ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

คู่มือ · คำนวณราคาข้าวหักความชื้น

ข้าวเปลือกความชื้นสูง โรงสีหักน้ำหนักกี่กิโล: หลักการ วิธีคิด และตัวอย่างคำนวณ

ราคาข้าวเปลือกที่ประกาศกันมักอิงความชื้นระดับหนึ่ง ถ้าข้าวของคุณเปียกกว่านั้น น้ำหนักที่ได้เงินจะน้อยลง คู่มือนี้อธิบายหลักการเบื้องหลังการหักน้ำหนักตามความชื้น ว่าน้ำหนักที่ "หายไปจริง" กับที่ "ถูกหัก" ไม่เท่ากันเพราะอะไร และใช้ตัวเลขเหล่านี้ตัดสินใจก่อนขายอย่างไร

โดย กองบรรณาธิการฟาร์มเกษตร · เผยแพร่ · ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด · อ่านประมาณ 13 นาที

ไปที่เครื่องมือ: คำนวณราคาข้าวหักความชื้น →
ผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้เป็นการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย/ภาษีอย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจจริง — คู่มือนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ — อ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบทั้งหมด

สรุปสั้นๆ

  • ข้าวเปลือกที่ความชื้นสูงมีน้ำปนอยู่มาก ผู้ซื้อไม่ได้ซื้อ "น้ำ" จึงหักน้ำหนักส่วนที่เกินฐานความชื้น ซึ่งโดยทั่วไปอิงที่ 15%
  • น้ำที่ระเหยออกจริงคำนวณได้จากหลักมวลสมดุล: น้ำหนักหลังแห้ง = น้ำหนักเดิม × (100 − ความชื้นเดิม) ÷ (100 − ความชื้นปลายทาง) เช่น ข้าว 1 ตัน ความชื้น 25% เมื่อทำให้แห้งถึง 15% จะเหลือราว 882 กก.
  • อัตราหักที่ใช้ซื้อขายมักรวม "ค่าใช้จ่ายลดความชื้น" ไว้ด้วย จึงหักมากกว่าน้ำที่ระเหยจริง ที่ความชื้น 25% ต่างกันราว 32 กก. ต่อตัน (ประมาณ 259 บาท ที่ราคา 8 บาท/กก.)
  • เกณฑ์หักแบบรายช่วงมี "ขั้นบันได" ค่าที่อ่านได้ 17.0% กับ 17.1% ต่างกัน 15 กก. ต่อตัน (ประมาณ 120 บาท) ทศนิยมจึงสำคัญ
  • ตากหรืออบเองก่อนขายคุ้มหรือไม่ ขึ้นกับว่าต้นทุนทำให้แห้งต่อตันต่ำกว่าส่วนต่างข้างต้นหรือเปล่า และอย่าทำให้แห้งเกินฐาน เพราะน้ำหนักลดลงโดยไม่ได้เงินเพิ่ม

ทำไมความชื้นถึงเป็นเรื่องของเงิน

ข้าวเปลือกประกอบด้วยเนื้อข้าวแห้ง ซึ่งเป็นส่วนที่โรงสีนำไปสีเป็นข้าวสาร กับน้ำที่ปนอยู่ในเมล็ด ราคาที่ประกาศกันทั่วไปอิงฐานความชื้นระดับหนึ่ง (ส่วนใหญ่ที่ 15%) ถ้าข้าวเปียกกว่าฐาน ผู้ซื้อต้องรับภาระทำให้แห้งเอง ทั้งแรงงาน พลังงาน เวลา และความเสี่ยงที่คุณภาพจะเสียระหว่างรอ จึงหักน้ำหนักหรือราคาลง

ข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมักมีความชื้นราว 20–25% (ตามคู่มือการอบแห้งข้าวเปลือกของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ IRRI) ดังนั้นเรื่องนี้เจอกันแทบทุกฤดูกาล ไม่ใช่กรณีพิเศษ

ที่ต้องรีบทำให้แห้งก็เพราะข้าวเปียกที่กองทิ้งไว้จะหายใจและสร้างความร้อนสะสม เป็นที่เกิดของรา แมลง และทำให้เมล็ดเปลี่ยนสีหรือเสียความงอก IRRI แนะนำให้ทำให้แห้งโดยเร็ว ภายในประมาณ 24 ชั่วโมงหลังเก็บเกี่ยว

ความชื้นคืออะไร และควรอยู่ที่เท่าไรในแต่ละช่วง

ความชื้นฐานเปียกบอกสัดส่วนน้ำต่อน้ำหนักรวม ส่วนความชื้นฐานแห้งบอกสัดส่วนน้ำต่อน้ำหนักเนื้อข้าวแห้ง ทั้งสองแปลงกลับไปมาได้

ความชื้นฐานเปียก (%) = น้ำหนักน้ำ ÷ น้ำหนักข้าวทั้งหมด × 100
ความชื้นฐานแห้ง (%) = น้ำหนักน้ำ ÷ น้ำหนักเนื้อข้าวแห้ง × 100
ฐานแห้ง = ฐานเปียก ÷ (100 − ฐานเปียก) × 100
  • ตัวอย่าง: ความชื้นฐานเปียก 15% เท่ากับฐานแห้ง 17.6% (ต่างกันเพราะส่วนหารต่างกัน) ตัวเลขที่ใช้ซื้อขายเป็นฐานเปียกเสมอ

ความชื้นที่ปลอดภัยสำหรับเก็บรักษาขึ้นกับว่าจะเก็บนานแค่ไหน ตารางด้านล่างสรุปจากคู่มือของ IRRI

ความชื้นที่ปลอดภัยสำหรับเก็บข้าวเปลือก ตามระยะเวลาเก็บ
วัตถุประสงค์ความชื้นสูงสุดที่ปลอดภัยปัญหาเมื่อเกิน
เก็บไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน14% หรือต่ำกว่ารา เปลี่ยนสี สูญเสียจากการหายใจ แมลง ดูดความชื้นกลับ
เก็บ 8–12 เดือน13% หรือต่ำกว่าแมลงทำลาย
เมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรเก็บเอง12% หรือต่ำกว่าความงอกลดลง
เก็บนานกว่า 1 ปี9% หรือต่ำกว่าความงอกลดลง

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเกณฑ์เก็บรักษา ไม่ใช่เกณฑ์ราคาซื้อขาย สังเกตว่าฐานซื้อขาย 15% สูงกว่าเกณฑ์เก็บระยะสั้น 14% เล็กน้อย ข้าวที่ซื้อขายกันที่ฐานนี้ถ้าต้องเก็บต่อก็ต้องลดความชื้นอีก

วิธีคิดน้ำหนักที่ "หาย" มี 2 แบบ และไม่เท่ากัน

วิธีที่ 1: น้ำที่ระเหยจริง (หลักมวลสมดุล)

เมื่อทำให้ข้าวแห้ง มีเพียงน้ำที่ระเหยออก เนื้อข้าวแห้งยังเท่าเดิม เราจึงเทียบน้ำหนักเนื้อข้าวแห้งก่อนและหลังได้

น้ำหนักหลังทำให้แห้ง = น้ำหนักเดิม × (100 − ความชื้นเดิม) ÷ (100 − ความชื้นปลายทาง)
  • ตัวอย่างจากคู่มือการอบแห้งของ IRRI: ข้าว 5 ตัน ความชื้น 26% อบเหลือ 14% จะเหลือ 4.3 ตัน (คำนวณได้ 4,302 กก.) เครื่องมือของเรากับคู่มือนี้ใช้สูตรเดียวกัน

วิธีที่ 2: อัตราหักที่ใช้ซื้อขาย (เกณฑ์รายช่วง)

ในทางปฏิบัติ ผู้ซื้อไม่ได้คำนวณน้ำที่ระเหยจริงทีละล็อต แต่ใช้ตารางอัตราหักตามช่วงความชื้น เกณฑ์อ้างอิงที่ใช้เป็นแนวทางมีหน้าตาดังนี้ (ใช้เมื่อสิ่งเจือปนไม่เกิน 2% ของน้ำหนัก)

  • ความชื้นไม่เกิน 15%: ไม่หักน้ำหนัก
  • เกิน 15% แต่ไม่เกิน 16%: หักได้ไม่เกิน 15 กก. ต่อข้าวเปลือก 1,000 กก.
  • ทุก 1% ที่เกินขึ้นไป เพิ่มอีกช่วงละ 15 กก. (เกิน 16–17% ไม่เกิน 30 กก. เกิน 17–18% ไม่เกิน 45 กก. และต่อเนื่องเช่นนี้)
  • อัตรานี้ รวมค่าใช้จ่ายในการลดความชื้นไว้แล้ว ปริมาณอื่นให้คิดตามสัดส่วน

สังเกตว่าถ้าความชื้นเป็นเลขเต็ม เพดานหักเท่ากับ 15 × (ความชื้น − 15) กก. ต่อตัน ซึ่งตรงกับสูตรเส้นตรงที่เครื่องมือคำนวณราคาข้าวหักความชื้นใช้เป็นค่าเริ่มต้น ส่วนผู้ซื้อแต่ละรายอาจใช้อัตราต่างกัน เกณฑ์นี้จึงเป็นเพียงเพดานอ้างอิง ไม่ใช่ตัวเลขที่ทุกที่ต้องใช้เหมือนกัน

เทียบน้ำที่ระเหยจริงกับเพดานหักอ้างอิง ต่อข้าวเปลือก 1,000 กก. (ฐาน 15%)
ความชื้นน้ำที่ระเหยจริง (กก.)เพดานหักอ้างอิง (กก.)ส่วนที่รวมค่าลดความชื้น (กก.)น้ำหนักสุทธิตามเพดาน (กก.)
16%11.8153.2985
18%35.3459.7955
20%58.87516.2925
22%82.410522.6895
25%117.615032.4850
28%152.919542.1805
30%176.522548.5775
33%211.827058.2730
35%235.330064.7700

คำนวณสดจากเอนจินเดียวกับเครื่องมือ ส่วนที่รวมค่าลดความชื้น = เพดานหัก − น้ำที่ระเหยจริง ยิ่งเปียกยิ่งต่างกันมาก

น้ำหนักที่หักต่อข้าวเปลือก 1,000 กก. ตามความชื้นกราฟเส้นเทียบน้ำที่ระเหยจริงกับเพดานการหักอ้างอิง ที่ความชื้น 15 ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ เส้นเพดานสูงกว่าเสมอ ที่ความชื้น 25 เปอร์เซ็นต์ น้ำระเหย 118 กก. เพดาน 150 กก.01002003001520253035ความชื้นข้าวเปลือก (%)กก. ที่หักต่อ 1,000 กก.น้ำที่ระเหยจริง(มวลสมดุล)เพดานหักอ้างอิง
ช่องว่างระหว่างสองเส้นคือส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายลดความชื้นซึ่งผู้ซื้อคิดรวมไว้ในอัตราหัก (ตัวเลขเดียวกับตารางด้านบน)

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น: ข้าวเปลือก 1 ตัน ความชื้น 25%

สมมติขายข้าวเปลือก 1,000 กก. ความชื้นที่วัดได้ 25% ฐานความชื้น 15% สิ่งเจือปนไม่เกิน 2% ราคา 8 บาท/กก. ที่ฐาน 15% (ราคานี้เป็นค่าตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาด)

  1. ความชื้นเกินฐาน = 25 − 15 = 10 จุด
  2. น้ำที่ระเหยจริง: 1,000 × (100 − 25) ÷ (100 − 15) = 882.35 กก. (หายไป 117.65 กก.)
  3. เพดานหักอ้างอิง: 10 จุด × 15 = 150 กก. เหลือน้ำหนักสุทธิ 850 กก.
  4. มูลค่าตามเพดาน: 850 × 8 = 6,800 บาท
  5. มูลค่าถ้าหักเท่าน้ำที่ระเหยจริง: 882.35 × 8 = 7,059 บาท
  6. ส่วนต่าง = 32.35 กก. ≈ 259 บาทต่อตัน คือส่วนที่เป็นค่าลดความชื้นซึ่งผู้ซื้อคิดรวมไว้ (ถ้าหักเต็มเพดาน)

ลองใส่ตัวเลขของคุณเองที่ เครื่องมือคำนวณราคาข้าวหักความชื้น ซึ่งแสดงทั้งสองวิธีเทียบกัน และมีโหมดกรอกน้ำหนักที่โรงสีหักจริงให้เปรียบเทียบ

ทศนิยมของความชื้นสำคัญกว่าที่คิด: ขั้นบันได

เกณฑ์รายช่วงปัดขึ้นเป็นช่วงถัดไปเมื่อค่าที่วัดได้เกินเลขเต็มแม้เพียงเล็กน้อย เช่น ความชื้น 17.1% ถูกจัดอยู่ในช่วง "เกิน 17 ถึง 18%" (หักได้ไม่เกิน 45 กก.) ขณะที่สูตรเส้นตรงให้ 31.5 กก. เท่านั้น

ค่าที่อ่านได้เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เพดานหักกระโดดเป็นขั้น
ค่าที่อ่านได้เพดานหักต่อตันที่ต่างกันที่ราคา 8 บาท/กก. (ต่อตัน)ถ้าขาย 20 ตัน
16.0% → 16.1%15 → 30 กก.+15 กก.+120 บาท+2,400 บาท
17.0% → 17.1%30 → 45 กก.+15 กก.+120 บาท+2,400 บาท
18.0% → 18.1%45 → 60 กก.+15 กก.+120 บาท+2,400 บาท
20.0% → 20.1%75 → 90 กก.+15 กก.+120 บาท+2,400 บาท

ทุกขอบช่วงต่างกัน 15 กก. ต่อตันเท่ากัน ค่าตัวอย่างคำนวณจากเอนจินเดียวกับเครื่องมือ

ตากเองก่อนขาย หรือขายเปียกเลย อย่างไหนคุ้มกว่า

ส่วนต่างระหว่างเพดานหักกับน้ำที่ระเหยจริงคือ "ราคาที่ผู้ซื้อคิดสำหรับการทำให้ข้าวแห้ง" ถ้าต้นทุนที่คุณทำให้แห้งเองต่อตัน (แรงงาน พื้นที่ตาก หรือเชื้อเพลิง/ไฟฟ้าของเครื่องอบ) ต่ำกว่าส่วนต่างนี้ การทำให้แห้งเองก่อนขายมีแนวโน้มได้เงินมากกว่า แต่ถ้าสูงกว่า ขายเปียกอาจคุ้มกว่า

ต้นทุนทำให้แห้งต่อตันที่ "เท่าทุน" (ฐาน 15% ราคา 8 บาท/กก.)
ความชื้นที่เกี่ยวน้ำที่ระเหยจริงเพดานหักอ้างอิงส่วนต่าง (กก.)ส่วนต่างเป็นเงินต่อตัน
20%59 กก.75 กก.16.2 กก.129 บาท
25%118 กก.150 กก.32.4 กก.259 บาท
30%176 กก.225 กก.48.5 กก.388 บาท

อ่านว่า: ที่ความชื้น 25% ถ้าต้นทุนทำให้แห้งเองของคุณต่ำกว่าราว 259 บาทต่อตัน (และผู้ซื้อหักเต็มเพดาน) การทำให้แห้งเองมีแนวโน้มคุ้ม

เป็นการประเมินคร่าวๆ ที่ยังไม่รวมปัจจัยอื่น เช่น ราคาที่เปลี่ยนตามเวลา ความเสี่ยงฝนระหว่างตาก คุณภาพที่เสียถ้าล่าช้า (IRRI แนะนำให้ลดความชื้นให้เร็ว) และค่าขนส่งเพิ่ม ถ้าจะลงทุนเครื่องอบหรือลานตาก ดูความคุ้มทุนได้ที่ เครื่องมือคำนวณจุดคุ้มทุนโรงอบและไซโล

อย่าทำให้แห้งเกินฐาน

เกณฑ์หักไม่มีส่วนเพิ่มให้ข้าวที่ความชื้นต่ำกว่าฐาน ถ้าอบจากฐาน 15% ต่อจนเหลือ 12% น้ำหนักข้าวจะลดจาก 1,000 เหลือ 965.9 กก. (หายไป 34.1 กก. ≈ 273 บาท ที่ราคา 8 บาท/กก.) โดยราคาต่อกิโลกรัมไม่ได้เพิ่ม IRRI ระบุด้วยว่าการทำให้แห้งเกินทำให้เสียเงินตอนขาย และข้าวแตกหักมากขึ้นตอนสี เพราะเมล็ดเปราะ

ข้อแนะนำก่อนขาย

  1. ถามก่อนขาย ว่าฐานความชื้นที่ใช้คือเท่าไร หักต่อจุดอย่างไร ใช้ตารางรายช่วงหรืออัตราคงที่ แล้วจดไว้
  2. ดูการวัด ขอให้วัดความชื้นให้เห็น หลายตัวอย่าง หลายจุด และจดค่าที่อ่านได้ (รวมทศนิยม)
  3. เทียบเป็น "เงินที่ได้ต่อตัน" ไม่ใช่ดูแต่ราคาต่อกิโลกรัม เพราะราคาสูงแต่หักมากอาจได้เงินน้อยกว่าราคาต่ำแต่หักน้อย ใช้เครื่องมือคำนวณเทียบหลายที่
  4. เก็บใบชั่ง/ใบรับซื้อ ที่ระบุน้ำหนักก่อนหัก ความชื้น สิ่งเจือปน อัตราหัก และน้ำหนักสุทธิ ไว้ตรวจย้อนหลัง
  5. ถ้าเห็นว่าไม่เป็นธรรม สอบถามหน่วยงานที่ดูแลการซื้อขายสินค้าเกษตรในจังหวัดของคุณ

ข้อสมมติและข้อจำกัดของคู่มือนี้

  • ตัวอย่างใช้ฐาน 15% สิ่งเจือปนไม่เกิน 2% และราคา 8 บาท/กก. เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคิด ราคาจริงเปลี่ยนตามตลาด
  • เกณฑ์รายช่วงเป็น "เพดานอ้างอิง" ผู้ซื้อแต่ละรายอาจหักน้อยกว่าหรือใช้ตารางของตนเอง และเกณฑ์อาจมีการปรับปรุงภายหลังวันที่ตรวจสอบล่าสุดของคู่มือนี้
  • ความชื้นเกิน 23% ที่มีเศษทศนิยม เครื่องมือและคู่มือคิดตามสัดส่วนของส่วนที่เกิน (เป็นการตีความของเรา เพราะเกณฑ์อ้างอิงไม่ได้ระบุชัดเจนในกรณีนี้) ส่วนเลขเต็มคิดตามตารางตรงๆ
  • สิ่งเจือปนเกิน 2% ไม่อยู่ในตารางนี้ เป็นการตกลงกับผู้ซื้อแต่ละราย เครื่องมือให้กรอก % สิ่งเจือปนเองได้
  • ไม่รวมค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องวัด การสุ่มตัวอย่าง ค่าขนส่ง ค่าชั่ง หรือภาษี
  • เนื้อหาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน

ที่มาของข้อมูลและวิธีทำคู่มือนี้

  • ตัวเลขทุกตัวในตัวอย่างและตารางคำนวณสดจากเอนจินเดียวกับเครื่องมือคำนวณราคาข้าวหักความชื้น (ไม่ได้พิมพ์ตามมือ) และมีชุดทดสอบที่ต้องผ่านก่อนเผยแพร่ รวมถึงตัวอย่างอ้างอิงของ IRRI (ข้าว 5 ตัน ความชื้น 26% เหลือ 14% ได้ 4.3 ตัน)
  • สูตรมวลสมดุล และเกณฑ์ความชื้นเก็บรักษา อ้างอิงคู่มือ "Paddy Drying" ของหน่วยหลังการเก็บเกี่ยว สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI)
  • เกณฑ์อัตราหักรายช่วงและฐานความชื้น 15% รวบรวมจากเอกสารที่ใช้เป็นแนวทางซื้อขายข้าวเปลือกในประเทศ และตรวจสอบกับเอกสารต้นทางโดยกองบรรณาธิการ ณ วันที่ตรวจสอบล่าสุดของคู่มือ
  • จัดทำโดยกองบรรณาธิการฟาร์มเกษตร ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลง แจ้งเราได้ตามช่องทางในหน้า นโยบายการจัดทำเนื้อหา

คำถามที่พบบ่อย

ความชื้นฐานเปียกกับฐานแห้งต่างกันอย่างไร ตัวเลขที่โรงสีบอกเป็นแบบไหน?

ตัวเลขที่เครื่องวัดและโรงสีบอกเป็นความชื้นฐานเปียก คือน้ำเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักข้าวทั้งหมด ส่วนฐานแห้งเทียบกับน้ำหนักเนื้อข้าวแห้ง จึงได้ตัวเลขสูงกว่าสำหรับข้าวชุดเดียวกัน เช่น ความชื้นฐานเปียก 15% เท่ากับฐานแห้งประมาณ 17.6% ถ้าเห็นตัวเลขจากตำราหรือเอกสารวิชาการ ควรดูก่อนว่าเป็นฐานไหน

ข้าวเปลือก 1 ตัน ความชื้น 25% ตากจนเหลือ 15% น้ำหนักจะลดลงกี่กิโล?

ตามหลักมวลสมดุลจะเหลือประมาณ 882 กก. คือลดลงราว 118 กก. ซึ่งน้อยกว่าเพดานหักอ้างอิง 150 กก. เพราะอัตราหักรวมค่าใช้จ่ายลดความชื้นไว้ด้วย การตากจริงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และต้องวัดความชื้นเพื่อให้ได้ระดับที่ต้องการ

ทำไมน้ำหนักที่ถูกหักมากกว่าน้ำที่ระเหยจริง?

เพราะอัตราหักที่ใช้ซื้อขายถูกกำหนดให้รวมค่าใช้จ่ายในการลดความชื้นไว้แล้ว ได้แก่ แรงงาน พลังงาน และความเสี่ยงของผู้ซื้อ ไม่ได้หักเฉพาะน้ำหนักน้ำ ส่วนต่างนี้ยิ่งเปียกยิ่งมาก ที่ 25% ประมาณ 32 กก. ต่อตัน

ถ้าข้าวแห้งกว่าฐาน เช่น 12% จะได้ราคาเพิ่มไหม?

ตามเกณฑ์อ้างอิงไม่มีส่วนเพิ่มสำหรับความชื้นต่ำกว่าฐาน และน้ำหนักข้าวจะน้อยลงเมื่อแห้งมากขึ้น (ข้าว 1,000 กก. ที่ 15% เหลือ 966 กก. ที่ 12%) จึงไม่ควรทำให้แห้งเกินฐานถ้าไม่ได้ตั้งใจเก็บนาน ซึ่งกรณีเก็บนานต้องการความชื้นต่ำกว่านี้ตามตารางเกณฑ์เก็บรักษา

ทำไมค่าความชื้นทศนิยมถึงทำให้เงินต่างกัน?

เพราะเกณฑ์หักเป็นรายช่วงทีละ 1% เมื่อค่าที่อ่านได้ข้ามเลขเต็มไปเพียงเล็กน้อย (เช่น 17.0% เป็น 17.1%) จะถูกจัดเข้าช่วงถัดไปและเพดานหักเพิ่มขึ้น 15 กก. ต่อตัน ราว 120 บาท ที่ราคา 8 บาท/กก. จึงควรขอให้วัดหลายตัวอย่างและจดค่าไว้

ถ้าจะเก็บข้าวเปลือกไว้ขายทีหลัง ควรให้ความชื้นเท่าไร?

ตามคู่มือของ IRRI เก็บไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนควรไม่เกิน 14% เก็บ 8–12 เดือนไม่เกิน 13% เมล็ดพันธุ์ที่เก็บเองไม่เกิน 12% และเก็บเกิน 1 ปีไม่เกิน 9% พร้อมป้องกันแมลง หนู และการกลับเปียก ข้าวที่ความชื้น 15% ยังสูงกว่าเกณฑ์เก็บระยะสั้นเล็กน้อย

ศัพท์ที่ใช้ในคู่มือนี้

ข้าวเปลือก
เมล็ดข้าวที่ยังมีเปลือกหุ้ม เป็นรูปแบบที่เกษตรกรขายหลังเก็บเกี่ยว
ความชื้นฐานเปียก
น้ำคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักข้าวทั้งหมด (แบบที่เครื่องวัดและโรงสีใช้)
ความชื้นฐานแห้ง
น้ำคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเนื้อข้าวแห้ง
ฐานความชื้น
ระดับความชื้นที่ใช้อ้างอิงราคา ข้าวที่เปียกกว่าฐานถูกหักน้ำหนัก (โดยทั่วไป 15%)
สิ่งเจือปน
ข้าวลีบ ฝุ่น เศษฟาง และสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ข้าวเปลือกเต็มเมล็ด
มวลสมดุล
หลักที่ว่าเนื้อข้าวแห้งไม่เปลี่ยน มีเพียงน้ำที่ระเหยออก จึงคำนวณน้ำหนักหลังแห้งจากสัดส่วนเนื้อข้าวแห้งได้
ลองคำนวณด้วยตัวเลขของคุณ: คำนวณราคาข้าวหักความชื้น →

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 6 ตุลาคม 2569
  • — เผยแพร่ครั้งแรก
ถามหมอพืช

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? ลองถามเกษตรกรด้วยกันที่ ชุมชนเกษตรออนไลน์ ได้ฟรี