สรุปสั้นๆ
- ข้าวเปลือกที่ความชื้นสูงมีน้ำปนอยู่มาก ผู้ซื้อไม่ได้ซื้อ "น้ำ" จึงหักน้ำหนักส่วนที่เกินฐานความชื้น ซึ่งโดยทั่วไปอิงที่ 15%
- น้ำที่ระเหยออกจริงคำนวณได้จากหลักมวลสมดุล: น้ำหนักหลังแห้ง = น้ำหนักเดิม × (100 − ความชื้นเดิม) ÷ (100 − ความชื้นปลายทาง) เช่น ข้าว 1 ตัน ความชื้น 25% เมื่อทำให้แห้งถึง 15% จะเหลือราว 882 กก.
- อัตราหักที่ใช้ซื้อขายมักรวม "ค่าใช้จ่ายลดความชื้น" ไว้ด้วย จึงหักมากกว่าน้ำที่ระเหยจริง ที่ความชื้น 25% ต่างกันราว 32 กก. ต่อตัน (ประมาณ 259 บาท ที่ราคา 8 บาท/กก.)
- เกณฑ์หักแบบรายช่วงมี "ขั้นบันได" ค่าที่อ่านได้ 17.0% กับ 17.1% ต่างกัน 15 กก. ต่อตัน (ประมาณ 120 บาท) ทศนิยมจึงสำคัญ
- ตากหรืออบเองก่อนขายคุ้มหรือไม่ ขึ้นกับว่าต้นทุนทำให้แห้งต่อตันต่ำกว่าส่วนต่างข้างต้นหรือเปล่า และอย่าทำให้แห้งเกินฐาน เพราะน้ำหนักลดลงโดยไม่ได้เงินเพิ่ม
ทำไมความชื้นถึงเป็นเรื่องของเงิน
ข้าวเปลือกประกอบด้วยเนื้อข้าวแห้ง ซึ่งเป็นส่วนที่โรงสีนำไปสีเป็นข้าวสาร กับน้ำที่ปนอยู่ในเมล็ด ราคาที่ประกาศกันทั่วไปอิงฐานความชื้นระดับหนึ่ง (ส่วนใหญ่ที่ 15%) ถ้าข้าวเปียกกว่าฐาน ผู้ซื้อต้องรับภาระทำให้แห้งเอง ทั้งแรงงาน พลังงาน เวลา และความเสี่ยงที่คุณภาพจะเสียระหว่างรอ จึงหักน้ำหนักหรือราคาลง
ข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมักมีความชื้นราว 20–25% (ตามคู่มือการอบแห้งข้าวเปลือกของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ IRRI) ดังนั้นเรื่องนี้เจอกันแทบทุกฤดูกาล ไม่ใช่กรณีพิเศษ
ที่ต้องรีบทำให้แห้งก็เพราะข้าวเปียกที่กองทิ้งไว้จะหายใจและสร้างความร้อนสะสม เป็นที่เกิดของรา แมลง และทำให้เมล็ดเปลี่ยนสีหรือเสียความงอก IRRI แนะนำให้ทำให้แห้งโดยเร็ว ภายในประมาณ 24 ชั่วโมงหลังเก็บเกี่ยว
ความชื้นคืออะไร และควรอยู่ที่เท่าไรในแต่ละช่วง
ความชื้นฐานเปียกบอกสัดส่วนน้ำต่อน้ำหนักรวม ส่วนความชื้นฐานแห้งบอกสัดส่วนน้ำต่อน้ำหนักเนื้อข้าวแห้ง ทั้งสองแปลงกลับไปมาได้
- ตัวอย่าง: ความชื้นฐานเปียก 15% เท่ากับฐานแห้ง 17.6% (ต่างกันเพราะส่วนหารต่างกัน) ตัวเลขที่ใช้ซื้อขายเป็นฐานเปียกเสมอ
ความชื้นที่ปลอดภัยสำหรับเก็บรักษาขึ้นกับว่าจะเก็บนานแค่ไหน ตารางด้านล่างสรุปจากคู่มือของ IRRI
| วัตถุประสงค์ | ความชื้นสูงสุดที่ปลอดภัย | ปัญหาเมื่อเกิน |
|---|---|---|
| เก็บไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน | 14% หรือต่ำกว่า | รา เปลี่ยนสี สูญเสียจากการหายใจ แมลง ดูดความชื้นกลับ |
| เก็บ 8–12 เดือน | 13% หรือต่ำกว่า | แมลงทำลาย |
| เมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรเก็บเอง | 12% หรือต่ำกว่า | ความงอกลดลง |
| เก็บนานกว่า 1 ปี | 9% หรือต่ำกว่า | ความงอกลดลง |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเกณฑ์เก็บรักษา ไม่ใช่เกณฑ์ราคาซื้อขาย สังเกตว่าฐานซื้อขาย 15% สูงกว่าเกณฑ์เก็บระยะสั้น 14% เล็กน้อย ข้าวที่ซื้อขายกันที่ฐานนี้ถ้าต้องเก็บต่อก็ต้องลดความชื้นอีก
วิธีคิดน้ำหนักที่ "หาย" มี 2 แบบ และไม่เท่ากัน
วิธีที่ 1: น้ำที่ระเหยจริง (หลักมวลสมดุล)
เมื่อทำให้ข้าวแห้ง มีเพียงน้ำที่ระเหยออก เนื้อข้าวแห้งยังเท่าเดิม เราจึงเทียบน้ำหนักเนื้อข้าวแห้งก่อนและหลังได้
- ตัวอย่างจากคู่มือการอบแห้งของ IRRI: ข้าว 5 ตัน ความชื้น 26% อบเหลือ 14% จะเหลือ 4.3 ตัน (คำนวณได้ 4,302 กก.) เครื่องมือของเรากับคู่มือนี้ใช้สูตรเดียวกัน
วิธีที่ 2: อัตราหักที่ใช้ซื้อขาย (เกณฑ์รายช่วง)
ในทางปฏิบัติ ผู้ซื้อไม่ได้คำนวณน้ำที่ระเหยจริงทีละล็อต แต่ใช้ตารางอัตราหักตามช่วงความชื้น เกณฑ์อ้างอิงที่ใช้เป็นแนวทางมีหน้าตาดังนี้ (ใช้เมื่อสิ่งเจือปนไม่เกิน 2% ของน้ำหนัก)
- ความชื้นไม่เกิน 15%: ไม่หักน้ำหนัก
- เกิน 15% แต่ไม่เกิน 16%: หักได้ไม่เกิน 15 กก. ต่อข้าวเปลือก 1,000 กก.
- ทุก 1% ที่เกินขึ้นไป เพิ่มอีกช่วงละ 15 กก. (เกิน 16–17% ไม่เกิน 30 กก. เกิน 17–18% ไม่เกิน 45 กก. และต่อเนื่องเช่นนี้)
- อัตรานี้ รวมค่าใช้จ่ายในการลดความชื้นไว้แล้ว ปริมาณอื่นให้คิดตามสัดส่วน
สังเกตว่าถ้าความชื้นเป็นเลขเต็ม เพดานหักเท่ากับ 15 × (ความชื้น − 15) กก. ต่อตัน ซึ่งตรงกับสูตรเส้นตรงที่เครื่องมือคำนวณราคาข้าวหักความชื้นใช้เป็นค่าเริ่มต้น ส่วนผู้ซื้อแต่ละรายอาจใช้อัตราต่างกัน เกณฑ์นี้จึงเป็นเพียงเพดานอ้างอิง ไม่ใช่ตัวเลขที่ทุกที่ต้องใช้เหมือนกัน
| ความชื้น | น้ำที่ระเหยจริง (กก.) | เพดานหักอ้างอิง (กก.) | ส่วนที่รวมค่าลดความชื้น (กก.) | น้ำหนักสุทธิตามเพดาน (กก.) |
|---|---|---|---|---|
| 16% | 11.8 | 15 | 3.2 | 985 |
| 18% | 35.3 | 45 | 9.7 | 955 |
| 20% | 58.8 | 75 | 16.2 | 925 |
| 22% | 82.4 | 105 | 22.6 | 895 |
| 25% | 117.6 | 150 | 32.4 | 850 |
| 28% | 152.9 | 195 | 42.1 | 805 |
| 30% | 176.5 | 225 | 48.5 | 775 |
| 33% | 211.8 | 270 | 58.2 | 730 |
| 35% | 235.3 | 300 | 64.7 | 700 |
คำนวณสดจากเอนจินเดียวกับเครื่องมือ ส่วนที่รวมค่าลดความชื้น = เพดานหัก − น้ำที่ระเหยจริง ยิ่งเปียกยิ่งต่างกันมาก
ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น: ข้าวเปลือก 1 ตัน ความชื้น 25%
สมมติขายข้าวเปลือก 1,000 กก. ความชื้นที่วัดได้ 25% ฐานความชื้น 15% สิ่งเจือปนไม่เกิน 2% ราคา 8 บาท/กก. ที่ฐาน 15% (ราคานี้เป็นค่าตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาด)
- ความชื้นเกินฐาน = 25 − 15 = 10 จุด
- น้ำที่ระเหยจริง: 1,000 × (100 − 25) ÷ (100 − 15) = 882.35 กก. (หายไป 117.65 กก.)
- เพดานหักอ้างอิง: 10 จุด × 15 = 150 กก. เหลือน้ำหนักสุทธิ 850 กก.
- มูลค่าตามเพดาน: 850 × 8 = 6,800 บาท
- มูลค่าถ้าหักเท่าน้ำที่ระเหยจริง: 882.35 × 8 = 7,059 บาท
- ส่วนต่าง = 32.35 กก. ≈ 259 บาทต่อตัน คือส่วนที่เป็นค่าลดความชื้นซึ่งผู้ซื้อคิดรวมไว้ (ถ้าหักเต็มเพดาน)
ลองใส่ตัวเลขของคุณเองที่ เครื่องมือคำนวณราคาข้าวหักความชื้น ซึ่งแสดงทั้งสองวิธีเทียบกัน และมีโหมดกรอกน้ำหนักที่โรงสีหักจริงให้เปรียบเทียบ
ทศนิยมของความชื้นสำคัญกว่าที่คิด: ขั้นบันได
เกณฑ์รายช่วงปัดขึ้นเป็นช่วงถัดไปเมื่อค่าที่วัดได้เกินเลขเต็มแม้เพียงเล็กน้อย เช่น ความชื้น 17.1% ถูกจัดอยู่ในช่วง "เกิน 17 ถึง 18%" (หักได้ไม่เกิน 45 กก.) ขณะที่สูตรเส้นตรงให้ 31.5 กก. เท่านั้น
| ค่าที่อ่านได้ | เพดานหักต่อตัน | ที่ต่างกัน | ที่ราคา 8 บาท/กก. (ต่อตัน) | ถ้าขาย 20 ตัน |
|---|---|---|---|---|
| 16.0% → 16.1% | 15 → 30 กก. | +15 กก. | +120 บาท | +2,400 บาท |
| 17.0% → 17.1% | 30 → 45 กก. | +15 กก. | +120 บาท | +2,400 บาท |
| 18.0% → 18.1% | 45 → 60 กก. | +15 กก. | +120 บาท | +2,400 บาท |
| 20.0% → 20.1% | 75 → 90 กก. | +15 กก. | +120 บาท | +2,400 บาท |
ทุกขอบช่วงต่างกัน 15 กก. ต่อตันเท่ากัน ค่าตัวอย่างคำนวณจากเอนจินเดียวกับเครื่องมือ
ตากเองก่อนขาย หรือขายเปียกเลย อย่างไหนคุ้มกว่า
ส่วนต่างระหว่างเพดานหักกับน้ำที่ระเหยจริงคือ "ราคาที่ผู้ซื้อคิดสำหรับการทำให้ข้าวแห้ง" ถ้าต้นทุนที่คุณทำให้แห้งเองต่อตัน (แรงงาน พื้นที่ตาก หรือเชื้อเพลิง/ไฟฟ้าของเครื่องอบ) ต่ำกว่าส่วนต่างนี้ การทำให้แห้งเองก่อนขายมีแนวโน้มได้เงินมากกว่า แต่ถ้าสูงกว่า ขายเปียกอาจคุ้มกว่า
| ความชื้นที่เกี่ยว | น้ำที่ระเหยจริง | เพดานหักอ้างอิง | ส่วนต่าง (กก.) | ส่วนต่างเป็นเงินต่อตัน |
|---|---|---|---|---|
| 20% | 59 กก. | 75 กก. | 16.2 กก. | 129 บาท |
| 25% | 118 กก. | 150 กก. | 32.4 กก. | 259 บาท |
| 30% | 176 กก. | 225 กก. | 48.5 กก. | 388 บาท |
อ่านว่า: ที่ความชื้น 25% ถ้าต้นทุนทำให้แห้งเองของคุณต่ำกว่าราว 259 บาทต่อตัน (และผู้ซื้อหักเต็มเพดาน) การทำให้แห้งเองมีแนวโน้มคุ้ม
เป็นการประเมินคร่าวๆ ที่ยังไม่รวมปัจจัยอื่น เช่น ราคาที่เปลี่ยนตามเวลา ความเสี่ยงฝนระหว่างตาก คุณภาพที่เสียถ้าล่าช้า (IRRI แนะนำให้ลดความชื้นให้เร็ว) และค่าขนส่งเพิ่ม ถ้าจะลงทุนเครื่องอบหรือลานตาก ดูความคุ้มทุนได้ที่ เครื่องมือคำนวณจุดคุ้มทุนโรงอบและไซโล
อย่าทำให้แห้งเกินฐาน
เกณฑ์หักไม่มีส่วนเพิ่มให้ข้าวที่ความชื้นต่ำกว่าฐาน ถ้าอบจากฐาน 15% ต่อจนเหลือ 12% น้ำหนักข้าวจะลดจาก 1,000 เหลือ 965.9 กก. (หายไป 34.1 กก. ≈ 273 บาท ที่ราคา 8 บาท/กก.) โดยราคาต่อกิโลกรัมไม่ได้เพิ่ม IRRI ระบุด้วยว่าการทำให้แห้งเกินทำให้เสียเงินตอนขาย และข้าวแตกหักมากขึ้นตอนสี เพราะเมล็ดเปราะ
ข้อแนะนำก่อนขาย
- ถามก่อนขาย ว่าฐานความชื้นที่ใช้คือเท่าไร หักต่อจุดอย่างไร ใช้ตารางรายช่วงหรืออัตราคงที่ แล้วจดไว้
- ดูการวัด ขอให้วัดความชื้นให้เห็น หลายตัวอย่าง หลายจุด และจดค่าที่อ่านได้ (รวมทศนิยม)
- เทียบเป็น "เงินที่ได้ต่อตัน" ไม่ใช่ดูแต่ราคาต่อกิโลกรัม เพราะราคาสูงแต่หักมากอาจได้เงินน้อยกว่าราคาต่ำแต่หักน้อย ใช้เครื่องมือคำนวณเทียบหลายที่
- เก็บใบชั่ง/ใบรับซื้อ ที่ระบุน้ำหนักก่อนหัก ความชื้น สิ่งเจือปน อัตราหัก และน้ำหนักสุทธิ ไว้ตรวจย้อนหลัง
- ถ้าเห็นว่าไม่เป็นธรรม สอบถามหน่วยงานที่ดูแลการซื้อขายสินค้าเกษตรในจังหวัดของคุณ
ข้อสมมติและข้อจำกัดของคู่มือนี้
- ตัวอย่างใช้ฐาน 15% สิ่งเจือปนไม่เกิน 2% และราคา 8 บาท/กก. เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคิด ราคาจริงเปลี่ยนตามตลาด
- เกณฑ์รายช่วงเป็น "เพดานอ้างอิง" ผู้ซื้อแต่ละรายอาจหักน้อยกว่าหรือใช้ตารางของตนเอง และเกณฑ์อาจมีการปรับปรุงภายหลังวันที่ตรวจสอบล่าสุดของคู่มือนี้
- ความชื้นเกิน 23% ที่มีเศษทศนิยม เครื่องมือและคู่มือคิดตามสัดส่วนของส่วนที่เกิน (เป็นการตีความของเรา เพราะเกณฑ์อ้างอิงไม่ได้ระบุชัดเจนในกรณีนี้) ส่วนเลขเต็มคิดตามตารางตรงๆ
- สิ่งเจือปนเกิน 2% ไม่อยู่ในตารางนี้ เป็นการตกลงกับผู้ซื้อแต่ละราย เครื่องมือให้กรอก % สิ่งเจือปนเองได้
- ไม่รวมค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องวัด การสุ่มตัวอย่าง ค่าขนส่ง ค่าชั่ง หรือภาษี
- เนื้อหาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน
ที่มาของข้อมูลและวิธีทำคู่มือนี้
- ตัวเลขทุกตัวในตัวอย่างและตารางคำนวณสดจากเอนจินเดียวกับเครื่องมือคำนวณราคาข้าวหักความชื้น (ไม่ได้พิมพ์ตามมือ) และมีชุดทดสอบที่ต้องผ่านก่อนเผยแพร่ รวมถึงตัวอย่างอ้างอิงของ IRRI (ข้าว 5 ตัน ความชื้น 26% เหลือ 14% ได้ 4.3 ตัน)
- สูตรมวลสมดุล และเกณฑ์ความชื้นเก็บรักษา อ้างอิงคู่มือ "Paddy Drying" ของหน่วยหลังการเก็บเกี่ยว สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI)
- เกณฑ์อัตราหักรายช่วงและฐานความชื้น 15% รวบรวมจากเอกสารที่ใช้เป็นแนวทางซื้อขายข้าวเปลือกในประเทศ และตรวจสอบกับเอกสารต้นทางโดยกองบรรณาธิการ ณ วันที่ตรวจสอบล่าสุดของคู่มือ
- จัดทำโดยกองบรรณาธิการฟาร์มเกษตร ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลง แจ้งเราได้ตามช่องทางในหน้า นโยบายการจัดทำเนื้อหา
คำถามที่พบบ่อย
ความชื้นฐานเปียกกับฐานแห้งต่างกันอย่างไร ตัวเลขที่โรงสีบอกเป็นแบบไหน?
ตัวเลขที่เครื่องวัดและโรงสีบอกเป็นความชื้นฐานเปียก คือน้ำเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักข้าวทั้งหมด ส่วนฐานแห้งเทียบกับน้ำหนักเนื้อข้าวแห้ง จึงได้ตัวเลขสูงกว่าสำหรับข้าวชุดเดียวกัน เช่น ความชื้นฐานเปียก 15% เท่ากับฐานแห้งประมาณ 17.6% ถ้าเห็นตัวเลขจากตำราหรือเอกสารวิชาการ ควรดูก่อนว่าเป็นฐานไหน
ข้าวเปลือก 1 ตัน ความชื้น 25% ตากจนเหลือ 15% น้ำหนักจะลดลงกี่กิโล?
ตามหลักมวลสมดุลจะเหลือประมาณ 882 กก. คือลดลงราว 118 กก. ซึ่งน้อยกว่าเพดานหักอ้างอิง 150 กก. เพราะอัตราหักรวมค่าใช้จ่ายลดความชื้นไว้ด้วย การตากจริงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และต้องวัดความชื้นเพื่อให้ได้ระดับที่ต้องการ
ทำไมน้ำหนักที่ถูกหักมากกว่าน้ำที่ระเหยจริง?
เพราะอัตราหักที่ใช้ซื้อขายถูกกำหนดให้รวมค่าใช้จ่ายในการลดความชื้นไว้แล้ว ได้แก่ แรงงาน พลังงาน และความเสี่ยงของผู้ซื้อ ไม่ได้หักเฉพาะน้ำหนักน้ำ ส่วนต่างนี้ยิ่งเปียกยิ่งมาก ที่ 25% ประมาณ 32 กก. ต่อตัน
ถ้าข้าวแห้งกว่าฐาน เช่น 12% จะได้ราคาเพิ่มไหม?
ตามเกณฑ์อ้างอิงไม่มีส่วนเพิ่มสำหรับความชื้นต่ำกว่าฐาน และน้ำหนักข้าวจะน้อยลงเมื่อแห้งมากขึ้น (ข้าว 1,000 กก. ที่ 15% เหลือ 966 กก. ที่ 12%) จึงไม่ควรทำให้แห้งเกินฐานถ้าไม่ได้ตั้งใจเก็บนาน ซึ่งกรณีเก็บนานต้องการความชื้นต่ำกว่านี้ตามตารางเกณฑ์เก็บรักษา
ทำไมค่าความชื้นทศนิยมถึงทำให้เงินต่างกัน?
เพราะเกณฑ์หักเป็นรายช่วงทีละ 1% เมื่อค่าที่อ่านได้ข้ามเลขเต็มไปเพียงเล็กน้อย (เช่น 17.0% เป็น 17.1%) จะถูกจัดเข้าช่วงถัดไปและเพดานหักเพิ่มขึ้น 15 กก. ต่อตัน ราว 120 บาท ที่ราคา 8 บาท/กก. จึงควรขอให้วัดหลายตัวอย่างและจดค่าไว้
ถ้าจะเก็บข้าวเปลือกไว้ขายทีหลัง ควรให้ความชื้นเท่าไร?
ตามคู่มือของ IRRI เก็บไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนควรไม่เกิน 14% เก็บ 8–12 เดือนไม่เกิน 13% เมล็ดพันธุ์ที่เก็บเองไม่เกิน 12% และเก็บเกิน 1 ปีไม่เกิน 9% พร้อมป้องกันแมลง หนู และการกลับเปียก ข้าวที่ความชื้น 15% ยังสูงกว่าเกณฑ์เก็บระยะสั้นเล็กน้อย
ศัพท์ที่ใช้ในคู่มือนี้
- ข้าวเปลือก
- เมล็ดข้าวที่ยังมีเปลือกหุ้ม เป็นรูปแบบที่เกษตรกรขายหลังเก็บเกี่ยว
- ความชื้นฐานเปียก
- น้ำคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักข้าวทั้งหมด (แบบที่เครื่องวัดและโรงสีใช้)
- ความชื้นฐานแห้ง
- น้ำคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเนื้อข้าวแห้ง
- ฐานความชื้น
- ระดับความชื้นที่ใช้อ้างอิงราคา ข้าวที่เปียกกว่าฐานถูกหักน้ำหนัก (โดยทั่วไป 15%)
- สิ่งเจือปน
- ข้าวลีบ ฝุ่น เศษฟาง และสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ข้าวเปลือกเต็มเมล็ด
- มวลสมดุล
- หลักที่ว่าเนื้อข้าวแห้งไม่เปลี่ยน มีเพียงน้ำที่ระเหยออก จึงคำนวณน้ำหนักหลังแห้งจากสัดส่วนเนื้อข้าวแห้งได้
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 6 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ครั้งแรก