ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

ช่องทางติดต่อ

โทร LINE

บัญชีรับเงิน

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

520-240504-8

คำนวณจุดคุ้มทุนระบบน้ำหยด

ประเมินระยะเวลาคืนทุนของระบบน้ำหยด เทียบกับวิธีให้น้ำเดิม (ท่วมขัง/รดสายยาง/สปริงเกลอร์) จากค่าน้ำ-ไฟที่ประหยัดได้ พร้อมกราฟเงินลงทุนสะสมเทียบมูลค่าที่ได้คืน ปริมาณน้ำที่ประหยัดได้ และสัดส่วนที่มาของผลตอบแทน ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป — ไม่แน่ใจว่าพืชต้องการน้ำเท่าไหร่? ใช้ คำนวณระบบน้ำเพื่อการเกษตร ก่อนได้

ผลคำนวณเป็นการประมาณตามสมมติฐานทั่วไป (ราคาระบบ/ประสิทธิภาพการให้น้ำ) ไม่ใช่ใบเสนอราคาจริง ควรขอใบเสนอราคาจริงก่อนตัดสินใจ — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
หลักการ: น้ำหยดส่งน้ำตรงจุดโคนต้น สูญเสียน้อยกว่าการให้น้ำแบบเดิม (ท่วมขัง/สปริงเกลอร์) มาก — เมื่อพืชต้องการน้ำเท่าเดิม จึง "สูบน้ำน้อยกว่า" เพื่อผลลัพธ์เดียวกัน ค่าไฟ/น้ำมันสูบน้ำที่ประหยัดได้คือที่มาหลักของการคืนทุน
อ่านเพิ่มเติม

"ประสิทธิภาพการให้น้ำ" คือสัดส่วนน้ำที่พืชได้ใช้จริงเทียบกับน้ำที่สูบทั้งหมด ท่วมขัง/รดสายยางมีน้ำสูญเสียจากการระเหยและไหลทิ้งสูง เหลือน้ำที่ใช้จริงแค่ 25-50% ส่วนน้ำหยดสูญเสียน้อยกว่า 5% ทำให้ประสิทธิภาพสูงถึง 75-95% เครื่องมือนี้คำนวณปริมาณน้ำที่ต้องสูบเพิ่มจากวิธีเดิม แล้วแปลงเป็นค่าไฟ/น้ำมันที่ประหยัดได้ต่อปี

1. พื้นที่และความต้องการน้ำของพืช

ไม่แน่ใจตัวเลขความต้องการน้ำ? ดูละเอียดกว่านี้ได้ที่ คำนวณระบบน้ำเพื่อการเกษตร

2. วิธีให้น้ำเดิม (ที่จะเปลี่ยนมาใช้น้ำหยดแทน)

แต่ละวิธีสูญเสียน้ำไม่เท่ากัน ยิ่งวิธีเดิมสูญเสียมาก ยิ่งประหยัดได้เยอะเมื่อเปลี่ยนมาน้ำหยด

3. ค่าน้ำ/ค่าไฟสูบน้ำ และราคาระบบ

ไม่ทราบ? ปล่อยว่าง = ไม่นับต้นทุนน้ำ (นับเฉพาะแรงงาน/ผลผลิตในขั้น 4 แทนถ้ากรอกไว้)

ค่าเฉลี่ยทั่วไป 8,000-15,000 บาท/ไร่ (ปั๊ม+ถังกรอง+เทปน้ำหยด)

4. ประหยัดแรงงาน/ผลผลิตเพิ่ม (ไม่บังคับ)

กรอกจากข้อมูลจริงของคุณเอง ไม่มีค่าเริ่มต้นเพราะต่างกันมากตามพืช/พื้นที่ — ปล่อยว่างได้ถ้าไม่แน่ใจ

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (พื้นที่ 10 ไร่ เปลี่ยนจากท่วมขัง/รดสายยาง มาเป็นน้ำหยด ที่ค่าน้ำ/ไฟสูบสมมติ 1 บาท/ลบ.ม. — ยังไม่นับแรงงาน/ผลผลิตเพิ่ม)

น้ำที่ประหยัดได้ทั้งแปลง 41,739 ลบ.ม./ปี คิดเป็นค่าน้ำ/ไฟที่ประหยัดได้ 41,739 บาท/ปี

ลงทุนระบบ 120,000 บาท จะคืนทุนในปีที่ 2.9 (เฉพาะจากค่าน้ำที่ประหยัดได้ ยังไม่รวมแรงงาน/ผลผลิตที่อาจประหยัด/เพิ่มได้อีก)

(ลองปรับตัวเลขตามพื้นที่และวิธีให้น้ำของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมเปลี่ยนจากรดสายยาง/ท่วมขัง มาเป็นน้ำหยด ถึงประหยัดน้ำได้เยอะ?

เพราะ "ประสิทธิภาพการให้น้ำ" ต่างกันมาก — ท่วมขัง/รดสายยางมีน้ำสูญเสียจากการระเหยและไหลทิ้งสูง เหลือน้ำที่พืชได้ใช้จริงแค่ 25-50% ของน้ำที่สูบ ขณะที่น้ำหยดส่งน้ำตรงจุดโคนต้น สูญเสียน้อยกว่า 5% ทำให้ประสิทธิภาพสูงถึง 75-95% เมื่อพืชต้องการน้ำเท่าเดิม การให้น้ำแบบเดิมจึงต้องสูบน้ำมากกว่าน้ำหยดหลายเท่าเพื่อชดเชยส่วนที่สูญเสียไป

ทำไมเครื่องมือนี้ไม่มีค่าเริ่มต้นสำหรับ "ผลผลิตเพิ่มขึ้น" และ "ประหยัดแรงงาน"?

เพราะตัวเลขเหล่านี้แตกต่างกันมากตามชนิดพืช พื้นที่ วิธีบริหารจัดการ และแรงงานที่มีอยู่เดิม ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่อ้างอิงได้แน่ชัดเหมือนประสิทธิภาพการให้น้ำ (ซึ่งมีมาตรฐานสากลรองรับ) เครื่องมือนี้จึงให้กรอกจากข้อมูลจริงของคุณเอง (เช่น ปกติรดน้ำใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์) แทนการเดาตัวเลขที่อาจไม่ตรงกับสถานการณ์จริง — ถ้าไม่แน่ใจ ปล่อยว่างไว้ได้ เครื่องมือจะคำนวณเฉพาะจากค่าน้ำที่ประหยัดได้อย่างเดียว

ราคาระบบน้ำหยด 8,000-15,000 บาทต่อไร่ รวมอะไรบ้าง?

เป็นช่วงราคาระบบน้ำหยดพื้นฐานสำหรับสวนผัก/พืชไร่ทั่วไป ประกอบด้วยปั๊มน้ำขนาดเล็ก ถังกรองน้ำ ท่อเมนพีวีซี และเทปน้ำหยด ไม่รวมค่าขุดเจาะบ่อบาดาล/สระเก็บน้ำ (ถ้ายังไม่มีแหล่งน้ำ) และไม่รวมระบบควบคุมอัตโนมัติ (ตัวตั้งเวลา/เซนเซอร์ความชื้น) ซึ่งจะเพิ่มราคาขึ้นอีก ราคาจริงต่างกันตามคุณภาพอุปกรณ์และระยะห่างแปลง ควรขอใบเสนอราคาจริงและกรอกในช่อง "หรือกรอกราคารวมจริง" เพื่อความแม่นยำ

ทำไมอายุใช้งานระบบเริ่มต้นแค่ 5 ปี ทั้งที่บางแหล่งบอกว่าใช้ได้ 20 ปี?

อายุใช้งานต่างกันมากตามคุณภาพอุปกรณ์ — เทปน้ำหยดราคาประหยัด (ผนังบาง) มักอยู่ได้ 3-5 ฤดูปลูกก่อนต้องเปลี่ยน ขณะที่ท่อ PE แข็งและอุปกรณ์หลัก (ปั๊ม ถังกรอง) มีอายุการใช้งานยาวกว่ามาก บางระบบคุณภาพสูงอาจใช้ได้ถึง 15-20 ปีถ้าดูแลรักษาดี เครื่องมือนี้ใช้ค่าเริ่มต้นแบบระมัดระวัง (5 ปี) เพื่อไม่ให้ประเมินความคุ้มค่าสูงเกินจริง แต่ปรับเป็นตัวเลขที่ตรงกับอุปกรณ์ที่เลือกใช้จริงได้เสมอ

ควรเปลี่ยนจากสปริงเกลอร์เดิมมาเป็นน้ำหยดไหม ในเมื่อสปริงเกลอร์ก็ประหยัดน้ำอยู่แล้ว?

ขึ้นอยู่กับว่าใช้สปริงเกลอร์แบบไหนอยู่ — ถ้าเป็นสปริงเกลอร์ติดตายที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงน้ำหยดอยู่แล้ว (70-80% เทียบ 75-95%) การเปลี่ยนมาน้ำหยดอาจประหยัดน้ำเพิ่มไม่มากนัก คืนทุนช้ากว่ากรณีเปลี่ยนจากท่วมขัง/รดสายยางอย่างเห็นได้ชัด ลองปรับตัวเลือก "วิธีให้น้ำเดิม" ในเครื่องมือเทียบดูก่อนตัดสินใจลงทุน — น้ำหยดยังมีข้อดีอื่นที่เครื่องมือนี้ไม่ได้คิดเป็นมูลค่า เช่น ลดความชื้นบนใบ (ลดโรคพืชบางชนิด) และให้ปุ๋ยพร้อมน้ำได้แม่นยำกว่า (fertigation)

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? โทร 0905928614 หรือ แชท LINE คุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลย