คำนวณจุดคุ้มทุนโดรนพ่นยารับจ้าง
ประเมินระยะเวลาคืนทุนของการลงทุนซื้อโดรนเกษตรไปรับจ้างพ่นยา/ปุ๋ย จากราคาโดรน กำลังการรับงาน (ไร่/วัน x วัน/ปี) ราคาค่าจ้างพ่นตามชนิดพืช และต้นทุนดำเนินการ (น้ำมันเครื่องปั่นไฟ/ค่าแรง/ ค่าซ่อมบำรุง) พร้อมกราฟเงินลงทุนสะสมเทียบกำไรสะสม และความไวต่อชนิดพืชที่พ่น (นาข้าวเทียบสวนผลไม้) ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป — เป็นชาวนา/ชาวสวนอยากรู้ราคาต่อไร่ก่อนจ้างโดรน? ใช้ คำนวณอัตราผสมสารฉีดพ่นโดรนเกษตร แทน
ทั้ง "ตัวโดรน" และ "ตัวผู้บังคับ" ต้องขึ้นทะเบียนผ่าน UAS Portal (uasportal.caat.or.th) หนังสือขึ้นทะเบียนผู้บังคับอายุ 2 ปี ต้องต่ออายุ — ปัจจุบันไม่มีค่าธรรมเนียม แต่บินโดยไม่ขึ้นทะเบียนมีความผิดตามกฎหมายการบิน
อ่านเพิ่มเติม
ต่างจากรถเกี่ยว/รถไถที่เครื่องยนต์ขับตรงกินน้ำมันตามพื้นที่ โดรนใช้แบตเตอรี่บินโดยมี "เครื่องปั่นไฟ" ชาร์จแบตสลับกันไปตลอดวัน น้ำมันที่ใช้จึงผูกกับ "เวลาทำงานต่อวัน" ไม่ใช่ "พื้นที่ต่อไร่" — ต้นทุนพลังงานของโดรนจึงต่ำกว่าเครื่องจักรกลหนักมาก ทำให้กำไรต่อไร่สูงและคืนทุนไวเมื่อรับงานได้เต็มกำลัง
1. เงินลงทุนซื้อโดรนเกษตร
ราคาตลาดจริง (ก.ย. 2569) ตัวแทนจำหน่าย DJI — มีใบเสนอราคาจริงแล้ว กรอกแทนพรีเซ็ตได้เลย
2. กำลังการรับงาน (พื้นที่รับจ้างต่อปี)
แยก 2 ปัจจัยให้ปรับอิสระ — "วันทำงานต่อปี" คือตัวแปรที่ไม่แน่นอนที่สุด
ทั่วไป 100-200 ไร่/วัน ต่อลำ
ประมาณการ — พ่นได้ทุกพืชหลายรอบต่อฤดู ไม่ผูกฤดูเดียว
3. ราคาค่าจ้างพ่น (บาท/ไร่)
ต่างกันได้ถึง 5 เท่าตามชนิดพืช — นาข้าวถูกสุด สวนผลไม้แพงสุด (ซับซ้อนกว่า+มักรวมค่าน้ำยา)
4. ต้นทุนดำเนินการ
ผูกกับ "เวลาทำงาน" ไม่ใช่พื้นที่ (ต่างจากรถเกี่ยว/รถไถ) — ประมาณจากเครื่องปั่นไฟ 6-7 กิโลวัตต์
ปรับตามราคาน้ำมันจริงวันนี้
ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน — 100 ไร่/วันอยู่ในวิสัยคนเดียวคุมได้ (โดรนบินอัตโนมัติ) จึงเริ่มที่ 0
ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน กรอกเองหรือปล่อยว่าง = ไม่นับ (ควรกันเงินสำรองไว้เผื่อเปลี่ยนแบต)
5. อายุใช้งานเครื่องจักร
ค่าเริ่มต้นระมัดระวัง — เทคโนโลยีโดรนเปลี่ยนไวกว่าเครื่องจักรกลหนัก
เงินลงทุนสะสม เทียบ กำไรสุทธิสะสม
รายได้ เทียบ ต้นทุนดำเนินการต่อปี
สัดส่วนต้นทุนดำเนินการต่อปี
คืนทุนกี่ปี ถ้าพ่นพืชคนละชนิด (ราคาค่าจ้างต่างกัน)
เทียบระยะคืนทุนถ้าค่าจ้างพ่นในพื้นที่/พืชของคุณต่างไป โดยค่าอื่นๆ คงเดิม
ตัวอย่างคำนวณ
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (โดรนชุดพร้อมใช้งาน 405,000 บาท พ่นได้ 100 ไร่/วัน รับงาน 60 วัน/ปี ที่ค่าจ้างนาข้าวมาตรฐาน 80 บาท/ไร่ เจ้าของขับเอง — ยังไม่นับค่าซ่อมบำรุงเพิ่มเติมเพราะ ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน)
รับงานรวม 6,000 ไร่/ปี รายได้ 480,000 บาท/ปี เหลือกำไรสุทธิ 466,140 บาท/ปี หลังหักค่าน้ำมันเครื่องปั่นไฟ
ลงทุนซื้อโดรน 405,000 บาท จะคืนทุนในปีที่ 0.9
(ลองปรับตัวเลขตามราคาโดรน/ชนิดพืชที่รับงานจริงของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ต้องขึ้นทะเบียนโดรนกับหน่วยงานไหนก่อนเริ่มธุรกิจ? มีค่าใช้จ่ายไหม?
ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท./CAAT) ทั้ง "ตัวโดรน" และ "ตัวผู้บังคับ" ผ่านระบบออนไลน์ UAS Portal (uasportal.caat.or.th) หนังสือขึ้นทะเบียนผู้บังคับมีอายุ 2 ปี ต้องต่ออายุ ปัจจุบัน (ก.ย. 2569) กพท. ยังไม่เก็บค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียน แต่การบินโดรนเกษตรโดยไม่ขึ้นทะเบียนมีความผิดตามกฎหมายการบิน ควรขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนเริ่มรับงานจริงเสมอ (เครื่องมือนี้ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในสูตร เพราะปัจจุบันไม่มีค่าธรรมเนียม แต่เป็นขั้นตอนบังคับที่ต้องทำ)
ทำไมค่าจ้างพ่นต่างกันได้ถึง 5 เท่า (60 บาทถึง 300 บาทต่อไร่)?
เพราะชนิดพืชกับภูมิประเทศต่างกันมาก — นาข้าว/พืชไร่พื้นราบบินง่าย ครอบคลุมพื้นที่ได้เร็ว จึงคิดราคาต่ำ (60-100 บาท/ไร่) ส่วนสวนผลไม้/สวนทุเรียนมีต้นสูง ภูมิประเทศซับซ้อนกว่า บินยากกว่า และมักรวมค่าน้ำยา/ปุ๋ยที่ใช้พ่นเข้าไปด้วย ("ครบระบบ") ราคาจึงสูงถึง 300 บาท/ไร่ ลองปรับตัวเลือกราคาในเครื่องมือเทียบดูว่าถ้ารับงานพืชแบบไหนเป็นหลัก คืนทุนจะต่างกันแค่ไหน (กราฟความไวท้ายหน้าแสดงชัดเจน)
ทำไมต้นทุนพลังงานคิดเป็น "ลิตรต่อวัน" ไม่ใช่ "ลิตรต่อไร่" เหมือนรถเกี่ยว/รถไถ?
เพราะโดรนไม่ได้ใช้น้ำมันขับเคลื่อนตรงๆ เหมือนรถเกี่ยว/รถไถ แต่ใช้แบตเตอรี่บินและมี "เครื่องปั่นไฟ" ทำหน้าที่ชาร์จแบตสลับกันไปตลอดวันทำงาน เครื่องปั่นไฟจึงกินน้ำมันตาม "เวลาทำงาน" ไม่ใช่ตาม "พื้นที่ที่พ่นได้" — วันที่พ่นได้พื้นที่เยอะหรือน้อย เครื่องปั่นไฟก็ยังทำงานตามชั่วโมงใกล้เคียงเดิม ค่าเริ่มต้น 7 ลิตร/วัน มาจากสเปคเครื่องปั่นไฟขนาด 6-7 กิโลวัตต์ (กินน้ำมัน 1-1.5 ลิตร/ชม.) ทำงานประมาณ 6 ชั่วโมง/วัน ปรับได้ตามเครื่องปั่นไฟที่ใช้จริง
ทำไมเครื่องมือนี้ไม่มีค่าเริ่มต้นสำหรับ "ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่" ทั้งที่แบตเสื่อมสภาพได้?
แบตเตอรี่โดรนเกษตร (DJI) รับประกัน 1,500 รอบชาร์จ ซึ่งนานพอที่จะอยู่ได้หลายปีแม้ใช้งานหนัก (ราคาก้อนละ 35,000-42,000 บาท) เครื่องมือนี้จึงไม่ตั้งค่าเริ่มต้นแยกเป็น "ค่าเปลี่ยนแบตรายปี" เพราะไม่มีตัวเลขจำนวนรอบชาร์จต่อปีที่แน่นอนมาคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยได้ ควรกันเงินสำรองไว้ในช่อง "ค่าซ่อมบำรุง/อะไหล่ต่อปี" แทน (เผื่อวันที่แบตครบรอบต้องเปลี่ยน) ค่าเริ่มต้นของราคาโดรนที่ให้ไว้ในเครื่องมือนี้ ("ชุดพร้อมใช้งาน") ก็รวมแบตสำรอง 3 ก้อนไว้แล้วตั้งแต่ต้น
ทำไมค่าเริ่มต้นแสดงว่าคืนทุนเร็วมาก (ไม่ถึง 1 ปี) น่าเชื่อถือแค่ไหน?
สอดคล้องกับข้อมูลจริงที่ค้นเจอ — บทวิเคราะห์ภายนอกระบุว่าที่ค่าจ้าง 60 บาท/ไร่ ต้องรับงานพ่นรวม 4,200 ไร่ถึงจะคุ้มทุน (ใกล้เคียงราคาโดรนพื้นฐาน) และสรุปว่าคืนทุนได้จริงใน 1-2 ปีถ้ารับงานนอกพื้นที่ตัวเองด้วย เครื่องมือนี้คำนวณจากสมมติฐาน "รับงานเต็มกำลัง" (100 ไร่/วัน ครบ 60 วัน/ปี = 6,000 ไร่/ปี ซึ่งมากกว่า 4,200 ไร่ที่เป็นจุดคุ้มทุน) จึงคืนทุนไวกว่า 1 ปีได้จริงตามหลักการเดียวกัน — แต่ในทางปฏิบัติควรมีแผนรับงานนอกพื้นที่ตัวเองจริงจัง ไม่ใช่แค่ใช้พ่นแปลงตัวเองอย่างเดียว
ควรซื้อโดรนรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ (20L เทียบ 40-50L)?
เครื่องมือนี้ใช้ราคาซีรีส์ 20L (T20P/T25/T50 รุ่นเล็ก-กลาง) เป็นพรีเซ็ตเพราะเป็นขนาดเริ่มต้นยอดนิยมที่สุด รุ่นใหญ่กว่า (เช่น T40/T50 ถังใหญ่ หรือ T100) บรรทุกน้ำยาได้มากกว่า พ่นได้เร็วกว่าต่อรอบ แต่ราคาแพงกว่ามาก เหมาะกับผู้ที่มั่นใจแล้วว่ามีงานรับจ้างแน่นอนจำนวนมาก ลองกรอกราคาจริงของรุ่นที่สนใจในช่องราคาโดรนแทนพรีเซ็ต แล้วดูว่าระยะคืนทุนที่ยาวขึ้นยังคุ้มไหมก่อนตัดสินใจ