วิธีป้องกันกำจัดโรคพืชหลังน้ำท่วม ฟื้นฟูแปลง พร้อมเลือกใช้สารคุมโรคและหนอน
ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงวิกฤตของเกษตรกร น้ำท่วมขังทำให้รากพืชขาดอากาศหายใจ ตะกอนดินเน่าเสียและแผลตามลำต้นเปิดทางให้เชื้อรา แบคทีเรีย และหนอนเข้าทำลายซ้ำเติม การฟื้นฟูอย่างถูกวิธีและเลือกใช้สารให้ตรงจุดจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
1. พืชอาศัยและความเปราะบางหลังน้ำท่วม
- ไม้ผล (ทุเรียน มะนาว ส้มโอ ลำไย): รากฝอยเน่าเปื่อยง่าย เป็นพืชอาศัยหลักของเชื้อราไฟทอปธอรา รวมถึงหนอนเจาะผลและกิ่ง
- พืชไร่ (มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด): เสี่ยงต่อหัวเน่า ลำต้นเน่า และโคนเน่าจากเชื้อราในดิน
- พืชผักและพืชล้มลุก (พริก มะเขือ แตงโม): เนื้อเยื่อบาง ช้ำน้ำง่าย แบคทีเรียและเชื้อราเข้าทำลายจนเน่ายวบได้เร็ว
2. โรคพืชยอดฮิตหลังน้ำลดและสารสามัญที่ควรเลือกใช้
- เมทาแลกซิล (Metalaxyl): สารดูดซึมกลุ่มฟีนิลเอไมด์ (Phenylamides)
ข้อดี: ดูดซึมไว คุมเชื้อราไฟทอปธอรา (Phytophthora) สาเหตุรากเน่าโคนเน่าได้เด็ดขาด
ข้อเสีย: เชื้อดื้อยาง่าย ห้ามใช้ซ้ำติดต่อกันเกิน 2-3 ครั้ง
การใช้: ราดโคนหรือพ่นรักษาอาการรากเน่า โคนเน่า
- ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม (Fosetyl-aluminium): สารดูดซึมสองทิศทาง
ข้อดี: เคลื่อนย้ายขึ้นสู่ยอดและลงสู่รากได้ กระตุ้นภูมิต้านทานพืช (Systemic Acquired Resistance: ความต้านทานทั่วทั้งต้นที่ถูกกระตุ้น) ปลอดภัยต่อยอดอ่อน
ข้อเสีย: เน้นป้องกันมากกว่ารักษา ห้ามผสมร่วมกับสารกลุ่มทองแดง
การใช้: ฉีดพ่นใบและราดโคนป้องกันรากเน่าโคนเน่า
- คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ (Copper hydroxide): สารสัมผัสเคลือบใบ
ข้อดี: คุมทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย เชื้อไม่ดื้อยา ราคาประหยัด
ข้อเสีย: ชะล้างง่ายหากฝนตก ไม่ดูดซึมเข้าเนื้อเยื่อ อาจเกิดพิษต่อพืช (Phytotoxicity: ความเป็นพิษต่อเซลล์พืช) หากพ่นโดนแดดจัดหรือดอกอ่อน
การใช้: พ่นล้างทรงพุ่มคุมโรคแคงเกอร์และแอนแทรคโนส
- ไดฟีโนโคนาโซล (Difenoconazole) + อะซอกซีสโตรบิน (Azoxystrobin): สารดูดซึม
ข้อดี: คุมโรคใบจุด ใบไหม้ แอนแทรคโนสได้กว้าง ช่วยให้ใบเขียวสมบูรณ์
ข้อเสีย: ไม่สามารถรักษาเชื้อรากเน่าไฟทอปธอรา
การใช้: พ่นคุ้มกันใบอ่อนที่แตกใหม่หลังน้ำลด
3. แมลงและหนอนระบาดซ้ำเติม พร้อมหลักการเลือกใช้สาร
ความชื้นสูงจะเร่งให้ไข่แมลงฟักตัว ยอดอ่อนที่ผลิใหม่จึงตกเป็นเป้าหมายของหนอน:
- คลอแรนทรานิลิโพรล (Chlorantraniliprole):
ข้อดี: แทรกซึมและดูดซึมดี ออกฤทธิ์นาน หนอนหยุดกินทันที ปลอดภัยต่อแมลงตัวห้ำตัวเบียน
ข้อเสีย: หนอนไม่ตายร่วงทันที ราคาสูงกว่าสารทั่วไป
การใช้: เหมาะกับ หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด หนอนม้วนใบข้าว หนอนกระทู้ผัก
- ลูเฟนนูรอน (Lufenuron): สารยับยั้งการลอกคราบ (Insect Growth Regulator: สารควบคุมการเจริญเติบโตของแมลง)
ข้อดี: คุมไข่และตัดวงจรหนอนวัยอ่อนได้นาน ไม่ทำลายใบพืช
ข้อเสีย: ไม่ฆ่าหนอนตัวเต็มวัย ไม่เหมาะกับแปลงที่หนอนระบาดหนักแบบฉับพลัน
การใช้: เหมาะกับ หนอนกระทู้ผัก หนอนใยผัก หนอนเจาะผล ในระยะไข่และหนอนวัยเล็ก
- บาซิลลัส ทูริงเยนซิส (Bacillus thuringiensis หรือ BT: เชื้อแบคทีเรียกักกันหนอน): ชีวภัณฑ์
ข้อดี: ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง เหมาะกับผักกินใบและช่วงใกล้เก็บเกี่ยว
ข้อเสีย: เสื่อมสภาพเร็วเมื่อโดนแดดจัด ต้องพ่นช่วงเย็น
การใช้: เหมาะกับ หนอนใยผัก หนอนคืบ ในแปลงพืชผัก
4. ลำดับขั้นตอนฟื้นฟูแปลงหลังน้ำลด
1. ห้ามรีบใส่ปุ๋ยเคมีทางดิน รากยังช้ำจะทำให้รากเน่าซ้ำ
2. โกยโคลนเลนและเปิดหน้าดินรอบโคนต้น เพื่อระบายความชื้น
3. ตัดแต่งกิ่งช้ำและกิ่งเป็นโรคทิ้ง เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อ
4. สลับกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ (Mode of Action: กลไกการออกฤทธิ์) เพื่อป้องกันการดื้อยา
สรุป
การดูแลแปลงหลังน้ำท่วมต้องเริ่มจากระบายน้ำ โกยโคลนเปิดโคนต้นให้อากาศถ่ายเท และงดปุ๋ยเคมีทางดิน จากนั้นใช้สารเชื้อราอย่างเมทาแลกซิลหรือฟอสอีทิล-อะลูมิเนียมคุมรากเน่า พร้อมพ่นสารกลุ่มทองแดงล้างทรงพุ่ม ส่วนยอดอ่อนที่ผลิใหม่ให้ตรวจหนอนสม่ำเสมอ หากเป็นระยะไข่และตัวอ่อนให้ใช้ลูเฟนนูรอน หากระบาดหนักให้ใช้คลอแรนทรานิลิโพรล การจัดการถูกวิธีและตรงจุดจะช่วยให้พืชฟื้นตัวได้รวดเร็ว
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นเลย