ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

เช็คเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 2569

ผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้เป็นการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย/ภาษีอย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจจริง — คำนวณเบื้องต้นสำหรับเช็คเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ไม่ใช่การยื่นภาษีจริง อัตราภาษี/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศล่าสุด ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ — อ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบทั้งหมด

เช็คว่าธุรกิจของคุณต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่ จากรายรับรวมทั้งปีและประเภทกิจการ — สินค้าเกษตรดิบ ปุ๋ย อาหารสัตว์ และยาปราบศัตรูพืชได้รับยกเว้น VAT เสมอไม่ว่ารายรับจะเท่าไหร่ ส่วนธุรกิจอื่นต้องจดทะเบียนถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี พร้อมกราฟหน้าผาภาษี เทียบประเภทกิจการ และประมาณการค่าปรับถ้าไม่จดทะเบียนตามกำหนด ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป ไม่มีการเก็บข้อมูลใดๆ

ทำไมเครื่องมือนี้มีประโยชน์: เกษตรกรขายผลผลิตดิบส่วนใหญ่ "ไม่ต้องจด VAT เลยไม่ว่าจะรายรับเท่าไหร่" เพราะยกเว้นที่ตัวสินค้า ไม่ใช่ยกเว้นเพราะรายได้น้อย เครื่องมือนี้ช่วยเช็คว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายยกเว้นหรือต้องดูเกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม

เกณฑ์ VAT ใช้ "รายรับ" (ยอดขายรวม) ไม่ใช่กำไร และแยกจากเกณฑ์ยกเว้นภาษีวิสาหกิจชุมชนโดยสิ้นเชิง แม้ตัวเลข 1.8 ล้านจะบังเอิญเท่ากัน — ดู FAQ ด้านล่างของหน้านี้

1. รายรับและประเภทกิจการ

ยอดขายสินค้า/บริการรวมก่อนหักต้นทุนใดๆ (ไม่ใช่กำไร)

3 ตัวเลือกแรกได้รับยกเว้น VAT โดยธรรมชาติสินค้าตามมาตรา 81 ไม่ว่ารายรับจะเท่าไหร่

2. ถ้าต้องจดทะเบียน (หรือสมัครใจ)

ทำเพื่อขอคืนภาษีซื้อ (input tax) เช่น กรณีลงทุนซื้อเครื่องจักรจำนวนมาก — ไม่มีผลถ้าสินค้าของคุณยกเว้น VAT โดยธรรมชาติ

ใช้ประมาณภาษีซื้อที่หักลบได้ — ถ้าไม่แน่ใจ กรอก 0 ไว้ก่อนได้

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวอย่าง: รายรับทั้งปี 2,500,000 บาท (เกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท)

ถ้าขายผลผลิตทางการเกษตรดิบ — ไม่ต้องจดทะเบียน VAT เลย เสียภาษี 0 บาท

แต่ถ้าขายสินค้าแปรรูปที่รายรับเท่ากัน — ต้องจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสุทธิ 122,500 บาท ต่อปี

(ลองปรับตัวเลขตามรายรับและประเภทกิจการจริงของคุณในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)

ความคิดเห็น

เว็บนี้ไม่มีระบบสมาชิก ทุกความเห็นจะแสดง "รหัสประจำตัว" สั้นๆ ที่อ้างอิงอุปกรณ์/เบราว์เซอร์ที่ใช้แสดงความเห็น (ไม่ใช่การยืนยันตัวตนจริง) เพื่อช่วยให้ดูออกว่าความเห็นที่ชื่อต่างกันมาจากคนเดียวกันหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม

0/2000 ตัวอักษร

คำถามที่พบบ่อย

เกษตรกรขายข้าว ผัก ผลไม้ รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT ไหม?

ไม่ต้อง ถ้าขายผลผลิตทางการเกษตรแบบดิบ (ไม่แปรรูป) เพราะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 แห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง "โดยธรรมชาติของตัวสินค้า" ไม่เกี่ยวกับจำนวนรายได้เลย ไม่ว่าจะขายได้กี่สิบล้านบาทต่อปีก็ตาม ต่างจากธุรกิจทั่วไปที่ยกเว้นเฉพาะรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทเท่านั้น สินค้าเกษตรที่ได้รับยกเว้นรวมถึง พืชผล สัตว์ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่น/อาหารสัตว์ และยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์

ถ้าเอาผลผลิตไปแปรรูปก่อนขาย (เช่น สีข้าวบรรจุถุง ทำน้ำผลไม้) ยังยกเว้น VAT อยู่ไหม?

ไม่ยกเว้นแล้ว การแปรรูปหรือเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร (เช่น ข้าวสารบรรจุถุงขายปลีก น้ำผลไม้กระป๋อง ขนมแปรรูปจากผลไม้) ทำให้สินค้าพ้นจากสถานะ "สินค้าเกษตรดิบ" ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81 ต้องกลับมาดูเกณฑ์รายรับปกติ ถ้ารายรับรวมทั้งปีเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์

เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทนี้ ใช้ "รายได้" หรือ "กำไร"?

ใช้ "รายรับ" คือยอดขายสินค้า/บริการรวมทั้งปี ไม่ใช่กำไรสุทธิ ดังนั้นแม้ธุรกิจจะขายแล้วขาดทุนหรือกำไรน้อยมาก แต่ถ้ายอดขายรวมทั้งปีเกิน 1,800,000 บาท และไม่ใช่สินค้าที่ได้รับยกเว้น ก็ยังต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย

อัตราภาษี 7% ที่ใช้คำนวณ เป็นอัตราถาวรหรือชั่วคราว?

เป็นอัตราลดชั่วคราวจากอัตราปกติตามกฎหมาย 10% ซึ่งรัฐบาลออกกฎหมายขยายเวลาลดอัตรานี้ต่อเนื่องมาแล้วกว่า 20 ฉบับตั้งแต่ปี 2535 (มากกว่า 30 ปี) ล่าสุดขยายเวลาถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 แม้จะมีแนวโน้มสูงมากว่าจะขยายเวลาต่อเนื่องไปอีก (ตามรูปแบบที่ทำมาตลอด) แต่ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนคำนวณภาษีจริงเสมอ

ถ้ารายรับยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จดทะเบียน VAT แบบสมัครใจได้ไหม ทำไมถึงอยากทำ?

ได้ ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้น (รายรับไม่ถึงเกณฑ์ หรือขายสินค้าประเภทที่ได้รับยกเว้น) มีสิทธิยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสมัครใจได้ผ่านแบบ ภ.พ.01.1 คู่กับ ภ.พ.01 เหตุผลหลักที่ธุรกิจเลือกทำคือเพื่อขอคืน "ภาษีซื้อ" (input tax) ที่จ่ายไปตอนซื้อของ/ลงทุน เช่น กรณีลงทุนซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ราคาแพงที่มี VAT สูง การจดทะเบียนจะทำให้เอาภาษีซื้อนั้นมาหักลบหรือขอคืนได้ แลกกับภาระต้องออกใบกำกับภาษีขายและยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน

ถ้าถึงเกณฑ์แล้วไม่จดทะเบียน จะเจอค่าปรับเท่าไหร่?

มี 2 ส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มจากภาษีที่ค้าง: (1) เบี้ยปรับ ตามระยะเวลาที่ล่าช้าในการจดทะเบียน คือ 2% ถ้าล่าช้าไม่เกิน 15 วัน / 5% ถ้า 16-30 วัน / 10% ถ้า 31-60 วัน / 20% ถ้าเกิน 60 วัน ของภาษีที่ต้องเสีย และ (2) เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (เศษเดือนนับเป็น 1 เดือน) ของภาษีค้างชำระ นับจากวันที่ครบกำหนดต้องจดทะเบียน นอกจากนี้ยังอาจมีโทษทางอาญา (จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ตัวเลขในเครื่องมือนี้เป็นการประมาณการเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากอยู่ในสถานการณ์นี้จริง

ภาษีซื้อ (input tax) กับภาษีขาย (output tax) ต่างกันยังไง ทำไมต้องหักลบกัน?

ภาษีขาย (output tax) คือ VAT 7% ที่เรียกเก็บจากลูกค้าตอนขายสินค้า/บริการ ส่วนภาษีซื้อ (input tax) คือ VAT ที่เราจ่ายไปตอนซื้อวัตถุดิบ/สินค้า/บริการที่มี VAT มาใช้ในกิจการ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT แล้วมีหน้าที่นำภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ เหลือเป็น "ภาษีมูลค่าเพิ่มสุทธิ" ที่ต้องนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกเดือน (แบบ ภ.พ.30) ถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายในเดือนใด สามารถขอคืนภาษีหรือยกไปหักเดือนถัดไปได้

ถามหมอพืช

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? ลองถามเกษตรกรด้วยกันที่ ชุมชนเกษตรออนไลน์ ได้ฟรี