0
ฟาร์มเกษตร ชีวิตเกษตรครบวงจร ชุมชนเกษตรออนไลน์ 24 ชั่วโมงทุกวัน โพสถามปัญหาพืช ตอบไวทุกวัน ดูดวงโหราศาสตร์คำนวณจริง เล่นเกมเกษตรสนุกผ่อนคลาย
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

รู้กำไรขาดทุนก่อนเลี้ยงปลานิล / ปลาดุก (บ่อดิน)

ประเมินกำไร-ขาดทุนจากการเลี้ยงปลานิลหรือปลาดุกในบ่อดินก่อนตัดสินใจลงมือจริง เลือกชนิดปลา กรอกพื้นที่บ่อ ความหนาแน่นปล่อย อัตรารอด น้ำหนักตอนจับ ราคาขาย และต้นทุน 8 หมวด (ลูกพันธุ์/อาหาร/พลังงาน/ยา-ปูน/ แรงงาน/ค่าจับ/ซ่อมแซม/เช่า-เสื่อม) ระบบคำนวณผลผลิต รายได้ ต้นทุน ราคาคุ้มทุน และกำไร-ขาดทุนต่อรอบ/ต่อปีให้ทันที พร้อมกราฟโดนัทสัดส่วนต้นทุน กราฟกำไร-ขาดทุนตามราคาขาย (อ้างอิงราคาตกจริงปี 2568-2569) กราฟความไวต่อ อัตรารอด และกราฟเปรียบเทียบปลานิล-ปลาดุกโดยตรง ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป

ผลคำนวณเป็นการประมาณตามสมมติฐานทั่วไป ไม่รวมความเสี่ยงโรคปลา คุณภาพน้ำ/ออกซิเจน หรือภัยธรรมชาติ ราคาปลาผันผวนตามตลาดมาก (ปี 2568-2569 ตกหนักจริง) ควรตรวจราคารับซื้อจริงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก่อนตัดสินใจลงทุนจริง — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
รู้ก่อนเริ่ม: ปลานิลกับปลาดุกเลี้ยงคนละแบบจริง (ความหนาแน่น/น้ำหนักตอนจับ/ราคา/ระยะเวลาต่างกันมาก) เลือกชนิดในขั้นที่ 1 เพื่อเติมค่าเริ่มต้นให้ตรงกับชนิดที่สนใจ แล้วปรับแก้ต่อได้ทุกช่องตามบ่อและตลาดของคุณเอง เครื่องมือนี้สำหรับบ่อดิน (ยังไม่รองรับกระชัง)
หลักการ: ความหนาแน่นปล่อย × พื้นที่ = จำนวนลูกปลา → คูณอัตรารอด × น้ำหนักตอนจับ = ผลผลิต (กก./ไร่) → คูณราคาขาย = รายได้ หักต้นทุน 8 หมวด (ลูกพันธุ์/อาหาร/พลังงาน/ยา-ปูน/แรงงาน/ค่าจับ/ซ่อมแซม/เช่า-เสื่อม) เหลือเป็นกำไร-ขาดทุนต่อรอบ
อ่านเพิ่มเติม

ผลผลิตปลาไม่ใช่ตัวเลขคงที่ที่กรอกตรงๆ แต่คำนวณจากความหนาแน่น-อัตรารอด-น้ำหนักตอนจับ ส่วนความเสี่ยงหลักของปลานิล/ปลาดุกไม่ใช่โรคระบาดแบบกุ้ง แต่คือราคาตลาดที่พังเมื่อขายไม่ได้ (เกิดขึ้นจริงปี 2568-2569) กราฟหลักของหน้านี้จึงเป็นกำไร-ขาดทุนที่ราคาขายระดับต่างๆ พร้อมราคาคุ้มทุนของคุณ

1. เลือกชนิดปลา

เติมค่าเริ่มต้นทั้งหมดด้านล่างให้อัตโนมัติตามที่เลือก (แก้เองต่อได้ทุกช่อง)

2. บ่อเลี้ยงและความหนาแน่นปล่อย

3. อัตรารอด น้ำหนักตอนจับ และราคาขาย

⚠️ ราคาขายคือความเสี่ยงใหญ่ของปลานิล/ปลาดุก (ปี 2568-2569 ตกหนักจริงจากตลาดเข้าถึงไม่ได้) ดูกราฟราคาในผลลัพธ์ว่าที่ราคาระดับไหนขาดทุน

ปลานิลตลาดทั่วไป ~500 ก. / ปลาดุก ~150-250 ก.

4. ต้นทุนต่อไร่/รอบ

ค่าอาหารคำนวณจาก FCR × ผลผลิตที่ได้ (ขั้นที่ 3) × ราคาอาหาร ค่าจับปลาคิดตามกก. ที่จับได้ — หมวดอื่นกรอกเป็นก้อนต่อไร่

5. รอบการเลี้ยง

ไว้อ้างอิง ไม่ได้ใช้ในสูตรคำนวณโดยตรง

ปลานิล 2 รอบ/ปี ปลาดุก 2-3 รอบ/ปี ขึ้นกับระยะเลี้ยง+พักบ่อ และต้องมีที่ขายรองรับทุกรอบ

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (ปลานิล บ่อ 2 ไร่ ความหนาแน่น 3 ตัว/ตร.ม. อัตรารอด 70% จับที่ 500 กรัม/ตัว ราคา 48 บาท/กก. — โครงสร้างต้นทุนอ้างอิงข้อมูลต้นทุนการเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และราคาตามข่าวราคาปลานิลปี 2569)

ผลผลิตที่คาด 1,680 กก./ไร่/รอบ รายได้รวม 161,280 บาท/รอบ หักต้นทุนรวม 136,560 บาท/รอบ (ต้นทุน ≈ 40.6 บาท/กก. — ต่ำกว่านี้ที่ราคาขายคือขาดทุน)

เหลือกำไร 24,720 บาท/รอบ (≈ 12,360 บาท/ไร่/รอบ) — เลี้ยงได้ 2 รอบ/ปี รวมกำไรปีละ ≈ 49,440 บาท

(ลองปรับตัวเลขตามบ่อ/ตลาดของคุณเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้ หรือสลับไปดูปลาดุกเทียบกัน)

ความคิดเห็น

เว็บนี้ไม่มีระบบสมาชิก ทุกความเห็นจะแสดง "รหัสประจำตัว" สั้นๆ ที่อ้างอิงอุปกรณ์/เบราว์เซอร์ที่ใช้แสดงความเห็น (ไม่ใช่การยืนยันตัวตนจริง) เพื่อช่วยให้ดูออกว่าความเห็นที่ชื่อต่างกันมาจากคนเดียวกันหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม

0/2000 ตัวอักษร

คำถามที่พบบ่อย

เลี้ยงปลานิล กับ ปลาดุก แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

ที่ค่าเริ่มต้นของเครื่องมือนี้ ปลาดุกให้กำไรต่อไร่ต่อรอบสูงกว่าปลานิลมากเพราะเลี้ยงหนาแน่นกว่าหลายเท่า (ผลผลิตต่อไร่หลักพันกก. เทียบปลานิลราว 1,700 กก.) แต่แลกกับต้นทุนหมุนเวียนต่อรอบที่สูงกว่าเช่นกัน (ค่าอาหารต่อไร่หลักแสนบาท) และราคาต่อกก. ต่ำ ทำให้ margin บางมาก ราคาตกนิดเดียวก็ขาดทุนหนัก ส่วนปลานิลใช้ทุนต่อรอบต่ำกว่าและ margin ใกล้เคียงข้อมูลจริง (ประมาณ 13-17%) ลองสลับดูทั้ง 2 ชนิดพร้อมกราฟเปรียบเทียบในเครื่องมือ

ทำไมผลผลิตต่อไร่ไม่ใช่ตัวเลขกรอกตรงๆ?

เพราะผลผลิตปลาขึ้นกับ 3 ปัจจัยที่กระทบกันจริง: ความหนาแน่นปล่อย (ตัว/ตร.ม.) × อัตรารอด (%) × น้ำหนักตอนจับ (กรัม/ตัว) เครื่องมือนี้คำนวณให้อัตโนมัติจาก 3 ค่านี้ เพื่อให้เห็นว่าถ้าอัตรารอดตกหรือจับตัวเล็กกว่าแผน ผลผลิตและกำไรหายไปเท่าไหร่ทันที

ราคาปลานิล/ปลาดุกตกจริงไหม ทำไมกราฟราคาสำคัญ?

จริง และเกิดขึ้นแล้ว ปิดด่านชายแดนตั้งแต่ ก.ค. 2568 ทำให้ส่งออกปลานิลชายแดนหยุด และแรงงานกัมพูชาที่เป็นผู้บริโภคหลักกลับประเทศ ราคาปลานิลตก 30-40% เหลือราว 45-50 บาท/กก. (ก.ค. 2569) ส่วนปลาดุก จ.ราชบุรี เคยตกจากราว 40 เหลือ 18 บาท/กก. และไม่มีพ่อค้ามาจับ ต้องเลี้ยงต่อเกินรอบทั้งที่ค่าอาหารยังเดินทุกวัน กราฟ "กำไร-ขาดทุน ถ้าราคาขายต่างไป" ให้เห็นก่อนลงทุนว่าที่ราคาระดับไหนขาดทุน และราคาคุ้มทุนของคุณอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ดูแค่กรณีราคาดี

ทำไมค่าอาหารสำคัญที่สุด?

ค่าอาหารคือต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของการเลี้ยงปลาทุกชนิด: ข้อมูลทางวิชาการปลานิลบ่อดินชลบุรีคิดเป็น 56.65% ของต้นทุน งานวิจัยกระชังราว 49% ส่วนปลาดุกที่เลี้ยงหนาแน่นสูงถึง 75-82% ตามข้อมูลเกษตรกร ดังนั้น FCR (อัตราแลกเนื้อ) กับราคาอาหารต่อกก. กระทบกำไรมากกว่าหมวดอื่นทั้งหมดรวมกัน ลองปรับ 2 ช่องนี้ในขั้นที่ 4 เพื่อดูผล

ตัวเลขต้นทุน-ผลผลิตเริ่มต้นแม่นยำแค่ไหน?

โครงสร้างต้นทุนปลานิลอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการ (ชลบุรี ปี 2555) และเทียบ margin กับงานวิจัยปี 2565-2566 แล้ว ราคาลูกพันธุ์/อาหาร/ค่าไฟ/แรงงานปรับตามเงินเฟ้อโดยประมาณของทีมงาน ส่วนตัวเลขปลาดุก (ความหนาแน่น/อัตรารอด/น้ำหนักจับ/ราคาอาหาร) เป็นค่าประมาณจากข้อมูลเกษตรกรและบทความทั่วไป ไม่ใช่ตัวเลขวิจัยเฉพาะเจาะจงเท่าปลานิล ราคาปลาผันผวนตามตลาด/ส่งออกมาก ควรตรวจราคารับซื้อจริงและโทรถามพ่อค้าที่จะรับซื้อก่อนตัดสินใจเสมอ

เครื่องมือนี้ใช้กับการเลี้ยงปลานิลในกระชังได้ไหม?

ยังไม่รองรับ เครื่องมือนี้ออกแบบสำหรับบ่อดิน (คิดเป็นไร่/ความหนาแน่นต่อตร.ม.) การเลี้ยงกระชังมีโครงสร้างต้นทุนต่างออกไป (คิดต่อกระชัง มีค่าเสื่อมกระชัง และค่าแรงสูงกว่า) และข้อมูลงานวิจัยที่ค้นเจอไม่ระบุขนาดกระชัง/จำนวนปลาที่ปล่อยพอให้สร้างฐานตัวเลขที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ใส่ค่าเดาลงไปให้ดูเหมือนจริง

ถามหมอพืช

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? ลองถามเกษตรกรด้วยกันที่ ชุมชนเกษตรออนไลน์ ได้ฟรี