สรุปสั้นๆ
- วัชพืชช่วง 0-5 เดือนแรก กระทบอ้อยมาก กำจัดตอนยังเล็ก ใช้แรงงานในช่วง 1-4 เดือนแรกได้ แล้วค่อยใช้สารตามฉลากเมื่ออ้อยโตขึ้น วัชพืชเถาเลื้อยให้ถอนตอนอ้อยราว 2-4 เดือน
- ปุ๋ยแบ่งใส่ สองครั้ง ครั้งแรกพร้อมปลูกให้ครบไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ครั้งที่สองส่วนไนโตรเจนและโพแทสเซียมที่เหลือ ฟอสเฟตใส่ครั้งเดียวพร้อมปลูก
- ครั้งที่สองใส่ราว 3-4 เดือน หลังปลูกสำหรับอ้อยต้นฝน และเลื่อนเป็นราว 5-6 เดือน สำหรับอ้อยข้ามแล้ง เพื่อให้ดินชื้นพอก่อนใส่
- ใส่ตอนดินชื้นเสมอ โรยข้างแถวแล้วกลบหรือใช้เครื่องฝัง ได้ผลดีกว่าหว่านโดยไม่กลบ และถ้าอ้อยโตไม่ดีให้ใส่ครั้งที่สามเน้นไนโตรเจน
วัชพืช: คุมให้เล็กใน 5 เดือนแรก
อ้อยต้นเล็กและทรงพุ่มยังไม่ปิดแปลงในช่วงแรก วัชพืชจึงแย่งน้ำ แสง และอาหารได้มากที่สุด ช่วง 0-5 เดือนแรกคือช่วงที่การกำจัดวัชพืชส่งผลต่อผลผลิตมากที่สุด หลังจากทรงพุ่มปิดแปลงแล้ววัชพืชใต้ทรงพุ่มกระทบน้อยลง
- ทันทีหลังปลูก: คุมวัชพืชก่อนงอกขณะดินชื้น ใช้เฉพาะสารที่ขึ้นทะเบียนกับอ้อยตามฉลาก หรือใช้วิธีกล
- เดือนที่ 1-4: ใช้แรงงานหรือเครื่องพรวนระหว่างแถวตอนวัชพืชยังเล็ก ได้ผลดีและอ้อยเสี่ยงเสียหายจากสารน้อยกว่าตอนต้นอ้อยยังอ่อน
- เถาเลื้อย: ถอนตอนยังเล็กหรือราวช่วงอ้อยอายุ 2-4 เดือน เพราะเถาพันลำและบังแสงเมื่อโตแล้ว
- เมื่ออ้อยสูงขึ้น: ถ้าจะพ่นสารตามฉลาก ให้ใช้หัวครอบหรือเลี่ยงไม่ให้โดนใบอ้อย ปฏิทินนี้ไม่ระบุชื่อสารหรืออัตรา
ปุ๋ย: แบ่งใส่สองครั้งตามระยะ
คำแนะนำที่พบคือแบ่งใส่ไนโตรเจนสองครั้ง ครั้งแรกพร้อมปลูก ครั้งที่สองเมื่ออ้อยอายุ 3-4 เดือน ส่วนปุ๋ยฟอสเฟตใส่ครั้งเดียวพร้อมปลูก ปุ๋ยโพแทสเซียมในดินเหนียวถึงร่วนเหนียวใส่ครั้งเดียวก่อนปลูกได้ ถ้าเป็นดินทรายถึงร่วนปนทรายให้แบ่งใส่สองถึงสามครั้งไปพร้อมไนโตรเจน
- ครั้งที่ 1 พร้อมปลูก: ให้มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมครบสามธาตุ เปิดร่องข้างแถวใส่แล้วกลบ
- ครั้งที่ 2 ที่ 3-4 เดือน: ไนโตรเจนและโพแทสเซียมส่วนที่เหลือ โรยข้างแถวแล้วพรวนกลบ ช่วงนี้อ้อยแตกกอเต็มที่และต้องการปุ๋ยมาก
- อ้อยข้ามแล้ง: ครั้งที่ 2 เลื่อนเป็นราว 5-6 เดือน รอให้ฝนต้นฤดูทำให้ดินชื้นพอ ไม่ใส่ตอนดินแห้งเพราะรากดูดไม่ได้และปุ๋ยสูญเสีย
- ครั้งที่ 3 ถ้าอ้อยโตไม่ดี: เน้นไนโตรเจนเสริมตามสัญญาณที่เห็นที่แปลง ไม่ใส่เพิ่มโดยไม่มีสัญญาณ
- ถ้าใส่ปูนปรับดิน: กลบปูนด้วยดินก่อนแล้วจึงใส่ปุ๋ย ไม่ให้ปุ๋ยสัมผัสปูนโดยตรง เพราะไนโตรเจนระเหยและฟอสเฟตใช้ได้น้อยลง
สูตรและปริมาณขึ้นกับผลวิเคราะห์ดินหรือเนื้อดินของแปลง ใช้เครื่องมือ คำนวณปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ประกอบ ปฏิทินนี้ไม่ระบุสูตรหรืออัตรา
ทำไมต้องรอดินชื้น
ปุ๋ยเคมีต้องละลายในน้ำในดินก่อนรากจะดูดได้ ถ้าใส่ตอนดินแห้งปุ๋ยจะค้างบนผิวดินและสูญเสียทั้งจากการระเหยและการชะล้างเมื่อฝนมาแรงๆ ทั้งอ้อยปลูกและอ้อยตอจึงให้ใส่ตอนดินชื้นพอและกลบทุกครั้ง ทำให้อ้อยข้ามแล้งต้องเลื่อนครั้งที่สองไปหลังฝนต้นฤดู ซึ่งตรงกับช่วงที่อ้อยเริ่มโตเร็วขึ้นอีกครั้ง
ดูต่อเรื่องน้ำและระยะการเติบโตที่ น้ำและระยะการเติบโต และการใส่ปุ๋ยตอที่ ดูแลอ้อยตอ
คำถามที่พบบ่อย
วัชพืชช่วงไหนกระทบอ้อยมากที่สุด
ช่วง 0-5 เดือนแรกหลังปลูก ขณะต้นอ้อยยังเล็กและทรงพุ่มยังไม่ปิดแปลง วัชพืชแย่งน้ำแสงและอาหารได้มากที่สุด จึงควรคุมวัชพืชทันทีหลังปลูกและกำจัดตอนยังเล็กต่อเนื่อง
ใส่ปุ๋ยอ้อยกี่ครั้งต่อรอบ
คำแนะนำหลักคือสองครั้ง ครั้งแรกพร้อมปลูกและครั้งที่สองที่ 3-4 เดือน อ้อยข้ามแล้งเป็น 5-6 เดือน ถ้าอ้อยโตไม่ดีใส่ครั้งที่สามเน้นไนโตรเจน และดินทรายแบ่งใส่ไนโตรเจนกับโพแทสเซียมเป็นหลายครั้งได้
ทำไมอ้อยข้ามแล้งต้องใส่ปุ๋ยครั้งที่สองช้ากว่า
เพราะอ้อยข้ามแล้งอายุ 3-4 เดือนยังอยู่กลางหน้าแล้งดินแห้ง ใส่ปุ๋ยไปรากดูดไม่ได้ จึงรอฝนต้นฤดูที่ทำให้ดินชื้นก่อน ซึ่งมักตรงราว 5-6 เดือนหลังปลูก
ใส่ปุ๋ยอ้อยแบบไหนได้ผลดีกว่า
ใช้เครื่องฝังปุ๋ยหรือเปิดร่องข้างแถวใส่แล้วกลบดิน ได้ผลดีกว่าหว่านโดยไม่กลบ เพราะลดการสูญเสียจากการระเหยและการชะล้าง และต้องทำตอนดินมีความชื้นเหมาะสมเสมอ
ศัพท์ที่ใช้ในหน้านี้
- ปุ๋ยรองพื้น
- ปุ๋ยที่ใส่พร้อมปลูกในร่องก่อนกลบท่อน ให้อ้อยได้ธาตุอาหารตั้งแต่ตั้งตัว
- ช่วงแตกกอ
- ช่วงที่ตาโคนต้นแตกหน่อชุดใหม่ต่อเนื่อง ได้จำนวนลำต่อกอ ต้องการน้ำและปุ๋ยมาก
- วัชพืชเถาเลื้อย
- วัชพืชที่เลื้อยพันลำอ้อยและบังแสง กำจัดได้ง่ายที่สุดตอนยังเล็ก
อ่านต่อและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 14 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ฉบับแรก