ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

ช่องทางติดต่อ

โทร LINE

บัญชีรับเงิน

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

520-240504-8

คำนวณจุดคุ้มทุนรถตัดอ้อยรับจ้าง

ประเมินระยะเวลาคืนทุนของการลงทุนซื้อรถตัดอ้อยไปรับจ้างตัด จากราคารถ กำลังการตัด (ตัน/วัน x วัน/ฤดู) ราคาค่าจ้างตัดในพื้นที่ และต้นทุนดำเนินการ (น้ำมัน/ค่าแรงคนขับ/ค่าซ่อมบำรุง) พร้อมโหมดคำนวณผ่อน สินเชื่อ ธ.ก.ส. ดอกเบี้ยเกษตรกร 2%/ปี กราฟเงินลงทุนสะสมเทียบกำไรสะสม และความไวต่อราคาค่าจ้างที่ ต่างกัน — วิจัยจากแหล่งข้อมูลจริงหลายแหล่ง รวมข้อควรระวังเรื่องรถตัดอ้อยไม่มีคุณภาพ ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป

ผลคำนวณเป็นการประมาณตามสมมติฐานทั่วไป (ราคารถ/ค่าจ้าง/ต้นทุนดำเนินการผันแปรตามพื้นที่จริง) ไม่ใช่การรับประกันรายได้ ควรสอบถามราคาซื้อขายจริงและสำรวจตลาดในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

⚠️ ระวังรถตัดอ้อยไม่มีคุณภาพ: สภาองค์กรของผู้บริโภค (สคบ.) เคยออกเตือนภัยรถตัดอ้อยยี่ห้อหนึ่ง (102 แรงม้า) ขายใน 6 จังหวัด เกษตรกรบางรายจ่ายเงินสดกว่า 1.55 ล้านบาท แต่เครื่องจริงมีปัญหาหนัก — เศษใบ/ก้านตกค้างเยอะ กินน้ำมันจริง 2.5-3.5 ลิตร/ตัน (โฆษณาไว้แค่ 1-1.5 ลิตร/ตัน) ใบมีดชำรุด ไฮดรอลิกรั่ว สายพานลำเลียงเสีย

ควรทำอย่างไรก่อนซื้อ
  • ขอดูสาธิตใช้งานจริงในแปลงจริง ไม่ใช่แค่วิดีโอโฆษณา
  • ตรวจสัญญารับประกัน/เงื่อนไขคืนสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน
  • สอบถามอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจริง (ลิตร/ตัน) จากผู้ใช้งานจริงรายอื่น ไม่ใช่จากโฆษณาอย่างเดียว
  • ถ้าซื้อมาแล้วมีปัญหา บันทึกเป็นหลักฐานรายวันไว้เสมอ
ทำไมต้องตัดอ้อยสด ไม่เผาอ้อย? อ้อยไฟไหม้ถูกโรงงานหักเงินจริง (~20 บาท/ตัน) และรัฐเคยจ่ายเงินช่วยเหลือส่วนต่างให้อ้อยสดคุณภาพดี (69-120 บาท/ตัน แล้วแต่ปี) เพื่อลดฝุ่น PM2.5 แต่ค่าจ้างแรงงานคนตัดสด (~240 บาท/ตัน) แพงกว่าตัดแบบเผา (~130 บาท/ตัน) มาก ทำให้หลายคนยังเลือกเผา — รถตัดอ้อยตัดสดได้โดยไม่ต้องเผา ด้วยต้นทุนต่อตันที่แข่งขันได้ (120-200 บาท/ตัน) จึงมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากภาครัฐสนับสนุนโดยตรง (ดูขั้นที่ 5 ด้านล่าง)
หลักการ: รายได้มาจากค่าจ้างตัด (ปริมาณอ้อยที่ตัดได้ทั้งฤดู × ราคาต่อตัน) หักด้วยต้นทุนดำเนินการ (น้ำมัน+ค่าแรงคนขับ+ค่าซ่อมบำรุง) เหลือเป็น "กำไรสุทธิต่อปี" ที่จะเอาไปหักล้างเงินลงทุนซื้อรถจนคืนทุน
อ่านเพิ่มเติม

ธุรกิจรับจ้างตัดอ้อยมีต้นทุนคงที่สูงมาก (ราคารถหลักล้านถึงสิบล้านบาท) และทำงานได้แค่ฤดูหีบอ้อยเดียวต่อปี (~90 วัน) ต่างจากรถไถ/โดรนที่รับงานได้ตลอดปี กำไรจึงขึ้นอยู่กับ "ปริมาณงานที่รับได้ในฤดูสั้นๆ นี้" เป็นหลัก งานวิจัยจริงพบว่าคืนทุนช้ากว่าเครื่องมือรับจ้างเกษตรอื่นในหมวดนี้มาก (ดู FAQ ด้านล่าง) ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

1. เงินลงทุนซื้อรถตัดอ้อย

ช่วงราคาตลาดจริง (ก.ย. 2569) 6-13 ล้านบาท ตามขนาด/แหล่งผลิต — มีใบเสนอราคาจริงแล้ว กรอกแทนพรีเซ็ตได้เลย

2. กำลังการตัด (ปริมาณอ้อยที่รับจ้างได้ต่อฤดู)

แยก 2 ปัจจัยให้ปรับอิสระ — ฤดูหีบอ้อยมีแค่ปีละครั้ง (ธ.ค.-มี.ค.) ต่างจากรถไถ/โดรนที่รับงานได้ตลอดปี

รถขนาด 200-340 แรงม้า ตัดได้ 150-200 ตัน/วัน (รถเล็ก 65-75 ตัน/วัน)

ฤดูหีบทั้งหมด ~100-120 วัน แต่ทำงานได้จริงน้อยกว่านั้น (ฝน/ย้ายแปลง/เครื่องเสีย)

3. ราคาค่าจ้างตัด (บาท/ตัน)

ราคาต่างกันมากตามความหนาแน่นของรถตัดในพื้นที่/ราคาน้ำมัน/ช่วงเวลาของฤดู

4. ต้นทุนดำเนินการ

งานวิจัยวัดจริง ~2.0 ลิตร/ตัน (รถด้อยคุณภาพอาจกิน 2.5-3.5)

ราคาขายปลีกจริงวันนี้ ~39 บาท/ลิตร ปรับตามวันที่ใช้งานจริง

จากประกาศรับสมัครงานจริง 10,500-20,000 บาท/เดือน — ปรับเป็น 0 ถ้าเจ้าของขับเอง

ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน กรอกเองหรือปล่อยว่าง = ไม่นับ (สำคัญมาก — เครื่องจักรซับซ้อน สึกหรอเร็ว)

5. อายุใช้งานเครื่องจักร & สินเชื่อ ธ.ก.ส.

ทั่วไป 8-12 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษา

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (รถในประเทศ 300-350 แรงม้า 8,000,000 บาท ตัดได้ 150 ตัน/วัน รับงาน 90 วัน/ฤดู ที่ค่าจ้าง 150 บาท/ตัน ค่าแรงคนขับ 15,000 บาท/เดือน — ยังไม่นับค่า ซ่อมบำรุง/อะไหล่เพิ่มเติมเพราะไม่มีตัวเลขมาตรฐาน ซื้อสดไม่ผ่อนสินเชื่อ)

รับงานรวม 13,500 ตัน/ฤดู รายได้ 2,025,000 บาท/ปี เหลือกำไรสุทธิ 927,000 บาท/ปี หลังหักค่าน้ำมันและค่าแรงคนขับ

ลงทุนซื้อรถ 8,000,000 บาท จะคืนทุนในปีที่ 8.6

(ลองปรับตัวเลขตามราคารถ/ราคาค่าจ้างในพื้นที่ของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้ หรือเปิดโหมดผ่อนสินเชื่อ ธ.ก.ส. ดูก็ได้)

คำถามที่พบบ่อย

ต่างจาก "คำนวณจุดคุ้มทุนรถเกี่ยวข้าวรับจ้าง/รถไถรับจ้าง/โดรนพ่นยารับจ้าง" ที่มีอยู่แล้วอย่างไร?

หลักการเดียวกัน (ลงทุนซื้อเครื่องจักรไปรับจ้าง คุ้มไหม กี่ปีคืนทุน) แต่เป็นธุรกิจคนละแบบ ราคาเครื่องแพงกว่ามาก (หลักล้านถึงสิบล้านบาท เทียบรถเกี่ยวข้าวหลักแสน) ผูกกับฤดูหีบอ้อยเดียวเท่านั้น (ธ.ค.-มี.ค. ปีละครั้ง ต่างจากโดรน/รถไถที่รับงานได้ตลอดปีทุกพืช) และจากงานวิจัยจริงพบว่าคืนทุนช้ากว่ามาก (ดูคำถามถัดไป) — เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความเสี่ยงมากกว่า 3 เครื่องมือก่อนหน้าในหมวดนี้ชัดเจน

ทำไมรถตัดอ้อยถึงคืนทุนช้ากว่ารถเกี่ยวข้าว/รถไถ/โดรนมาก?

จากบทวิเคราะห์จริง (thaia.co.th) รถตัดอ้อย "ในประเทศ" แม้ใช้ตัดของตัวเองรวมกับรับจ้างคนอื่นเต็มที่ 6 ปี ก็ยัง "ได้ผลตอบแทนไม่คุ้มต้นทุน" ส่วนรถนำเข้าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 11 ปีถึงจะคืนหนี้ได้ สาเหตุหลักคือราคาเครื่องแพงมาก (6-13 ล้านบาท) เทียบกับรถเกี่ยวข้าวมือสอง (แสนกว่าบาท) ในขณะที่ค่าจ้างตัดต่อตัน (120-200 บาท) ให้กำไรต่อหน่วยไม่ได้สูงเป็นพิเศษ และฤดูทำงานสั้นแค่ปีละครั้ง (~90 วัน) ไม่เหมือนโดรน/รถไถที่รับงานได้ทั้งปี ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรมั่นใจว่ามีงานรับจ้างแน่นอนเพียงพอ ไม่ใช่แค่ตัดอ้อยแปลงตัวเอง

มีข่าวเตือนภัยรถตัดอ้อยไม่มีคุณภาพจริงไหม ควรระวังอะไรก่อนซื้อ?

มีจริง — สภาองค์กรของผู้บริโภค (สคบ.) เคยออกเตือนภัยรถตัดอ้อยยี่ห้อหนึ่ง (กำลัง 102 แรงม้า) ที่ขายใน 6 จังหวัด เกษตรกรบางรายจ่ายเงินสดกว่า 1.55 ล้านบาท แต่เครื่องจริงมีปัญหาหนัก (เศษใบ/ก้านตกค้างเยอะ กินน้ำมันจริง 2.5-3.5 ลิตร/ตัน ทั้งที่โฆษณาไว้แค่ 1-1.5 ลิตร/ตัน ใบมีดชำรุด ระบบไฮดรอลิกรั่ว สายพานลำเลียงเสีย) ก่อนซื้อควรขอดูสาธิตใช้งานจริงในแปลงจริง (ไม่ใช่วิดีโอโฆษณา) ตรวจสัญญารับประกัน/เงื่อนไขคืนสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน และหากซื้อมาแล้วมีปัญหา ควรบันทึกเป็นหลักฐานรายวันไว้เสมอ ดูรายละเอียดกล่องเตือนภัยด้านบนของหน้านี้

ทำไมค่าจ้างตัดต่อตันถึงต่างกันได้ถึง 120-200 บาท?

ผันแปรตามความหนาแน่นของรถตัดอ้อยในพื้นที่ (พื้นที่ที่มีรถตัดน้อยเทียบกับไร่อ้อย ราคาจะสูงกว่า) ระยะทาง/ความยากในการเข้าถึงแปลง ราคาน้ำมันดีเซล ณ ขณะนั้น และช่วงเวลาของฤดู (ต้นฤดู/ปลายฤดูที่คิวรถแน่น ราคาจะขยับขึ้น) ลองปรับตัวเลือกราคาในเครื่องมือเทียบดูว่าถ้าในพื้นที่คุณตั้งราคาได้เท่าไหร่ คืนทุนจะเปลี่ยนไปแค่ไหน (กราฟความไวท้ายหน้าแสดงชัดเจน)

ทำไมค่าเริ่มต้น "จำนวนวันทำงานต่อฤดู" มีแค่ 90 วัน?

มาจากงานวิจัยจริงของสถาบันวิจัยระบบสารสนเทศ (TSRI) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ใช้ฐาน 90 วัน/ฤดู ในการคำนวณเงินที่ประหยัดได้จากรถตัดอ้อยลำต้นแบบ — สอดคล้องกับความยาวฤดูหีบอ้อยทั้งอุตสาหกรรมจริง (เปิดหีบ 1 ธ.ค. ทยอยตามกลุ่มโรงงาน ปิดหีบราวกลางเดือนมีนาคม รวม ~100-120 วัน) แต่รถตัดแต่ละคันมักทำงานได้จริงน้อยกว่าความยาวฤดูเต็ม เพราะฝนต้นฤดู แปลงไม่พร้อม ต้องย้ายแปลง หรือเครื่องเสีย ปรับตัวเลขนี้ตามแผนรับงานจริงของคุณได้เสมอ

ค่าแรงคนขับ 15,000 บาท/เดือน มาจากไหน ทำไมจ่ายเป็นเงินเดือนไม่ใช่บาทต่อตันเหมือนน้ำมัน?

มาจากประกาศรับสมัครงานจริงหลายแห่ง ("พนักงานขับรถตัดอ้อย" เงินเดือน 10,500-20,000 บาท) ต่างจากรถเกี่ยวข้าวที่พบว่าจ่ายเป็นบาทต่อไร่ตรงๆ — รถตัดอ้อยต้องการทักษะเฉพาะทางสูง (ควบคุมเครื่องจักรซับซ้อน ปรับความสูงใบมีด ดูแลระบบไฮดรอลิก) จึงมักจ้างเป็นพนักงานประจำทั้งฤดูด้วยเงินเดือน ไม่ใช่จ่ายตามผลงานล้วนๆ เครื่องมือนี้ใช้ค่ากลาง 15,000 บาท/เดือน แล้วแปลงเป็นต้นทุนต่อฤดูตามจำนวนเดือนที่ทำงานจริง ปรับเป็น 0 ได้ถ้าเจ้าของขับเอง

สินเชื่อ ธ.ก.ส. ดอกเบี้ย 2% ที่พูดถึงคืออะไร ใช้ยังไง?

เป็นโครงการจริงของ ธ.ก.ส. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ปี 2568-2570 วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท (ปีละ 2,000 ล้านบาท) ให้กู้ต่อรายไม่เกิน 38.05 ล้านบาท "รองรับการจัดซื้อเครื่องจักรการเกษตร เช่น รถตัดอ้อย รถคีบอ้อย รถแทรกเตอร์" โดยตรง เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง 2% ต่อปี (อีก 5% รัฐ/สอน./ธนาคารรับภาระแทน) เพื่อจูงใจให้เลิกเผาอ้อยลดฝุ่น PM2.5 — เปิดโหมดนี้ในเครื่องมือ (เลือกจำนวนปีที่ผ่อน) จะคำนวณค่างวดผ่อนต่อปีให้ และเทียบว่ากำไรจากธุรกิจพอจ่ายค่างวดไหม (คำนวณแบบผ่อนเต็มราคาเครื่องไม่มีเงินดาวน์ เพื่อความง่าย ถ้ามีเงินดาวน์จริงค่างวดจะลดลงได้อีก) ควรสอบถามรายละเอียด/คุณสมบัติผู้กู้ที่ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้านโดยตรง

ทำไมต้องตัดอ้อยสด ไม่เผาอ้อย? เกี่ยวอะไรกับการซื้อรถตัดอ้อย?

อ้อยไฟไหม้ถูกโรงงานหักเงินจริง (ประมาณ 20 บาท/ตัน) และรัฐเคยจ่ายเงินช่วยเหลือส่วนต่างให้อ้อยสดคุณภาพดี (69-120 บาท/ตัน ในแต่ละปีที่ผ่านมา ไม่แน่นอนทุกปี) เพื่อจูงใจให้เกษตรกรเลิกเผา ลดฝุ่น PM2.5 — ปัญหาคือค่าจ้างแรงงานคนตัดสด (~240 บาท/ตัน) แพงกว่าตัดแบบเผาไฟมาก (~130 บาท/ตัน) ทำให้เกษตรกรจำนวนมากยังเลือกเผาอยู่ รถตัดอ้อยเป็นทางแก้ที่ตัดสดได้โดยไม่ต้องเผา ด้วยต้นทุนต่อตันที่แข่งขันได้ (120-200 บาท/ตัน) นี่คือเหตุผลที่ภาครัฐผลักดันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำข้างต้นให้ซื้อรถตัดอ้อยโดยเฉพาะ — ธุรกิจนี้จึงมีทั้งแรงหนุนด้านนโยบาย/สิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่มุมกำไรล้วนๆ

ควรซื้อรถตัดอ้อยในประเทศหรือรถนำเข้า?

รถในประเทศ (200-350 แรงม้า, 6-8 ล้านบาท) ราคาถูกกว่า แต่จากงานวิจัยพบว่ากำลังตัด/ความทนทานอาจสู้รถนำเข้าไม่ได้เต็มที่ ส่วนรถนำเข้า (300-350+ แรงม้า, 11 ล้านบาทขึ้นไป หรือมือสองเริ่ม 6.9 ล้านบาท) ตัดได้เร็ว/ทนกว่า แต่ราคาแพงกว่ามาก และจากบทวิเคราะห์เดียวกันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 11 ปีถึงจะคืนหนี้ได้ (นานกว่ารถในประเทศเสียอีก เพราะราคาตั้งต้นสูงกว่ามาก) ลองกรอกราคาจริงที่ตัวแทนจำหน่ายเสนอแทนพรีเซ็ต แล้วดูผลคำนวณทั้งแบบซื้อสดและแบบผ่อนสินเชื่อ ธ.ก.ส. ก่อนตัดสินใจ — ธุรกิจนี้ใช้เงินลงทุนสูงมาก ควรปรึกษาผู้ที่ทำธุรกิจนี้อยู่จริงในพื้นที่ก่อนเสมอ

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? โทร 0905928614 หรือ แชท LINE คุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลย