คำนวณคาร์บอนเครดิตนาข้าว (เปียกสลับแห้ง/AWD)
เครื่องมือประมาณการเบื้องต้นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้และรายได้ที่เป็นไปได้ จากการ ทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying — AWD) เทียบกับนาน้ำขังตลอด คำนวณจากพื้นที่นา ระดับการปล่อยน้ำแห้ง และจำนวนรอบปลูกต่อปี ใช้สูตรมาตรฐานสากล (IPCC) เป็นฐาน — ไม่ใช่ปริมาณ คาร์บอนเครดิตที่ได้รับรองจริง เหมาะสำหรับดูภาพรวมก่อนตัดสินใจศึกษาต่อ ใช้งานฟรี ไม่ต้อง ติดตั้งแอป
1. เลือกระดับการทำนาเปียกสลับแห้ง (AWD)
แตะการ์ดเพื่อเลือก — ยิ่งปล่อยแปลงแห้งหลายครั้ง ยิ่งลดมีเทนได้มากกว่า แต่ต้องจัดการน้ำเข้มงวดกว่า
2. รายละเอียดแปลงนา
ค่าเริ่มต้นเป็นตัวเลขทั่วไป — แก้เป็นตัวเลขจริงของแปลงคุณได้ทุกช่อง
ค่าเริ่มต้นสำหรับข้าวพันธุ์เบา/ไม่ไวแสง (เช่น กข41) ปรับตามพันธุ์จริงของคุณได้
3. ประเมินรายได้
ค่าเริ่มต้นเป็นราคาเฉลี่ยตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจของไทยล่าสุด — ราคาผันผวนบ่อย ปรับตามที่เช็คมาจริง
เทียบอัตราปล่อยมีเทน: นาน้ำขังตลอด vs ระดับที่เลือก
รายได้ตามราคาตลาด: เบา vs มาตรฐาน
—
มิเตอร์คาร์บอนที่ลดได้ — เทียบเท่าอะไรบ้าง
ตัวเลขเทียบเคียงคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น ไม่ใช่ค่ามาตรฐานสากลตายตัว
รายได้สะสม 5 ปี: ตามราคาตลาด vs เหมาต่อไร่
เรดาร์เทียบเบา vs มาตรฐาน 4 มิติ
แกน "ลดมีเทน/ครั้งปล่อยแห้ง" เป็นค่าตามนิยามของแต่ละระดับ ส่วนแกน "ลด CO2e/รายได้" คำนวณสดจากพื้นที่-ราคาที่กรอกไว้
บริบทตลาด: ปริมาณซื้อขายคาร์บอนไทย 3 ปีย้อนหลัง
ปริมาณซื้อขายตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจไทย (หน่วย: ตัน CO2e) ลดลงต่อเนื่อง 3 ปีงบประมาณ — ข้อมูลอ้างอิงคงที่ ไม่เปลี่ยนตามค่าที่กรอก สนับสนุนคำเตือนเรื่องราคาตลาดผันผวนด้านบน
กรอกรายละเอียดด้านบนให้ครบ แล้วกดปุ่ม “คำนวณ” เพื่อดูผลประเมิน
ตัวอย่างคำนวณคาร์บอนเครดิต
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากนา 10 ไร่ ปลูก 2 รอบ/ปี รอบละ 100 วัน ราคาตลาดคาร์บอนเฉลี่ย 144 บาท/ตัน (ค่าเดียวกับที่กล่องคำนวณด้านบนเติมให้อัตโนมัติ — ปรับได้ตามแปลง จริงของคุณ)
นา 10 ไร่ ทำเปียกสลับแห้งเบา ลดคาร์บอนได้เท่าไหร่?
ด้วยระดับ เปียกสลับแห้งเบา (ปล่อยแห้งครั้งเดียว) (ปล่อยแปลงแห้ง 1 ครั้งต่อรอบ) ลดมีเทนได้ประมาณ 113 กก./ปี คิดเป็นคาร์บอนเครดิตประมาณ 3.06 ตัน CO2e/ปี — ถ้าขายตามราคาตลาดเฉลี่ย จะได้รายได้โดยประมาณราว 440 บาท/ปี
ถ้าทำเปียกสลับแห้งมาตรฐาน (ปล่อยแห้งหลายครั้ง) ต่างกันแค่ไหน?
ด้วยระดับ เปียกสลับแห้งมาตรฐาน (ปล่อยแห้งหลายครั้ง) ลดมีเทนได้มากกว่าที่ประมาณ 176 กก./ปี คิดเป็นคาร์บอนเครดิตประมาณ 4.74 ตัน CO2e/ปี — รายได้โดยประมาณตามราคาตลาดราว 683 บาท/ปี แต่ต้องจัดการน้ำเข้มงวดกว่า (ติดตามระดับน้ำใต้ดิน ปล่อยเข้า-ออกสม่ำเสมอ)
ถ้าขายผ่านช่องทางเหมาต่อไร่แบบเคสจริง จะได้เท่าไหร่?
อ้างอิงกรณีศึกษาจริง (บริษัทเอกชนรับซื้อคาร์บอนเครดิตแบบเหมา 200 บาท/ไร่/รอบ) นา 10 ไร่ ปลูก 2 รอบ/ปี จะได้รายได้โดยประมาณราว 4,000 บาท/ปี — ตัวเลขนี้ไม่ผูกกับปริมาณ CO2e ที่คำนวณได้ และใกล้เคียงกับสิ่งที่รายย่อยจะเจอจริงมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ ขายผ่านช่องทางเหมาแบบนี้ ไม่ได้เข้าตลาดคาร์บอนโดยตรง
(ลองปรับตัวเลขให้ตรงกับแปลงนาของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเลขในเครื่องมือนี้คือปริมาณคาร์บอนเครดิตที่จะได้รับจริงหรือไม่?
ไม่ใช่ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการเพื่อการศึกษาเท่านั้น คำนวณจากสูตรมาตรฐานสากล (IPCC) ที่ใช้ค่าเฉลี่ยระดับภูมิภาค ไม่ใช่ค่าวัดจริงเฉพาะแปลงนาของคุณ ปริมาณเครดิตที่ได้รับรองจริงต้องคำนวณตามระเบียบวิธีของโครงการที่ขึ้นทะเบียนไว้ (เช่น T-VER ของ อบก.) และผ่านการตรวจวัด+ตรวจสอบรับรองโดยหน่วยงานอิสระ (VVB) เท่านั้น
เกษตรกรรายย่อยขายคาร์บอนเครดิตจากนาข้าวเองได้เลยไหม?
โดยทั่วไปทำเองโดยตรงได้ยาก เพราะการขึ้นทะเบียนโครงการและตรวจสอบรับรองมีต้นทุน/ขั้นตอนสูงเกินกว่าแปลงนารายเดียวจะคุ้ม ในทางปฏิบัติเกษตรกรรายย่อยมักเข้าร่วมผ่านหน่วยงานกลางที่รวบรวมพื้นที่หลายแปลง เช่น กรมการข้าว หรือบริษัทเอกชนที่มีโครงการรับซื้อคาร์บอนเครดิตแบบเหมาต่อไร่ (ดูตัวอย่างจริงในหัวข้อ "รายได้โดยประมาณ" ของเครื่องมือนี้)
"เปียกสลับแห้งเบา" กับ "มาตรฐาน" ต่างกันยังไง ควรเลือกแบบไหน?
ต่างกันที่จำนวนครั้งที่ปล่อยให้แปลงนาแห้งในแต่ละรอบปลูก แบบ "เบา" ปล่อยแห้งครั้งเดียว จัดการง่ายกว่า ลดมีเทนได้ประมาณ 29% เทียบกับนาน้ำขังตลอด ส่วนแบบ "มาตรฐาน" ปล่อยแห้งซ้ำหลายครั้งตลอดรอบปลูก ลดมีเทนได้มากกว่า (ประมาณ 45%) แต่ต้องติดตามระดับน้ำใต้ดินและจัดการน้ำเข้ม-ออกอย่างสม่ำเสมอกว่า เลือกตามความพร้อมด้านแรงงาน/ระบบชลประทานของแปลงคุณ
ทำไมต้องเป็นพันธุ์ข้าวไม่ไวแสง/นาชลประทานเท่านั้น?
เพราะเปียกสลับแห้งต้องควบคุมระดับน้ำเข้า-ออกแปลงได้ตามต้องการ ซึ่งทำได้เฉพาะนาชลประทานที่มีแหล่งน้ำและระบบสูบ/ระบายที่จัดการเองได้ นาน้ำฝนควบคุมน้ำแบบนี้ไม่ได้ ส่วนพันธุ์ข้าวก็ควรเป็นพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง (เช่น กข41 กข61 กข85 อายุเก็บเกี่ยวสั้น 90-110 วัน) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธุ์ที่นิยมปลูกในนาชลประทาน/นาปรังอยู่แล้ว
"รายได้ตามราคาตลาด" กับ "รายได้เทียบเคสจริง" ในผลลัพธ์ ต่างกันยังไง ใช้ตัวไหนดี?
"ตามราคาตลาด" คำนวณจากปริมาณ CO2e ที่ลดได้ × ราคาตลาดคาร์บอนเครดิตที่คุณกรอก (ค่าเริ่มต้นเป็นราคาเฉลี่ยตลาดภาคสมัครใจไทยล่าสุด) เหมาะถ้าจะขายผ่านตลาดคาร์บอนโดยตรง ส่วน "เทียบเคสจริง" อ้างอิงอัตราเหมาจ่ายที่บริษัทเอกชนรายหนึ่งจ่ายให้เกษตรกรจริง (200 บาท/ไร่/รอบ ไม่ผูกกับปริมาณ CO2e ที่คำนวณได้) ซึ่งใกล้เคียงกับสิ่งที่รายย่อยจะเจอจริงมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ขายผ่านช่องทางเหมาแบบนี้ ไม่ได้เข้าตลาดคาร์บอนเอง ทั้งสองตัวเลขเป็นเพียงการประมาณการ ราคา/เงื่อนไขจริงต้องเช็คกับผู้รับซื้อโดยตรง
นอกจากรายได้จากคาร์บอนเครดิต การทำเปียกสลับแห้งมีประโยชน์อื่นไหม?
มี — จากกรณีศึกษาจริงที่อ้างอิง การทำเปียกสลับแห้งช่วยลดต้นทุนการผลิต (ลดจำนวนครั้งสูบน้ำ/ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง) ได้ราว 20-24% เทียบกับนาน้ำขังตลอด และยังพบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในหลายกรณี (ดินได้รับออกซิเจนดีขึ้นช่วงแปลงแห้ง) ประโยชน์เหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่ในตัวเลขคำนวณของเครื่องมือนี้ ซึ่งคิดเฉพาะส่วนคาร์บอนเครดิตเท่านั้น