5,000 บาท/เดือน ตกแต่งร้านและชั้นวาง 60,000 บาท (ประมาณของทีมงานทั้งหมด) แหล่งอ้างอิงเงินลงทุนร้านวัสดุเกษตร: ร้านเล็ก 50,000-100,000 บาท (เน้นอุปกรณ์พื้นฐาน) ร้านที่ขายปุ๋ย-เคมี-เมล็ดและขายเชื่อต้องใช้เงินหมุนเวียนมากกว่านั้นมาก
2. ยอดขายและสัดส่วนหมวดสินค้
ประมาณของทีมงาน · ร้านเกษตรมีฤดูกาล ใช้ยอดเฉลี่ยทั้งปี ร้านหมู่บ้าน 250,000 · ตำบล 700,000 · อำเภอ 1,800,000
ประมาณของทีมงาน · ร้านเกษตรทั่วไปปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าหลักตามมูลค่า
ประมาณของทีมงาน
ประมาณของทีมงาน · ส่วนที่เหลือคืออุปกรณ์/อื่นๆ
3. กำไรขั้นต้นแต่ละหมวด (% ของราคาขาย)
ปุ๋ยเคมีกำไรบางมาก (ผู้ค้าระบุกระสอบละ 10-20 บาท ≈ 1.5-2.5% ของ 575-930 บาท) หมวดอื่นสูงกว่าตามประมาณ
ค่าเริ่มต้น 4% (ประมาณ ครอบคลุมส่วนต่างปลีก) · ผู้ค้าระบุ ≈1.5-2.5% ระดับขายส่ง
ประมาณของทีมงาน (ไม่พบข้อมูลตรวจสอบได้)
ประมาณของทีมงาน (ไม่พบข้อมูลตรวจสอบได้)
ประมาณของทีมงาน (ไม่พบข้อมูลตรวจสอบได้)
4. ขายเชื่อและสต็อก (ต้นทุนที่ร้านส่วนใหญ่ไม่นับ)
ขายเชื่อให้เกษตรกรรอเก็บเกี่ยว = เงินจมในลูกหนี้ + หนี้สูญ ส่วนสต็อกสินค้าก็เป็นเงินจมเช่นกัน
ประมาณของทีมงาน · การขายเชื่อเกษตรกรแพร่หลายแต่ไม่พบสัดส่วนตรวจสอบได้
ประมาณของทีมงาน · มักรอชำระหลังเก็บเกี่ยว ~4 เดือน
0 = ไม่คิด · บางร้านคิดดอกเบี้ยเงินเชื่อ (ไม่พบอัตราตรวจสอบได้)
ประมาณของทีมงาน · ไม่พบสถิติตรวจสอบได้
ประมาณของทีมงาน
ประมาณของทีมงาน · ดอกเบี้ยกู้ หรือค่าเสียโอกาสของเงินตัวเอง
5. ค่าใช้จ่ายร้านต่อเดือน
ประมาณของทีมงาน
ประมาณของทีมงาน · ไม่นับเจ้าของ
ประมาณของทีมงาน · ≈ ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท × 26 วัน
ประมาณของทีมงาน · ใส่ 0 ถ้าไม่ต้องการนับค่าแรงตัวเอง
ประมาณของทีมงาน
ประมาณของทีมงาน
6. เงินลงทุนร้านและใบอนุญาต
ประมาณของทีมงาน · ป้าย ≥20x70 ซม. ถังดับเพลิง ถังทราย ตามข้อกำหนดกรมวิชาการเกษตร
ประมาณของทีมงาน
ค่าธรรมเนียมปุ๋ย 100 + วัตถุอันตราย 500 + เมล็ดพันธุ์ 100 (กรมวิชาการเกษตร) ส่วนที่เหลือประมาณค่าอบรม/เอกสาร
ประมาณของทีมงาน (ไม่พบอัตราต่ออายุตรวจสอบได้)
สัดส่วนต้นทุนและการสูญเสีย 5 หมวด (ต่อปี)
กำไร-ขาดทุน ถ้ายอดขายต่างไป (บาท/ปี)
อ้างอิง: 100% = ยอดเฉลี่ยที่กรอก · ร้านเกษตรมีฤดูกาล เดือนที่ขายน้อยค่าเช่า/ลูกจ้างยังเท่าเดิม
กำไร-ขาดทุน ถ้าสัดส่วนขายเชื่อต่างไป (บาท/ปี)
อ้างอิง: ขายเชื่อมากขึ้นทำให้ขายง่ายขึ้นแต่เงินจมและหนี้สูญเพิ่ม (เครื่องมือนี้ถือยอดขายเท่าเดิม)
กำไร-ขาดทุน ถ้าหนี้สูญต่างไป (บาท/ปี)
อ้างอิง: 3% เป็นค่าประมาณ ปีที่ราคาผลผลิตตกหรือภัยแล้ง เกษตรกรผิดนัดมากขึ้น
เปรียบเทียบขนาดร้าน (กำไร/ปี ที่ค่าเริ่มต้นของแต่ละขนาด)
ตัวอย่างคำนวณ
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (ร้านหมู่บ้าน ยอดขาย 250,000 บาท/เดือน ขายเชื่อ 40% เครดิต 120 วัน หนี้สูญ 3% — ค่าใบอนุญาต ข้อกำหนดร้าน ช่วงเงินลงทุน และกำไรปุ๋ยเคมีต่อกระสอบอ้างอิงกรมวิชาการเกษตรและแหล่งที่ระบุ ส่วนกำไรขั้นต้นหมวดอื่น สัดส่วนขายเชื่อ หนี้สูญ ค่าเช่า ค่าจ้าง เป็นการประมาณของทีมงาน)
ยอดขาย 3,000,000 บาท/ปี กำไรขั้นต้น 441,000 บาท (14.7%) หักหนี้สูญ 36,000 บาท ต้นทุนเงินจม 57,062 บาท และค่าใช้จ่ายร้าน 267,700 บาท
เหลือกำไรสุทธิ 80,238 บาท/ปี ต้องมีเงินทุนรวม 877,878 บาท (เงินจมในสต็อกและลูกหนี้ 815,178 บาท) ยอดขายต่ำสุดที่ไม่ขาดทุนประมาณ 189,750 บาท/เดือน ปีคืนทุนประมาณ 5.9 ปี ลองลดสัดส่วนขายเชื่อหรือสลับเป็น "ร้านตำบล" แล้วผลต่างกันมาก
(ลองปรับตัวเลขตามร้านของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
เปิดร้านขายปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ คุ้มไหม ใช้เงินทุนเท่าไหร่?
เครื่องมือนี้ตั้งต้นที่ร้านหมู่บ้าน (ยอดขาย 250,000 บาท/เดือน ขายเชื่อ 40% เครดิต 120 วัน) ได้กำไรสุทธิราว 80,000 บาท/ปี แต่ต้องมีเงินทุนราว 880,000 บาท ส่วนใหญ่ไม่ใช่ค่าร้าน แต่เป็นสต็อกสินค้าและลูกหนี้ที่ขายเชื่อเกษตรกร (ราว 815,000 บาท) ปีคืนทุนจึงราว 6 ปี แหล่งอ้างอิงเงินลงทุนร้านวัสดุเกษตร: ร้านเล็ก 50,000-100,000 บาท ร้านกลาง 200,000-500,000 บาท ร้านใหญ่/ขายส่ง >1,000,000 บาท ตัวเลขเหล่านั้นยังไม่นับลูกหนี้ขายเชื่อ ซึ่งเครื่องมือนี้คิดให้
ทำไมกำไรร้านปุ๋ยถึงบาง ทั้งที่ขายของราคาสูง?
เพราะปุ๋ยเคมีกำไรต่อกระสอบน้อยมาก มีผู้ค้าระบุว่าได้กระสอบละ 10-20 บาท (ยูเรียกระสอบละ 575-930 บาท ปี 2568-69 คิดเป็นราว 1.5-2.5%) ส่วนเคมีเกษตร เมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์กำไรสูงกว่ามาก (ค่าเริ่มต้น 28/25/30% เป็นการประมาณของทีมงาน) ร้านที่ยอดขายส่วนใหญ่มาจากปุ๋ยเคมีจึงกำไรบางและเงินจมมาก เครื่องมือนี้ให้กรอกสัดส่วนหมวดสินค้าและกำไรขั้นต้นแต่ละหมวด พร้อมกราฟเทียบขนาดร้าน
ขายเชื่อให้เกษตรกรเสี่ยงแค่ไหน ควรขายเชื่อกี่ %?
เป็นความเสี่ยงหลักของธุรกิจนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ซื้อเชื่อรอชำระหลังเก็บเกี่ยว (ค่าเริ่มต้น 120 วัน ประมาณของทีมงาน) เงินจมในลูกหนี้ต้องมีต้นทุนเงินทุน (ดอกเบี้ยกู้หรือค่าเสียโอกาส ค่าเริ่มต้น 7%/ปี) และมีหนี้สูญ (ค่าเริ่มต้น 3% ของยอดขายเชื่อ ประมาณของทีมงาน) เครื่องมือนี้มีกราฟกำไรตามสัดส่วนขายเชื่อ 0-80% และตามอัตราหนี้สูญ 0-10% ให้ดูก่อนตัดสินใจ ถ้าคิดดอกเบี้ยเงินเชื่อจากลูกค้าให้ใส่ในช่องอัตราดอกเบี้ย (ตั้งต้น 0%)
เปิดร้านขายปุ๋ยและเคมีเกษตรต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง?
ตามขั้นตอนที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด (ข้อมูลจากหน้าขั้นตอนเปิดร้านเคมีเกษตรและผู้จำหน่ายที่อ้างกรมวิชาการเกษตร): ทะเบียนพาณิชย์ที่ระบุขายปุ๋ย วัตถุอันตราย และเมล็ดพันธุ์ ใบอนุญาตขายปุ๋ยตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย (ค่าธรรมเนียม 100 บาท) ใบอนุญาตขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร (500 บาท ต้องมีใบฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร) และใบอนุญาตขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม (100 บาท) ร้านต้องมีป้ายไม่เล็กกว่า 20x70 ซม. ตัวอักษรสูง ≥3 ซม. ถังดับเพลิง ถังทราย และป้ายห้ามสูบบุหรี่ ไม่พบค่าอบรมผู้ควบคุมการขาย เครื่องมือนี้จึงตั้งค่าใบอนุญาต+อบรมเริ่มต้น 2,700 บาท และต่ออายุ 700 บาท/ปี (ส่วนเกินค่าธรรมเนียมเป็นการประมาณ) ควรสอบถามสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรในเขตของคุณก่อนเริ่มเสมอ
ยอดขายเท่าไหร่ร้านถึงจะคุ้มทุน?
เครื่องมือนี้คำนวณ "ยอดขายต่อเดือนที่ต้องได้เพื่อไม่ขาดทุน" ให้โดยรวมกำไรขั้นต้นตามสัดส่วนหมวดสินค้า หนี้สูญ ต้นทุนเงินจมที่เพิ่มตามยอดขาย และค่าใช้จ่ายคงที่ (ค่าเช่า คน ค่าตกแต่งเฉลี่ย ใบอนุญาต) ค่าเริ่มต้นเจ้าของขายเอง 12,000 บาท/เดือน (นับเป็นค่าตอบแทนเจ้าของ) ปรับเป็น 0 ถ้าไม่ต้องการนับ ยอดขายของร้านเกษตรมีฤดูกาลชัดเจน (ขายดีช่วงเตรียมแปลง-ใส่ปุ๋ย) เครื่องมือนี้ใช้ยอดเฉลี่ยทั้งปี ควรเผื่อเดือนที่ขายน้อยด้วย
ตัวเลขเริ่มต้นในเครื่องมือนี้แม่นยำแค่ไหน?
ที่มาตรวจสอบได้: ใบอนุญาตที่ต้องมีและค่าธรรมเนียม (100/500/100 บาท) ข้อกำหนดร้าน ช่วงเงินลงทุนร้านวัสดุเกษตร กำไรปุ๋ยเคมีต่อกระสอบ (10-20 บาท) และราคาปุ๋ยยูเรีย ส่วนที่เป็นการประมาณของทีมงานเพราะไม่พบข้อมูลตรวจสอบได้: กำไรขั้นต้นเคมีเกษตร/เมล็ดพันธุ์/อุปกรณ์ สัดส่วนหมวดสินค้า สัดส่วนขายเชื่อ 40% เครดิต 120 วัน หนี้สูญ 3% วันสต็อก 60 ต้นทุนเงินทุน 7% ค่าเช่า ค่าจ้าง ค่าตกแต่ง และยอดขายต่อเดือนของแต่ละขนาดร้าน ควรใส่ตัวเลขจริงของพื้นที่คุณก่อนตัดสินใจ ตัวเลขนี้ไม่รวมภาษี ค่าขนส่งสินค้าเข้าร้าน สินค้าหมดอายุ/เสื่อมสภาพ และการแข่งขันกับร้านตัวแทนรายใหญ่ในพื้นที่