รู้กำไรขาดทุนก่อนปลูกสับปะรด
ประเมินกำไร-ขาดทุนของแปลงสับปะรดก่อนปลูก กรอกพื้นที่ เลือกความหนาแน่นการปลูก ปรับ เปอร์เซ็นต์ขายสดผสมกับขายโรงงาน แล้วดูวงจร "ปลูกใหม่ → รอบหลัก → ตอ 1 → ตอ 2" ที่ ผลผลิตลดลงทุกตอจริง ก่อนต้องรื้อปลูกใหม่ ระบบจะคำนวณกระแสเงินสดสะสมตลอด 16 ปี ให้เห็นปีที่คืนทุนจริงทันที ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป
อ่านเพิ่มเติม
วงจรของสับปะรดคือปีแรกปลูกใหม่ไม่มีผล ปีถัดมาเก็บรอบหลัก แล้วไว้ตอเก็บอีก 2 ปี (ผลผลิตลดลงเรื่อยๆ) ก่อนต้องรื้อปลูกใหม่อีกครั้ง วนซ้ำแบบนี้ตลอด 16 ปี
1. ความหนาแน่นการปลูก
เติมค่าเริ่มต้นทั้งหมดด้านล่างให้อัตโนมัติตามที่เลือก (แก้เองต่อได้ทุกช่อง)
2. พื้นที่และต้นทุนแต่ละรอบ
รวมเตรียมดิน หน่อพันธุ์ ปลูก ปุ๋ยแรกเริ่ม
3. ผลผลิตและราคาขาย
⚠️ ผลผลิตตอ 1 เหลือ ~75% และตอ 2 เหลือ ~55% ของรอบหลักโดยประมาณ
ส่วนที่เหลือ (100% - ค่านี้) ขายเข้าโรงงาน
ต้นทุนสะสม เทียบ รายได้สะสม (16 ปี)
ผลผลิต/ไร่ ตามวงจร (ปลูกใหม่-หลัก-ตอ1-ตอ2 วนซ้ำ)
กำไรสะสม 16 ปี เทียบเปอร์เซ็นต์ขายสด
ตารางรายปี (บาท)
| ปี | ต้นทุน/ปี | รายได้/ปี | ต้นทุนสะสม | รายได้สะสม |
|---|
ตัวอย่างคำนวณ
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (พื้นที่ 5 ไร่ ความหนาแน่นมาตรฐาน (8,000 ต้น/ไร่) ขายสด 20%)
ต้นทุนสะสม 16 ปี 760,000 บาท รายได้สะสม 16 ปี 1,207,003 บาท
คืนทุนที่ปีที่ 2 — กำไรสะสมตลอด 16 ปี ≈ 447,003 บาท
(ลองปรับความหนาแน่น เปอร์เซ็นต์ขายสด และตัวเลขตามแปลงของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมผลผลิตสับปะรดถึงลดลงทุกตอ ทั้งที่กล้วยหอมในซีรีส์นี้ผลผลิตคงที่ตลอด?
เพราะสับปะรดไว้ตอ (ตัดต้นเดิมแล้วปล่อยให้แตกหน่อข้างจากกอเดิมโตต่อ) ใช้รากและอาหารสะสมจากต้นแม่ต้นเดียวกันซ้ำหลายรอบ ทำให้อาหารสะสมในรากลดลงเรื่อยๆ ต่างจากกล้วยหอมที่หน่อใหม่แต่ละรอบสืบทอดความสมบูรณ์จากกอเดิมได้เกือบเต็มที่ เครื่องมือนี้จึงให้ผลผลิตตอ 1 เหลือประมาณ 75% และตอ 2 เหลือประมาณ 55% ของรอบหลัก ก่อนต้องรื้อปลูกใหม่ (ไว้ตอได้จำกัดแค่ 2 ครั้งตามข้อจำกัดทางชีวภาพจริงของสับปะรด)
"เปอร์เซ็นต์ขายสด" คืออะไร ทำไมไม่ใช่ปุ่มเลือกขายโรงงานหรือขายสดแบบพืชอื่น?
เพราะเกษตรกรสับปะรดจริงมักขายผลผลิตแบบผสมทั้ง 2 ช่องทางพร้อมกันในรอบเก็บเกี่ยวเดียว: ผลที่ขนาด/คุณภาพผ่านเกณฑ์ตลาดสดขายได้ราคาสูงกว่ามาก (~11 บาท/กก.) ส่วนที่เหลือขายเข้าโรงงานซึ่งรับซื้อทุกลูกแต่ราคาต่ำกว่า (~7 บาท/กก.) เครื่องมือนี้จึงให้ปรับเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อเนื่อง (0-100%) แทนการเลือกทางใดทางหนึ่งเด็ดขาด สะท้อนการขายจริงที่ผสมทั้ง 2 ช่องทางเสมอ
ความหนาแน่นการปลูก "มาตรฐาน" กับ "ปลูกถี่" ต่างกันยังไง ควรเลือกแบบไหน?
ปลูกเบาบางเกินไป (ต่ำกว่า 8,000 ต้น/ไร่) ตามคำแนะนำจริงถือว่า "ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน" เครื่องมือนี้จึงเริ่มที่มาตรฐาน 8,000 ต้น/ไร่ เป็นฐาน ส่วนตัวเลือกปลูกถี่ 10,000 ต้น/ไร่ ลงทุนค่าหน่อพันธุ์สูงกว่าประมาณ 20% แต่ได้ผลผลิตต่อไร่มากกว่าประมาณ 25% ถ้ามีทุนและดูแลได้ทั่วถึงมักคุ้มกว่า แต่ต้องดูแลเข้มข้นกว่าเพื่อไม่ให้ผลเล็กเกินเกณฑ์ตลาดสด
ทำไมเครื่องมือนี้จำกัดไว้ตอแค่ 2 ครั้ง ทั้งที่อ้อยตอในซีรีส์เดียวกันไว้ตอได้ 3-4 รอบ?
เพราะเป็นข้อจำกัดทางชีวภาพจริงที่ต่างกันของทั้ง 2 พืช อ้อยมีระบบรากที่ฟื้นตัวและแตกหน่อใหม่ได้ดีกว่าในรอบต่อๆ ไป ส่วนสับปะรดตามคำแนะนำทางการเกษตรทั่วไปไว้ตอได้จริงแค่ประมาณ 1-2 ครั้งก่อนที่ผลผลิตจะเล็กและน้อยเกินคุ้มทุนต่อการดูแล ต้องรื้อแปลงปลูกด้วยหน่อพันธุ์ใหม่เพื่อให้ได้ผลผลิตเต็มที่อีกครั้ง
ตัวเลขต้นทุน-ผลผลิตเริ่มต้นในเครื่องมือนี้แม่นยำแค่ไหน?
ผลผลิตและต้นทุนรวมต่อกิโลกรัมของรอบหลักอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการ (หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) ราคาโรงงาน/ราคาผลสดอ้างอิงราคาเฉลี่ยล่าสุดที่ประกาศจริง ส่วนเปอร์เซ็นต์ผลผลิตที่ลดลงระหว่างตอเป็นค่าประมาณตามทิศทางธรรมชาติของการไว้ตอ ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัยเปรียบเทียบโดยตรง และราคาสับปะรดผันผวนสูงมากตามฤดูกาล (มักตกต่ำสุดช่วง เม.ย.-มิ.ย. เพราะผลผลิตออกพร้อมกันทั่วประเทศ) ควรปรับทุกช่องให้ตรงกับแปลงและตลาดรับซื้อจริงก่อนตัดสินใจเสมอ
ความคิดเห็น
เว็บนี้ไม่มีระบบสมาชิก ทุกความเห็นจะแสดง "รหัสประจำตัว" สั้นๆ ที่อ้างอิงอุปกรณ์/เบราว์เซอร์ที่ใช้แสดงความเห็น (ไม่ใช่การยืนยันตัวตนจริง) เพื่อช่วยให้ดูออกว่าความเห็นที่ชื่อต่างกันมาจากคนเดียวกันหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม
ยังไม่มีความเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นเลย