รู้กำไรขาดทุนก่อนเลี้ยงผึ้ง (ผึ้งพันธุ์ / ผึ้งโพรง / ชันโรง)
ประเมินกำไร-ขาดทุนจากการเลี้ยงผึ้งเพื่อผลิตน้ำผึ้งก่อนตัดสินใจลงทุนจริง เลือกแบบการเลี้ยง (ผึ้งพันธุ์เชิงพาณิชย์ ผึ้งโพรง หรือชันโรง) กรอกจำนวนรัง อัตราสูญเสียรัง ผลผลิตน้ำผึ้งต่อรัง ราคา รายได้ผลิตภัณฑ์อื่น/ขายรังแยกขยาย และต้นทุน 6 หมวด ระบบคำนวณน้ำผึ้งที่ได้ รายได้ ต้นทุน ราคาน้ำผึ้งคุ้มทุน ปีคืนทุน และกำไร-ขาดทุนต่อรัง/ต่อปีให้ทันที พร้อมกราฟโดนัทสัดส่วนต้นทุน กราฟ "รายได้มาจากไหน" กราฟความไวต่ออัตราสูญเสียรังและผลผลิตน้ำผึ้ง (อ้างอิงงานวิจัยฟาร์มผึ้ง จริง) และกราฟเปรียบเทียบ 3 แบบการเลี้ยงโดยตรง ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป
อ่านเพิ่มเติม
ความเสี่ยงหลักของการเลี้ยงผึ้งคืออัตราสูญเสียรัง (ผึ้งพันธุ์เคลื่อนย้ายเฉลี่ย 34-40% ต่อฤดูตามงานวิจัยจริง) และผลผลิตน้ำผึ้งที่แปรปรวนมากระหว่างปี ไม่ใช่ราคาหรือโรคเฉพาะทางแบบกุ้ง/ปลา อีกจุดที่ต้องดูคือ "รายได้มาจากไหน" — ชันโรงตามข้อมูลทางวิชาการ รายได้ 60% มาจากขายรังใหม่ ไม่ใช่ขายน้ำผึ้ง
1. เลือกแบบการเลี้ยง
เติมค่าเริ่มต้นทั้งหมดด้านล่างให้อัตโนมัติตามที่เลือก (แก้เองต่อได้ทุกช่อง)
ตัวเลขจากงานวิจัยฟาร์มผึ้งเชียงใหม่ปี 2560 (ฟาร์มขนาดกลาง ~300 ลัง หารเป็นต่อรัง) ผู้เลี้ยงมืออาชีพ ไม่ใช่มือใหม่
2. จำนวนรังและอัตราสูญเสีย
⚠️ อัตราสูญเสียรังคือความเสี่ยงหลัก (ผึ้งพันธุ์เคลื่อนย้ายเฉลี่ย 34-40% ต่อฤดู ตามงานวิจัยเชียงใหม่ ผึ้งโพรง/ชันโรงยังไม่มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ค่าเริ่มต้น 0% ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง)
ค่าแยกขยาย/ซื้อรังใหม่มาแทน
3. ผลผลิตและรายได้ต่อรัง/ปี
ผลผลิตแปรปรวนสูงมากระหว่างปี (ดูกราฟ)
ชันโรงมักขายรังแยกขยายเป็นรายได้หลัก
4. ต้นทุนต่อรัง/ปี
กรอกเป็นบาทต่อรังต่อปี (ระบบคูณจำนวนรังให้) ค่าทดแทนรังคิดแยกอัตโนมัติจากขั้นที่ 2
น้ำตาล แผ่นรังเทียม แป้งถั่วเหลือง ยา ขวด
รวมแรงงานตัวเองถ้าจะคิดค่าแรงตัวเองด้วย
5. เงินลงทุนเริ่มต้น
รัง/กล่อง/ขาตั้ง/อุปกรณ์ (ผึ้งพันธุ์ไม่รวมรถ) ใช้คำนวณปีคืนทุนอย่างเดียว
สัดส่วนต้นทุน 6 หมวด (ต่อรัง/ปี)
รายได้มาจากไหน (ต่อรัง/ปี)
กำไร-ขาดทุน ถ้าอัตราสูญเสียรังต่างไป (ต่อรัง/ปี)
ผึ้งพันธุ์เคลื่อนย้าย: เฉลี่ย 34-40% ต่อฤดู และราว 15-30% ของกรณีสูญเสีย 51-75% (งานวิจัยเชียงใหม่ ปี 2560)
กำไร-ขาดทุน ถ้าผลผลิตน้ำผึ้งต่างไป (ต่อรัง/ปี)
ผลผลิตน้ำผึ้งแปรปรวนสูงมากระหว่างปี (CV 0.47-1.02 ตามขนาดฟาร์ม) ปีที่ออกดอกไม่ดีอาจเหลือเศษเสี้ยวของปีดี
เปรียบเทียบ 3 แบบการเลี้ยง (กำไร/รัง/ปี ที่ค่าเริ่มต้นของแต่ละแบบ)
ชันโรงดูกำไรสูงสุดแต่ 60% ของรายได้มาจากขายรังใหม่ (ดูกราฟ "รายได้มาจากไหน" เลือกชันโรง)
ตัวอย่างคำนวณ
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (ผึ้งพันธุ์ (เชิงพาณิชย์) 100 รัง อัตราสูญเสียรัง 38% ผลผลิต 63 กก./รังที่รอด ราคา 115 บาท/กก. — อ้างอิงงานวิจัยต้นทุน-ผลตอบแทนฟาร์มผึ้งเชียงใหม่ ปี 2560 ฟาร์มขนาดกลาง)
น้ำผึ้งที่ได้ 3,912 กก./ปี รายได้รวม 451,889 บาท/ปี หักต้นทุนรวม 307,509 บาท/ปี (ต้นทุน ≈ 78.6 บาท/กก. น้ำผึ้ง)
เหลือกำไร 144,380 บาท/ปี (≈ 1,444 บาท/รัง/ปี) ปีคืนทุนประมาณ 1.3 ปี
(ลองปรับตัวเลขตามฟาร์มของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้ หรือสลับไปดูผึ้งโพรง/ชันโรงเทียบกัน)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
เลี้ยงผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง หรือชันโรง แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
ที่ค่าเริ่มต้นของเครื่องมือนี้ กำไรต่อรังต่อปีของชันโรง (~2,080 บาท) สูงกว่าผึ้งพันธุ์ (~1,440 บาท) และผึ้งโพรง (~1,150 บาท) แต่ต้องดูโครงรายได้ก่อนเชื่อ: รายได้ชันโรงตามข้อมูลทางวิชาการ 60% มาจากการขายรังใหม่ที่แยกขยาย ไม่ใช่ขายน้ำผึ้ง ถ้าตัดรายได้ขายรังออก กำไรจากน้ำผึ้ง+พรอพอลิสเหลือราว 580 บาท/รัง ผึ้งพันธุ์เป็นธุรกิจน้ำผึ้งล้วนที่ต้องเลี้ยงหลักร้อยรังขึ้นไปและเคลื่อนย้ายตามฤดู ทุนหมุนเวียนสูงและเสี่ยงรังสูญเสีย ส่วนผึ้งโพรงลงทุนน้อยแต่ผลผลิตน้อยมาก (4 กก./รัง) ลองสลับดูทั้ง 3 แบบและกราฟ "รายได้มาจากไหน" ในเครื่องมือ
ผึ้งตายหรือรังสูญเสียมากแค่ไหน ทำไมกราฟนี้สำคัญ?
จากงานวิจัยฟาร์มผึ้งเชียงใหม่ (สำรวจ 52 ฟาร์ม ข้อมูลปี 2560) อัตราสูญเสียรังผึ้งพันธุ์หลังฤดูเก็บน้ำผึ้งเฉลี่ย 34-40% ต่อฤดู และราว 15-30% ของกรณีสูญเสียสูงถึง 51-75% (สาเหตุหลักคือสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในสวนที่เคลื่อนย้ายรังไปวาง) การสูญเสียกระทบทั้งน้ำผึ้งที่จะได้ (รังที่เหลือน้อยลง) และต้นทุนทดแทนรัง กราฟ "กำไร-ขาดทุน ถ้าอัตราสูญเสียต่างไป" ให้ดูก่อนลงทุนว่าถ้าสูญเสียหนักกว่าค่าเฉลี่ย กำไรหายไปเท่าไหร่
ผลผลิตน้ำผึ้งแต่ละปีสม่ำเสมอไหม?
ไม่ ผลผลิตน้ำผึ้งแปรปรวนสูงมากระหว่างปี ตามงานวิจัยเดียวกัน ค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน (CV) ของผลผลิต 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 0.47 (ฟาร์มเล็ก) 0.77 (กลาง) และ 1.02 (ใหญ่) เทียบกับราคาที่แปรปรวนต่ำกว่ามาก (CV ~0.2-0.3) ปีที่อากาศไม่เอื้อต่อการออกดอก/น้ำหวาน (เช่น ฝนมา ลำไยไม่ออกดอก) ผลผลิตอาจเหลือเพียงเศษเสี้ยวของปีดี กราฟ "กำไร-ขาดทุน ถ้าผลผลิตน้ำผึ้งต่างไป" จำลอง 25%-125% ของค่าที่ตั้งไว้
ทำไมชันโรงดูกำไรดีแต่ต้องระวัง?
เพราะตามข้อมูลทางวิชาการ รายได้ 2,500 บาท/รัง/ปี ประกอบด้วยน้ำผึ้ง 600 พรอพอลิส 400 และพันธุ์ชันโรงจากการแยกขยายรัง 1,500 บาท กล่าวคือ 60% ของรายได้มาจากการขายรังให้คนอื่นมาเลี้ยงต่อ ไม่ใช่รายได้จากตลาดน้ำผึ้ง (ชันโรงผลิตน้ำผึ้งแค่ 0.4-0.5 กก./รัง/ปี) และจำนวนรังชันโรงที่ขึ้นทะเบียนเพิ่มเป็น 2 เท่าใน 2 ปี (14,388 → 27,901 รัง ปี 2563-2565) ถ้าคนอยากซื้อรังใหม่น้อยลง รายได้ก้อนนี้หายไปทันที ควรตรวจว่ามีผู้ซื้อรัง/น้ำผึ้งชันโรงจริงก่อนลงทุน และลองใส่ 0 ในช่อง "รังที่ขายได้/รัง/ปี" ดูกำไรจากน้ำผึ้งล้วน
ต้องเลี้ยงกี่รังถึงจะคุ้ม? ขนาดฟาร์มมีผลไหม?
มีผลชัดเจนสำหรับผึ้งพันธุ์เชิงพาณิชย์ งานวิจัยเชียงใหม่พบต้นทุนต่อกก. ลดลงตามขนาดฟาร์ม: ฟาร์มเล็ก (~92 ลัง) 85.90 บาท/กก. กลาง (~300 ลัง) 78.59 บาท/กก. ใหญ่ (~2,200 ลัง) 61.30 บาท/กก. กำไรต่อกก. 98.00 / 115.12 / 127.25 บาท ตามลำดับ (ค่าเริ่มต้นของเครื่องมือนี้ใช้ต้นทุนต่อรังของฟาร์มกลาง ถ้าคุณมีรังน้อยกว่า 100 รัง ต้นทุนต่อรังจริงมีแนวโน้มสูงกว่านี้)
ตัวเลขเริ่มต้นในเครื่องมือนี้แม่นยำแค่ไหน?
ผึ้งพันธุ์อ้างอิงงานวิจัยจริง (ฟาร์มเชียงใหม่ปี 2560, 52 ฟาร์ม) ซึ่งเป็นข้อมูลของผู้เลี้ยงมืออาชีพ ไม่ใช่มือใหม่หรือทั่วประเทศ และเก่า 9 ปี ราคาน้ำผึ้งปัจจุบันอาจต่างไป ผึ้งโพรง/ชันโรงอ้างอิงเอกสารทางวิชาการ ซึ่งเอกสารผึ้งโพรงให้ตัวเลขรายได้ขัดกันเอง (2,800 กับ 10,000 บาท/รัง) เครื่องมือนี้เลือกใช้สถิติผลผลิตเฉลี่ย 4 กก./รัง ต้นทุนรายปีของชันโรงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ระบุ ทีมงานประมาณเอง และทั้งสองแบบไม่มีข้อมูลอัตราสูญเสียรังที่ตรวจสอบได้ (ค่าเริ่มต้น 0% ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง ลองใส่ 20-30%) ราคาน้ำผึ้งอาจต่างกันมากตามชนิด/ช่องทางขาย ควรตรวจราคารับซื้อจริงก่อนตัดสินใจ
ความคิดเห็น
เว็บนี้ไม่มีระบบสมาชิก ทุกความเห็นจะแสดง "รหัสประจำตัว" สั้นๆ ที่อ้างอิงอุปกรณ์/เบราว์เซอร์ที่ใช้แสดงความเห็น (ไม่ใช่การยืนยันตัวตนจริง) เพื่อช่วยให้ดูออกว่าความเห็นที่ชื่อต่างกันมาจากคนเดียวกันหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม
ยังไม่มีความเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นเลย