คำนวณเก็บข้าวรอราคา หรือขายเลยดีกว่า
เครื่องมือเปรียบเทียบว่า "ขายข้าวเปลือกทันทีหลังเกี่ยว" หรือ "เก็บรอราคา" (ด้วยหรือไม่ด้วยโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ธ.ก.ส.) คุ้มกว่ากัน กรอกน้ำหนัก ราคาวันนี้ และราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บ ระบบจะคำนวณส่วนต่างเงินและ "ราคาขั้นต่ำที่ต้องขายให้คุ้ม" ให้ทันที ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป
กรอกน้ำหนักข้าวเปลือก ราคาวันนี้ และราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บ แล้วกดคำนวณ เพื่อเทียบว่า "ขายเลย" หรือ "เก็บรอราคา" คุ้มกว่ากัน
ไม่มีใครพยากรณ์ราคาข้าวล่วงหน้าได้แม่นยำ ใส่ตัวเลขที่คุณคาดเองจากแนวโน้มตลาด/ข่าว/ประสบการณ์ปีก่อนๆ
โครงการสินเชื่อชะลอการขายกำหนดเก็บได้ 1-5 เดือน
ระหว่างเก็บรอราคา
"เข้าร่วมโครงการ" ได้เงินกู้สดล่วงหน้าดอกเบี้ย 0% (รัฐจ่ายแทน) + ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตันเมื่อขายจริง (เก็บเองในยุ้งฉางตนเอง 1-5 เดือน) ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีนั้นแล้ว — "เก็บเองไม่กู้" ไว้สำหรับกรณีไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม
ค่าประมาณแบบระมัดระวัง (สมมติตากแห้งได้มาตรฐาน+ป้องกันมอด/หนูถูกวิธี) ไม่ใช่ตัวเลขทางการ ปรับตามสภาพยุ้งฉางจริงได้
เช่น สารป้องกันมอด/ค่าขนย้ายเพิ่ม เว้นว่างหรือกรอก 0 ได้ถ้าไม่มี
ตัวอย่างการคำนวณ
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างสาธิตเท่านั้น (ราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บเป็นค่าสมมติ ไม่ใช่การพยากรณ์จริง — กรอกตัวเลขที่คุณคาดเองในเครื่องมือด้านบนแทน)
ข้าวเปลือกข้าวเจ้า 6,000 กก. เก็บ 3 เดือน คุ้มไหม?
| ราคา/กก. | มูลค่ารวม | |
|---|---|---|
| ขายเลยวันนี้ | 8.00 บาท | 48,000 บาท |
| เก็บรอราคา + เข้าโครงการสินเชื่อชะลอขาย (รวมค่าฝากเก็บ) | 8.80 บาท | 60,744 บาท |
ในตัวอย่างนี้เก็บรอราคาได้เพิ่ม 12,744 บาท (26.6%) — ยังได้เงินกู้สดล่วงหน้าดอกเบี้ย 0% อีก 48,000 บาทระหว่างรอด้วย (ไม่กระทบกำไรเพราะดอกเบี้ย 0%) แต่ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าราคาหลังเก็บเป็นไปตามที่คาด — ราคาจริงอาจต่ำกว่านี้ได้เสมอ
(กรอกตัวเลขจริงของคุณในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องมือนี้ทำนายว่าราคาข้าวจะขึ้นหรือลงให้ไหม?
ไม่ทำนาย — ไม่มีใครพยากรณ์ราคาข้าวล่วงหน้าได้แม่นยำ ช่อง "ราคาที่คาดว่าจะขายได้หลังเก็บ" ให้กรอกตัวเลขที่คุณคาดเอง (จากแนวโน้มตลาด/ข่าว/ประสบการณ์ปีก่อนๆ) เครื่องมือนี้แค่คำนวณว่า ถ้าราคาที่คาดเป็นจริง การเก็บรอจะคุ้มกว่าขายเลยแค่ไหน และราคาขั้นต่ำที่ต้องขายได้ถึงจะคุ้ม (ดูผลลัพธ์ "ราคาขั้นต่ำที่ต้องขายให้คุ้ม") ช่วยให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากกว่าเดามั่ว ไม่ใช่การรับประกันราคา
โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ธ.ก.ส. คืออะไร มีทุกปีไหม?
เป็นโครงการรัฐที่มีต่อเนื่องแทบทุกปีเพาะปลูกนาปี ช่วยเกษตรกรที่กังวลราคาข้าวตกช่วงเก็บเกี่ยว (ผลผลิตออกพร้อมกันทั้งตลาด) โดยให้กู้เงินสดล่วงหน้า (รัฐจ่ายดอกเบี้ยแทนทั้งหมด เกษตรกรไม่เสียดอกเบี้ย) และให้ "ค่าฝากเก็บ" 1,500 บาท/ตัน ถ้าเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางตนเอง 1-5 เดือนก่อนขาย ⚠️ วงเงินกู้ต่อตัน/เพดานเงินกู้/เงื่อนไขประกาศใหม่ทุกปีและเปลี่ยนแปลงได้ ตัวเลขในเครื่องมือนี้อิงประกาศปีเพาะปลูก 2568/69 ควรตรวจสอบล่าสุดกับ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้านก่อนตัดสินใจจริงเสมอ
ทำไมโหมด "เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอขาย" มักคุ้มกว่า "เก็บเองไม่กู้" เสมอ?
เพราะทั้งสองโหมดเก็บข้าวรอราคาเหมือนกันทุกอย่าง (แบกความเสี่ยงราคา/น้ำหนักหายเท่ากัน) แต่โหมด "เข้าร่วมโครงการ" ได้เพิ่มอีก 2 อย่างฟรี: (1) เงินกู้สดล่วงหน้าดอกเบี้ย 0% แก้ปัญหาขาดสภาพคล่องระหว่างรอ และ (2) ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน เมื่อขายจริง จึงแทบไม่มีเหตุผลที่จะเลือก "เก็บเองไม่กู้" ถ้ามีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการได้ (ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีนั้นแล้ว) เครื่องมือนี้ให้ทั้ง 2 โหมดไว้เผื่อกรณีไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม (เช่น ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือกู้เต็มวงเงินรายอื่นไปแล้ว)
ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน ได้แน่นอนไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
ตัวเลข 1,500 บาท/ตันคือกรณี "เก็บเองในยุ้งฉางของตนเอง" 1-5 เดือน (ถ้าฝากไว้กับสถาบันเกษตรกรอย่างสหกรณ์แทน เกษตรกรจะได้ลดลงเหลือ 500 บาท/ตัน เพราะอีก 1,000 บาท/ตันเป็นส่วนของสถาบันฯ) ต้องทำสัญญาเข้าร่วมโครงการกับ ธ.ก.ส. ก่อนขาย และต้องเป็นเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปีนั้นถูกต้อง เงื่อนไข/อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี ควรสอบถาม ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้านก่อนตัดสินใจ
น้ำหนักข้าวเปลือกหายระหว่างเก็บกี่ % ถึงจะสมจริง?
ไม่มีตัวเลขทางการตายตัวสำหรับข้าวเปลือกไทย ขึ้นอยู่กับความชื้นตอนเข้าเก็บ (ควรตากให้แห้งได้มาตรฐานก่อนเก็บเสมอ) สภาพยุ้งฉาง และการป้องกันมอด/หนู งานวิจัยเก็บรักษาธัญพืชในต่างประเทศพบช่วงกว้างมาก ตั้งแต่ราว 1-2% ภายใต้การเก็บรักษาที่ถูกวิธี ไปจนถึงสูงกว่านั้นมากถ้าเก็บผิดวิธี เครื่องมือนี้ตั้งค่าเริ่มต้นที่ 2% แบบระมัดระวัง (สมมติเตรียมข้าวถูกวิธี) แต่ปรับเองได้อิสระตามสภาพยุ้งฉางจริงของคุณ
ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกบ้าง?
ต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรสำหรับปีเพาะปลูกนั้นแล้ว หรือเป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง (สหกรณ์การเกษตร/กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน) หากยังไม่เคยขึ้นทะเบียน ควรติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อให้ทันสิทธิ์เข้าร่วมโครงการปีนั้น