ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

คำนวณเก็บข้าวรอราคา หรือขายเลยดีกว่า

ผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้เป็นการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย/ภาษีอย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจจริง — ผลลัพธ์อิงราคาที่คุณคาดการณ์เอง ไม่ใช่การพยากรณ์ราคาข้าวจริง เงื่อนไข/วงเงินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกประกาศใหม่ทุกปี ควรตรวจสอบล่าสุดกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สาขาใกล้บ้านก่อนตัดสินใจ — อ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบทั้งหมด

เครื่องมือเปรียบเทียบว่า "ขายข้าวเปลือกทันทีหลังเกี่ยว" หรือ "เก็บรอราคา" (ด้วยหรือไม่ด้วยโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) คุ้มกว่ากัน กรอกน้ำหนัก ราคาวันนี้ และราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บ ระบบจะคำนวณส่วนต่างเงินและ "ราคาขั้นต่ำที่ต้องขายให้คุ้ม" ให้ทันที พร้อมกราฟส่วนต่างเงินตามราคาหลังเก็บและผลของน้ำหนักข้าวที่หายระหว่างเก็บ ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป

กรอกน้ำหนักข้าวเปลือก ราคาวันนี้ และราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บ แล้วกดคำนวณ เพื่อเทียบว่า "ขายเลย" หรือ "เก็บรอราคา" คุ้มกว่ากัน

ไม่มีใครพยากรณ์ราคาข้าวล่วงหน้าได้แม่นยำ ใส่ตัวเลขที่คุณคาดเองจากแนวโน้มตลาด/ข่าว/ประสบการณ์ปีก่อนๆ

โครงการสินเชื่อชะลอการขายกำหนดเก็บได้ 1-5 เดือน

ระหว่างเก็บรอราคา

"เข้าร่วมโครงการ" ได้เงินกู้สดล่วงหน้าดอกเบี้ย 0% (รัฐจ่ายแทน) + ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตันเมื่อขายจริง (เก็บเองในยุ้งฉางตนเอง 1-5 เดือน) ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีนั้นแล้ว — "เก็บเองไม่กู้" ไว้สำหรับกรณีไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม

น้ำหนักหาย 2% เป็นค่าประมาณแบบระมัดระวัง (สมมติตากแห้งได้มาตรฐาน+ป้องกันมอด/หนูถูกวิธี) ไม่ใช่ตัวเลขทางการ ปรับตามสภาพยุ้งฉางจริงได้ — ค่าใช้จ่ายอื่นเช่น สารป้องกันมอด/ค่าขนย้ายเพิ่ม เว้นว่างได้ถ้าไม่มี

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างสาธิตเท่านั้น (ราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บเป็นค่าสมมติ ไม่ใช่การพยากรณ์จริง — กรอกตัวเลขที่คุณคาดเองในเครื่องมือด้านบนแทน)

ข้าวเปลือกข้าวเจ้า 6,000 กก. เก็บ 3 เดือน คุ้มไหม?

ราคา/กก. มูลค่ารวม
ขายเลยวันนี้ 8.00 บาท 48,000 บาท
เก็บรอราคา + เข้าโครงการสินเชื่อชะลอขาย (รวมค่าฝากเก็บ) 8.80 บาท 60,744 บาท

ในตัวอย่างนี้เก็บรอราคาได้เพิ่ม 12,744 บาท (26.6%) — ยังได้เงินกู้สดล่วงหน้าดอกเบี้ย 0% อีก 48,000 บาทระหว่างรอด้วย (ไม่กระทบกำไรเพราะดอกเบี้ย 0%) แต่ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าราคาหลังเก็บเป็นไปตามที่คาด — ราคาจริงอาจต่ำกว่านี้ได้เสมอ

(กรอกตัวเลขจริงของคุณในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)

เก็บข้าวรอราคา ราคาต้องขึ้นเท่าไหร่ถึงคุ้ม?

ราคาข้าวเปลือกหลังเก็บ 3 เดือนที่ต้องขายให้ได้ ขั้นต่ำเท่าไหร่ ถึงจะได้เงินเท่ากับขายเลยวันนี้ เทียบ 2 โหมด (ข้าวเจ้า 6,000 กก. น้ำหนักหายระหว่างเก็บ 2% ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น) — ตัวเลขนี้คือจุดคุ้มทุนไม่ใช่การพยากรณ์ราคา

ราคาวันนี้ (บาท/กก.) เข้าร่วมโครงการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องขายได้ไม่ต่ำกว่า เก็บเองไม่กู้ ต้องขายได้ไม่ต่ำกว่า
7.00 5.61 7.14
8.00 6.63 8.16
9.00 7.65 9.18
10.00 8.67 10.20
12.00 10.71 12.24

ราคาในตารางคือ บาท/กก. ที่ต้องขายได้หลังเก็บ 3 เดือน ถึงจะไม่ขาดทุนเมื่อเทียบกับขายเลย สังเกตว่าโหมดเข้าร่วมโครงการคุ้มทุนที่ราคาต่ำกว่าราคาวันนี้ เพราะค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน (1.5 บาท/กก.) ชดเชยน้ำหนักที่หายไป — แต่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าได้สิทธิ์เข้าโครงการและรับค่าฝากเก็บจริง (ต้องทำสัญญากับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนขาย) และยังไม่รวมความเสี่ยงราคาตลาดตกแรงหรือข้าวเสียหายมากกว่าที่คาด ส่วนโหมดเก็บเองไม่กู้ต้องขายได้สูงกว่าราคาวันนี้เสมอ เพราะน้ำหนักหาย

สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก กู้ได้กี่บาท?

วงเงินกู้คำนวณจากน้ำหนักข้าวเปลือก (ตัน) คูณราคาสินเชื่อต่อตันตามชนิดข้าว (ปีเพาะปลูก 2568/69) ไม่เกินเพดาน 300,000 บาท/ราย ดอกเบี้ย 0% สำหรับเกษตรกร (รัฐจ่ายแทน)

ชนิดข้าว (บาท/ตัน) 5 ตัน 10 ตัน 20 ตัน 30 ตัน
ข้าวหอมมะลิ (13,000) 65,000 130,000 260,000 300,000
ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ (11,500) 57,500 115,000 230,000 300,000
ข้าวเจ้า (8,000) 40,000 80,000 160,000 240,000
ข้าวปทุมธานี 1 (9,000) 45,000 90,000 180,000 270,000
ข้าวเหนียว (10,000) 50,000 100,000 200,000 300,000

ตัวเลขเป็นบาท ตัวเลขที่เท่ากับ 300,000 คือชนเพดานวงเงินต่อราย ราคาสินเชื่อต่อตัน เพดาน และเงื่อนไขประกาศใหม่ทุกปีเพาะปลูก ตัวเลขนี้อิงประกาศปี 2568/69 ควรตรวจสอบล่าสุดกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สาขาใกล้บ้านก่อนตัดสินใจเสมอ

ความคิดเห็น

เว็บนี้ไม่มีระบบสมาชิก ทุกความเห็นจะแสดง "รหัสประจำตัว" สั้นๆ ที่อ้างอิงอุปกรณ์/เบราว์เซอร์ที่ใช้แสดงความเห็น (ไม่ใช่การยืนยันตัวตนจริง) เพื่อช่วยให้ดูออกว่าความเห็นที่ชื่อต่างกันมาจากคนเดียวกันหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม

0/2000 ตัวอักษร

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องมือนี้ทำนายว่าราคาข้าวจะขึ้นหรือลงให้ไหม?

ไม่ทำนาย — ไม่มีใครพยากรณ์ราคาข้าวล่วงหน้าได้แม่นยำ ช่อง "ราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บ" ให้กรอกตัวเลขที่คุณคาดเอง (จากแนวโน้มตลาด/ข่าว/ประสบการณ์ปีก่อนๆ) เครื่องมือนี้แค่คำนวณว่า ถ้าราคาที่คาดเป็นจริง การเก็บรอจะคุ้มกว่าขายเลยแค่ไหน และราคาขั้นต่ำที่ต้องขายได้ถึงจะคุ้ม (ดูผลลัพธ์ "ราคาขั้นต่ำที่ต้องขายให้คุ้ม") ช่วยให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากกว่าเดามั่ว ไม่ใช่การรับประกันราคา

โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คืออะไร มีทุกปีไหม?

เป็นโครงการรัฐที่มีต่อเนื่องแทบทุกปีเพาะปลูกนาปี ช่วยเกษตรกรที่กังวลราคาข้าวตกช่วงเก็บเกี่ยว (ผลผลิตออกพร้อมกันทั้งตลาด) โดยให้กู้เงินสดล่วงหน้า (รัฐจ่ายดอกเบี้ยแทนทั้งหมด เกษตรกรไม่เสียดอกเบี้ย) และให้ "ค่าฝากเก็บ" 1,500 บาท/ตัน ถ้าเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางตนเอง 1-5 เดือนก่อนขาย ⚠️ วงเงินกู้ต่อตัน/เพดานเงินกู้/เงื่อนไขประกาศใหม่ทุกปีและเปลี่ยนแปลงได้ ตัวเลขในเครื่องมือนี้อิงประกาศปีเพาะปลูก 2568/69 ควรตรวจสอบล่าสุดกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สาขาใกล้บ้านก่อนตัดสินใจจริงเสมอ

ถ้าราคาข้าวหลังเก็บไม่ขึ้นเลย เข้าโครงการสินเชื่อชะลอการขายยังคุ้มไหม?

ในตัวอย่างข้าวเจ้า 6 ตัน ราคาวันนี้ 8 บาท/กก. เก็บ 3 เดือน น้ำหนักหาย 2% ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน (= 1.5 บาท/กก.) ทำให้ราคาที่ต้องขายให้ได้หลังเก็บเพื่อไม่ขาดทุนเมื่อเทียบกับขายเลยอยู่ที่ประมาณ 6.63 บาท/กก. ซึ่งต่ำกว่าราคาวันนี้ ตัวเลขนี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าคุณได้สิทธิ์เข้าโครงการและรับค่าฝากเก็บจริงเท่านั้น (ต้องทำสัญญากับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนขาย เก็บในยุ้งฉางตนเอง และขึ้นทะเบียนเกษตรกรปีนั้นแล้ว) และยังไม่รวมความเสี่ยงที่ราคาตลาดตกแรงหรือข้าวเสียหายมากกว่าที่คาด ถ้าเก็บเองไม่กู้ ราคาที่ต้องขายให้ได้จะสูงกว่าราคาวันนี้เสมอเพราะน้ำหนักหาย — ดูตารางเทียบทั้งสองโหมดในหน้านี้

สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกกู้ได้สูงสุดกี่บาท?

คำนวณจากน้ำหนักข้าวเปลือก (ตัน) คูณราคาสินเชื่อต่อตันตามชนิดข้าว (ปีเพาะปลูก 2568/69: ข้าวเจ้า 8,000 / ข้าวปทุมธานี 1 9,000 / ข้าวเหนียว 10,000 / หอมมะลินอกพื้นที่ 11,500 / หอมมะลิ 13,000 บาท/ตัน) แต่ไม่เกินเพดาน 300,000 บาท/ราย เช่น ข้าวเจ้า 20 ตัน กู้ได้ 160,000 บาท ส่วนหอมมะลิ 30 ตันชนเพดาน 300,000 บาท ตัวเลขประกาศใหม่ทุกปี ควรตรวจสอบล่าสุดกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนตัดสินใจ

ทำไมโหมด "เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอขาย" มักคุ้มกว่า "เก็บเองไม่กู้" เสมอ?

เพราะทั้งสองโหมดเก็บข้าวรอราคาเหมือนกันทุกอย่าง (แบกความเสี่ยงราคา/น้ำหนักหายเท่ากัน) แต่โหมด "เข้าร่วมโครงการ" ได้เพิ่มอีก 2 อย่างฟรี: (1) เงินกู้สดล่วงหน้าดอกเบี้ย 0% แก้ปัญหาขาดสภาพคล่องระหว่างรอ และ (2) ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน เมื่อขายจริง จึงแทบไม่มีเหตุผลที่จะเลือก "เก็บเองไม่กู้" ถ้ามีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการได้ (ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีนั้นแล้ว) เครื่องมือนี้ให้ทั้ง 2 โหมดไว้เผื่อกรณีไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม (เช่น ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือกู้เต็มวงเงินรายอื่นไปแล้ว)

ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน ได้แน่นอนไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?

ตัวเลข 1,500 บาท/ตันคือกรณี "เก็บเองในยุ้งฉางของตนเอง" 1-5 เดือน (ถ้าฝากไว้กับสถาบันเกษตรกรอย่างสหกรณ์แทน เกษตรกรจะได้ลดลงเหลือ 500 บาท/ตัน เพราะอีก 1,000 บาท/ตันเป็นส่วนของสถาบันฯ) ต้องทำสัญญาเข้าร่วมโครงการกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนขาย และต้องเป็นเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปีนั้นถูกต้อง เงื่อนไข/อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี ควรสอบถาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สาขาใกล้บ้านก่อนตัดสินใจ

น้ำหนักข้าวเปลือกหายระหว่างเก็บกี่ % ถึงจะสมจริง?

ไม่มีตัวเลขทางการตายตัวสำหรับข้าวเปลือกไทย ขึ้นอยู่กับความชื้นตอนเข้าเก็บ (ควรตากให้แห้งได้มาตรฐานก่อนเก็บเสมอ) สภาพยุ้งฉาง และการป้องกันมอด/หนู งานวิจัยเก็บรักษาธัญพืชในต่างประเทศพบช่วงกว้างมาก ตั้งแต่ราว 1-2% ภายใต้การเก็บรักษาที่ถูกวิธี ไปจนถึงสูงกว่านั้นมากถ้าเก็บผิดวิธี เครื่องมือนี้ตั้งค่าเริ่มต้นที่ 2% แบบระมัดระวัง (สมมติเตรียมข้าวถูกวิธี) แต่ปรับเองได้อิสระตามสภาพยุ้งฉางจริงของคุณ

ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกบ้าง?

ต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับปีเพาะปลูกนั้นแล้ว หรือเป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง (หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน) หากยังไม่เคยขึ้นทะเบียน ควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อให้ทันสิทธิ์เข้าร่วมโครงการปีนั้น

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด: 4 ตุลาคม 2569

ถามหมอพืช

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? ลองถามเกษตรกรด้วยกันที่ ชุมชนเกษตรออนไลน์ ได้ฟรี