รู้กำไรขาดทุนก่อนปลูกยางพารา
ประเมินปีที่คืนทุนของสวนยางพาราก่อนปลูก กรอกพื้นที่ ความหนาแน่นการปลูก ต้นทุนช่วง 6-7 ปีแรกที่ยัง กรีดไม่ได้ ต้นทุนดูแลช่วงกรีดแล้ว ผลผลิตน้ำยางสด และเลือกรูปแบบขาย (น้ำยางสด/ยางแผ่นดิบ/ ยางแผ่นรมควัน) ระบบจะแปลงหน่วยเป็นเนื้อยางแห้ง (DRC) และคำนวณกระแสเงินสดสะสมตลอด 25 ปี ให้เห็นปีที่คืนทุนจริงทันที ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป
อ่านเพิ่มเติม
น้ำยางสดที่กรีดได้มีน้ำเป็นส่วนใหญ่ มีเนื้อยางจริงแค่ราว 30% ตลาดจึงตั้งราคาเป็น "บาทต่อกิโลกรัมเนื้อยางแห้ง" เสมอไม่ว่าจะขายรูปแบบไหน เครื่องมือนี้แปลงหน่วยให้อัตโนมัติ พร้อมหักต้นทุนแปรรูปถ้าเลือกทำเป็นแผ่น
1. พื้นที่และความหนาแน่นการปลูก
2. ช่วงปลูกใหม่ยังกรีดไม่ได้ (6-7 ปีแรก)
ต้องรอต้นโตได้ขนาดถึงจะกรีดได้ ช่วงนี้ไม่มีรายได้เลย — ค่าเริ่มต้นเป็นค่าประมาณ แก้เป็นตัวเลขจริงของสวนคุณได้เสมอ
3. ช่วงกรีดแล้ว
ระบบกรีด
4. รูปแบบขายและราคา
⚠️ ราคาทุกรูปแบบเป็น "บาทต่อกิโลกรัมเนื้อยางแห้ง" ไม่ใช่น้ำหนักน้ำยางที่ชั่งได้ตรงๆ
เลือกรูปแบบขายหลัก (หักต้นทุนแปรรูปให้อัตโนมัติถ้าทำเป็นแผ่น)
ต้นทุนสะสม เทียบ รายได้สะสม (25 ปี)
ผลผลิตน้ำยางสด/ไร่ ไต่ระดับตามอายุต้น
กำไรสุทธิ/ไร่/ปี ถ้าเปลี่ยนรูปแบบขาย (ปีที่ผลผลิตเต็มที่)
ปีคืนทุน ถ้าราคาต่างจากที่คาด
ตารางรายปี (บาท)
| ปี | ต้นทุน/ปี | รายได้/ปี | ต้นทุนสะสม | รายได้สะสม |
|---|
ตัวอย่างคำนวณ
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (พื้นที่ 5 ไร่ ขายเป็นยางแผ่นดิบ ระบบกรีดมาตรฐาน)
ต้นทุนสะสม 25 ปี 987,500 บาท รายได้สะสม 25 ปี 1,470,000 บาท
คืนทุนที่ปีที่ 12 — กำไรสะสมตลอด 25 ปี ≈ 482,500 บาท
(ลองปรับตัวเลขตามสวนของคุณเอง โดยเฉพาะรูปแบบขายและราคาที่ทราบล่าสุด ในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องรอถึง 6-7 ปีถึงเริ่มกรีดยางได้ นานกว่าทุเรียนอีก?
ต้นยางต้องมีเส้นรอบวงลำต้น ≥ 50 ซม. (วัดที่ความสูง 150 ซม.) ถึงจะเปิดกรีดได้โดยไม่ทำร้ายต้น ซึ่งโดยทั่วไปต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 ปีถึงจะได้ขนาดนี้ ต่างจากทุเรียนที่เริ่มติดผลบางส่วนได้เร็วกว่า ช่วง 6 ปีแรกนี้จึงไม่มีรายได้เลยสักบาท มีแต่ต้นทุนดูแลต้นอ่อน เครื่องมือนี้จึงคำนวณกระแสเงินสดสะสมยาวถึง 25 ปีให้เห็นภาพจริงทั้งวงจร
ทำไมราคาที่กรอกต้องเป็น "ราคาต่อกิโลกรัมเนื้อยางแห้ง" ไม่ใช่น้ำหนักน้ำยางที่กรีดได้ตรงๆ?
น้ำยางสดที่กรีดได้มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก มีเนื้อยางจริงอยู่แค่ประมาณ 30% (เรียกว่า DRC หรือเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง) ตลาดยางทุกรูปแบบ (น้ำยางสด/แผ่นดิบ/รมควัน) จึงตั้งราคาเป็น "บาทต่อกิโลกรัมเนื้อยางแห้ง" เสมอ ไม่ใช่น้ำหนักที่ชั่งได้ตรงๆ เครื่องมือนี้จึงแปลงน้ำหนักน้ำยางสดที่กรอกผ่านเปอร์เซ็นต์ DRC ก่อนคูณราคาให้อัตโนมัติ
ขายน้ำยางสด vs ทำเป็นยางแผ่นดิบ vs รมควัน แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาที่ทำได้จริงกับต้นทุนแปรรูปที่ต้องจ่ายเพิ่ม (ค่าแรง+สารเคมีจับตัวยาง+เชื้อเพลิงรมควัน) ด้วยราคาปัจจุบันในเครื่องมือนี้ ยางแผ่นดิบมักให้กำไรสุทธิต่อกิโลกรัมดีที่สุด เพราะต้นทุนแปรรูปต่ำกว่าการรมควันในขณะที่ราคาใกล้เคียงกัน แต่ราคาจริงผันผวนได้มาก ลองเปรียบเทียบกราฟในเครื่องมือนี้กับราคาที่ทราบจริงในพื้นที่คุณเสมอ
ระบบกรีด (มาตรฐาน/ประหยัด/เร่งผลผลิต) ต่างกันยังไง?
ระบบกรีดมาตรฐาน (วันเว้นวัน) ให้ผลผลิตสม่ำเสมอและต้นยางอยู่ได้นาน ระบบประหยัด (3 วันเว้น 1) ให้ผลผลิตน้อยกว่าแต่ต้นยางเครียดน้อยกว่า อยู่ได้นานกว่า ส่วนระบบเร่งผลผลิต (กรีดถี่กว่ามาตรฐาน) ได้ผลผลิตมากขึ้นในระยะสั้นแต่ทำให้ต้นทรุดโทรมเร็วกว่า อายุกรีดจริงอาจสั้นกว่า 25 ปีที่เครื่องมือนี้ใช้เป็นกรอบเวลา ควรเลือกระบบกรีดที่เหมาะกับแผนระยะยาวของสวนคุณ
ตัวเลขต้นทุน-ผลผลิตเริ่มต้นในเครื่องมือนี้แม่นยำแค่ไหน?
ต้นทุนดูแลช่วงกรีดแล้วและผลผลิตยางแห้งเฉลี่ยอ้างอิงข้อมูลทางการ ส่วนต้นทุนช่วง 6 ปีแรกก่อนกรีดและต้นทุนแปรรูปเป็นค่าประมาณของทีมงาน ต้นทุนจริงต่างกันมากตามพื้นที่ พันธุ์ยาง และวิธีดูแล ควรปรับทุกช่องให้ตรงกับสวนตัวเองก่อนกดคำนวณเสมอ ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณระยะยาว ไม่รวมความเสี่ยงต้นตาย/โรค/ภัยธรรมชาติ