ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

ช่องทางติดต่อ

โทร LINE

บัญชีรับเงิน

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

520-240504-8

รู้กำไรขาดทุนก่อนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ประเมินกำไร-ขาดทุนก่อนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กรอกพื้นที่ ต้นทุนต่อรอบ ผลผลิตสดที่คาด แล้วเลือก กลยุทธ์ขาย ระหว่างขายสดทันที (ราคาถูกหักตามความชื้น) กับ ตากแห้งก่อนขาย (ราคาเต็มที่ แต่เสียน้ำหนักจากไอน้ำ+ต้นทุนตาก) ระบบคำนวณกำไร-ขาดทุน ต่อไร่เทียบทั้ง 2 ทางให้ทันที ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป

ผลคำนวณเป็นการประมาณ ไม่รวมความเสี่ยงภัยแล้ง/น้ำท่วม/ราคาตลาดผันผวนระหว่างฤดู ควรสอบถามราคาลานรับซื้อจริงก่อนตัดสินใจ — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
หลักการ: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เก็บเกี่ยวสดมีความชื้นสูงกว่าราคาอ้างอิงตลาด (14.5%) เลือกได้ว่าจะขายสดทันที (ราคาถูกหักตามความชื้น+ส่วนต่างความเสี่ยง) หรือตากแห้งก่อนขาย (ราคาเต็มที่ แต่เสียน้ำหนักจากไอน้ำ+ต้นทุนตาก) เครื่องมือนี้คำนวณกำไร-ขาดทุนต่อไร่เทียบทั้ง 2 ทาง
อ่านเพิ่มเติม

น้ำหนักส่วนที่เป็นน้ำไม่นับเป็นเนื้อข้าวโพด การแปลงน้ำหนักสด→น้ำหนักเทียบเท่าที่ความชื้นอ้างอิงใช้หลักสมดุลมวล (mass balance) มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในการค้าธัญพืชทั่วไป

1. พื้นที่และต้นทุน-ผลผลิต

พื้นที่ชลประทานปลูกได้ถึง 2 รอบ/ปี

2. ความชื้นและราคาอ้างอิง

3. ต้นทุน-ส่วนต่างของแต่ละกลยุทธ์

เลือกกลยุทธ์ขายหลัก

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (พื้นที่ 5 ไร่ ขายสดทันที)

ต้นทุนรวมต่อรอบ 27,500 บาท รายได้รวมต่อรอบ 31,776 บาท

กำไร-ขาดทุนต่อไร่ ≈ 855 บาท — รวมทั้งแปลงต่อรอบ ≈ 4,276 บาท

(ลองปรับตัวเลขตามพื้นที่ของคุณเอง โดยเฉพาะกลยุทธ์ขายและราคาที่ทราบล่าสุด ในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมขายข้าวโพดสดถึงได้ราคาต่ำกว่าตากแห้งมาก?

ข้าวโพดที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมีความชื้นสูงราว 20-25% ในขณะที่ราคาอ้างอิงตลาดตั้งที่ความชื้น 14.5% ลานรับซื้อจึงหักน้ำหนัก/ราคาตามความชื้นส่วนเกินตามหลักสมดุลมวล (น้ำหนักส่วนที่เป็นน้ำจะไม่นับเป็นเนื้อข้าวโพด) นอกจากนี้ลานรับซื้อมักคิดส่วนต่างความเสี่ยงเพิ่มอีกสำหรับข้าวโพดสด (เพราะต้องรับความเสี่ยงเชื้อราและต้องอบเองต่อ) ทำให้ราคาข้าวโพดสดต่ำกว่าราคาที่ตากแห้งแล้วได้ค่อนข้างมาก

ตากแห้งเองแล้วดีกว่าเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป การตากแห้งเองทำให้ได้ราคาเต็มที่ที่ความชื้น 14.5% แต่ต้องแลกกับ (1) น้ำหนักที่หายไปจริงจากไอน้ำที่ระเหย (2) น้ำหนักที่เสียเพิ่มจากการแตกหัก/ฝุ่นระหว่างตาก และ (3) ต้นทุนค่าแรง+เชื้อเพลิง/ค่าเช่าลานตาก ถ้าส่วนต่างราคาที่ได้ไม่คุ้มกับต้นทุนและน้ำหนักที่เสียไป ขายสดทันทีอาจได้กำไรมากกว่า เครื่องมือนี้คำนวณเปรียบเทียบทั้ง 2 ทางให้เห็นตัวเลขจริง

ทำไมกำไรต่อไร่ของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถึงดูน้อยกว่าไม้ผลในซีรีส์นี้มาก?

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชอาหารสัตว์ราคาไม่สูงเทียบเท่าไม้ผล (ทุเรียน/มังคุด/ลำไย) แต่ข้อดีคือปลูกครั้งเดียวได้ผลผลิตใน 110-120 วัน ไม่ต้องรอหลายปีแบบไม้ยืนต้น หมุนเวียนเงินทุนได้เร็ว และราคาไม่ผันผวนรุนแรงเท่าผลไม้ตามฤดูกาล เหมาะเป็นพืชเสริมรายได้ระหว่างรอไม้ผลโตมากกว่าจะเป็นพืชทำกำไรก้อนใหญ่

ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้กี่รอบต่อปี?

พื้นที่อาศัยน้ำฝนส่วนใหญ่ปลูกได้ 1 รอบ/ปี (ฤดูฝน เม.ย.-พ.ย.) ส่วนพื้นที่มีชลประทานสามารถปลูกได้ถึง 2 รอบ/ปี (เพิ่มรอบฤดูแล้ง ธ.ค.-พ.ค.) เครื่องมือนี้ให้กรอกจำนวนรอบ/ปีเองได้ ผลลัพธ์ต่อปีจะคูณตามจำนวนรอบที่กรอก

ตัวเลขต้นทุน-ผลผลิตเริ่มต้นในเครื่องมือนี้แม่นยำแค่ไหน?

ผลผลิตอ้างอิงค่าเฉลี่ยทั้งประเทศจากงานวิจัยจริง (ปรับเพิ่มเล็กน้อยให้สมจริงกับสวนที่จัดการดี) ราคาอ้างอิงอิงราคาประกาศคุ้มครองของกระทรวงพาณิชย์ปรับเทียบกับราคาตลาดที่ผันผวนสูง ส่วนส่วนต่างความเสี่ยงขายสดและต้นทุนตากแห้งเป็นค่าประมาณของทีมงาน ควรปรับทุกช่องให้ตรงกับพื้นที่และลานรับซื้อจริงก่อนกดคำนวณเสมอ ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณ ไม่รวมความเสี่ยงภัยแล้ง/น้ำท่วม/ราคาตลาดผันผวนระหว่างฤดู

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? โทร 0905928614 หรือ แชท LINE คุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลย