ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

ช่องทางติดต่อ

โทร LINE

บัญชีรับเงิน

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

520-240504-8

คำนวณรายได้-ความเสี่ยงธุรกิจหยงข้าว (นายหน้าค้าข้าว)

อยากเป็น "หยงข้าว" (นายหน้าเชื่อมโยงโรงสีกับผู้ส่งออก) แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? กรอกปริมาณและราคาข้าวที่ จับคู่ซื้อขายได้ต่อปี อัตราค่านายหน้า (0.75-1.50% ตามจริง) และต้นทุนดำเนินงาน เลือกได้ 2 รูปแบบธุรกิจ "ค่านายหน้าอย่างเดียว" กับ "ทดรองจ่ายเงินให้โรงสี" ระบบคำนวณรายได้ ต้นทุน และกำไรสุทธิต่อปี/เดือนให้ ทันที พร้อมข้อมูลความเสี่ยงจริง (กรณี "หยงชักดาบ" 200 ล้านบาท) กราฟรายได้เทียบต้นทุน สัดส่วนต้นทุน ความไวต่ออัตราค่านายหน้า และเปรียบเทียบ 2 รูปแบบธุรกิจ ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป

ผลคำนวณเป็นการประมาณตามสมมติฐานทั่วไป (ปริมาณ/ราคา/อัตราค่านายหน้าผันแปรตามคู่ค้าและตลาดจริงมาก) ไม่ใช่การรับประกันรายได้ ควรสอบถามข้อมูลจริงในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

⚠️ ความเสี่ยงจริง "หยงชักดาบ": พ.ค. 2568 มีข่าวจริงบริษัทหยงแห่งหนึ่งไม่จ่ายเงินค่าข้าวให้โรงสีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ทั้งที่ผู้ส่งออกจ่ายเงินมาแล้ว ผู้จัดการหลบหนีหายตัวไป — สาเหตุคือระบบเดิมให้เงินไหลผ่านมือหยงก่อน (ผู้ส่งออกจ่าย → หยงหักค่านายหน้า → โอนที่เหลือให้โรงสี) และระยะเวลารอเงินจริงยาวถึง 1-3 เดือน

ควรป้องกันความเสี่ยงนี้อย่างไร
  • ไม่กระจุกความเสี่ยงไว้กับคู่ค้ารายเดียวมากเกินไป — กระจายดีลหลายโรงสี/ผู้ส่งออก
  • จำกัดวงเงินเปิดต่อคู่ค้าแต่ละราย ไม่ปล่อยไม่มีเพดาน
  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่ค้าก่อนทำธุรกรรมใหญ่ทุกครั้ง
  • ถ้าเลือกโหมดทดรองจ่ายเงิน ควรมีเงินสำรอง/สภาพคล่องเผื่อเหตุไม่คาดฝันเสมอ
หลักการ: รายได้มาจากค่านายหน้า (มูลค่าธุรกรรมข้าวที่จับคู่ซื้อขายสำเร็จ × อัตราค่านายหน้า) หักด้วยต้นทุนดำเนินงาน และถ้าเลือกโหมดทดรองจ่ายเงิน หักดอกเบี้ยเงินทุนหมุนเวียน+ความเสี่ยงหนี้สูญคาดหวังเพิ่ม เหลือเป็น "กำไรสุทธิต่อปี/เดือน"
อ่านเพิ่มเติม

ต่างจากเครื่องมืออื่นในหมวดนี้ตรงที่หยงข้าวไม่ต้องซื้อเครื่องจักร/ที่ดิน/อาคารก่อนเริ่มธุรกิจ (ไม่ถือครองข้าวเลย เป็นนายหน้าล้วนๆ) เงินลงทุนเริ่มต้นจึงเป็นทางเลือกไม่บังคับ — ตัวเลขหลักของเครื่องมือนี้คือกำไรสุทธิ ไม่ใช่ปีที่คืนทุน

1. เลือกรูปแบบธุรกิจ

2. ปริมาณและราคาข้าวที่จับคู่ซื้อขายได้ต่อปี

มูลค่าธุรกรรมรวม = ปริมาณข้าว × ราคาข้าวเฉลี่ย เป็นฐานคำนวณค่านายหน้า

อ้างอิงโรงสีขนาดเล็กจริง (ชัยนาท) ซื้อข้าวหอมมะลิ 15,000-18,000 ตัน/ปี

แปลงจากราคาส่งออก FOB จริง (สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย)

3. อัตราค่านายหน้า (%)

ค่านายหน้าจริงหักจากมูลค่าข้าวก่อนโอนเงินที่เหลือให้โรงสี

4. ต้นทุนดำเนินงานต่อปี — ไม่บังคับ

ไม่พบตัวเลขมาตรฐาน (ธุรกิจอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว) กรอกจากประสบการณ์จริง — ปล่อยว่าง = ไม่นับ

6. เงินลงทุนเริ่มต้น — ไม่บังคับ

หยงข้าวไม่ต้องมีเครื่องจักร/ที่ดิน/อาคารเพื่อเริ่มธุรกิจ กรอกเฉพาะถ้ามีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจริง (เช่น รถส่วนตัว)

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (โหมดค่านายหน้า อย่างเดียว ปริมาณ 8,000 ตัน/ปี ราคาข้าวขาว 5% เฉลี่ย 15,000 บาท/ตัน อัตราค่านายหน้า 1.00% — ยังไม่นับต้นทุนดำเนินงานเพิ่มเติมเพราะไม่มีตัวเลขมาตรฐาน ไม่มีเงินลงทุนเริ่มต้น)

มูลค่าธุรกรรมรวม 120,000,000 บาท/ปี รายได้ค่านายหน้า 1,200,000 บาท/ปี

เหลือกำไรสุทธิ 1,200,000 บาท/ปี (เฉลี่ย 100,000 บาท/เดือน)

(ลองปรับปริมาณ/ราคา/อัตราค่านายหน้าตามสถานการณ์จริงของคุณ หรือสลับไปโหมด "ทดรองจ่ายเงินให้โรงสี" ดูผลต่างในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)

คำถามที่พบบ่อย

"หยงข้าว" คืออะไร ทำหน้าที่อะไรกันแน่?

หยงข้าวคือ<strong>นายหน้า/คนกลาง</strong>ที่เชื่อมโยงระหว่าง "โรงสี" (ผู้ขาย) กับ "ผู้ส่งออก/พ่อค้าขายส่งในประเทศ" (ผู้ซื้อ) — หาโอกาสซื้อขาย ประสานงาน รวบรวมคำสั่งซื้อ ไม่ใช่คนกลางระหว่างชาวนากับโรงสี (นั่นคือบทบาทของ "ท่าข้าว"/ลานรับซื้อข้าวเปลือก ซึ่งเป็นธุรกิจคนละแบบ มีเครื่องมือ "คำนวณราคามันสำปะหลังตามเชื้อแป้ง" ในหมวดอื่นของเว็บนี้ที่ใกล้เคียงกว่า) เมื่อตกลงซื้อขายกันได้ ผู้ส่งออกจะจ่ายเงินค่าข้าวผ่านหยงก่อน หยงหักค่านายหน้าแล้วโอนส่วนที่เหลือให้โรงสี

ต่างจากเครื่องมืออื่นในหมวด "รู้กำไรขาดทุนธุรกิจเกษตร" อย่างไร ทำไมไม่มีเงินลงทุนซื้อเครื่องจักร?

เครื่องมืออื่นในหมวดนี้ (รถเกี่ยว/รถไถ/โดรน/รถตัดอ้อย/รถอัดฟาง/ลานมัน/ไม้สับ/ล้งทุเรียน) ล้วนต้องซื้อเครื่องจักรหรือสร้างที่ดิน/อาคารก่อนเริ่มธุรกิจได้ แต่หยงข้าวเป็นนายหน้าล้วนๆ ไม่ถือครองข้าวเลย ไม่ต้องมีเครื่องจักร/ที่ดิน/อาคารบังคับ อาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์กับโรงสีและผู้ส่งออกเป็นหลัก เครื่องมือนี้จึงออกแบบเป็น "เครื่องคำนวณรายได้และความเสี่ยง" (ตัวเลขหลักคือกำไรสุทธิต่อปี/เดือน) ไม่ใช่ "เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุนเครื่องจักร" เหมือนตัวอื่น แม้จะยังมีช่องเงินลงทุนเริ่มต้นให้กรอกได้ถ้ามีค่าใช้จ่ายจริง (เช่น รถส่วนตัว)

ค่านายหน้า 0.75-1.50% มาจากไหน ทำไมช่วงกว้าง?

มาจากรายงานข่าวจริงเรื่องระบบการค้าข้าว (พ.ค. 2568) ที่ระบุตรงกันว่าค่านายหน้า/ค่าบริการทั่วไปของหยงอยู่ที่ร้อยละ 0.75-1.50 ของมูลค่าข้าว โดยค่าปกติทั่วไปคือ 1% แต่บางกรณีขยับขึ้นเป็น 1.5% — ผันแปรตามความสัมพันธ์/อำนาจต่อรองของหยงแต่ละราย ขนาดดีล และความเสี่ยงที่หยงต้องรับ (เช่น ถ้าเลือกโหมดทดรองจ่ายเงินให้โรงสี มักต่อรองค่านายหน้าได้สูงขึ้นเพราะแบกความเสี่ยงมากกว่า)

ทำไมต้องมีกล่องเตือนภัย "หยงชักดาบ" ความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นจริงหรือ?

เกิดขึ้นจริง — พ.ค. 2568 มีข่าวจริงบริษัทหยงแห่งหนึ่งไม่จ่ายเงินค่าข้าวให้โรงสีมูลค่ากว่า <strong>200 ล้านบาท</strong> ทั้งที่ผู้ส่งออกจ่ายเงินมาแล้ว ผู้จัดการบริษัทหลบหนีหายตัวไป จนสมาคมโรงสีต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงและเสนอปฏิรูประบบให้ผู้ส่งออกจ่ายเงินตรงให้โรงสีแทน สาเหตุคือระบบเดิมให้เงินไหลผ่านมือหยงก่อน (ผู้ส่งออกจ่าย → หยงหักค่านายหน้า → โอนที่เหลือให้โรงสี) และระยะเวลารอเงินจริงยาวถึง 1-3 เดือน เป็นช่องว่างให้เกิดการเบี้ยวหนี้ได้ — บทเรียนสำคัญคือ<strong>ไม่ควรกระจุกความเสี่ยงไว้กับคู่ค้ารายเดียวมากเกินไป และควรจำกัดวงเงินเปิดต่อคู่ค้าแต่ละราย</strong>

โหมด "ค่านายหน้าอย่างเดียว" กับ "ทดรองจ่ายเงินให้โรงสี" ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?

โหมด "ค่านายหน้าอย่างเดียว" คือหยงทำหน้าที่ประสานงาน/จับคู่ซื้อขายเท่านั้น ไม่ควักเงินตัวเองล่วงหน้า ไม่มีความเสี่ยงด้านเงินทุน เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับหยงรายใหม่ ส่วนโหมด "ทดรองจ่ายเงินให้โรงสี" คือหยงจ่ายเงินให้โรงสีทันทีจากเงินทุนตัวเอง (หรือเงินกู้) แทนที่จะให้โรงสีรอผู้ส่งออกจ่าย 1-3 เดือน — สร้างความไว้วางใจ/ดึงดูดโรงสีได้มากขึ้น แต่ต้องแบกต้นทุนดอกเบี้ยเงินทุนหมุนเวียน+ความเสี่ยงหนี้สูญเอง (ดูกราฟเปรียบเทียบ 2 โหมดท้ายผลคำนวณ) ควรเริ่มจากโหมดค่านายหน้าอย่างเดียวก่อน แล้วค่อยพิจารณาโหมดทดรองจ่ายเมื่อมีเงินทุนสำรองเพียงพอและคัดกรองคู่ค้าได้แม่นยำแล้ว

ราคาข้าวขาว 5% กับข้าวหอมมะลิ ทำไมต่างกันเกือบ 2 เท่า?

มาจากราคาส่งออก FOB จริงที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงาน — ข้าวขาว 5% อยู่ที่ประมาณ 410-450 ดอลลาร์/ตัน ขณะที่ข้าวหอมมะลิ (พันธุ์พรีเมียมที่ตลาดโลกยอมจ่ายแพงกว่ามาก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ) อยู่ที่ประมาณ 900+ ดอลลาร์/ตัน แปลงเป็นบาทที่อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณได้ราว 15,000 และ 31,500 บาท/ตันตามลำดับ — ธุรกรรมข้าวหอมมะลิจึงให้ค่านายหน้าต่อตันสูงกว่าข้าวขาวมาก แม้จะใช้อัตราค่านายหน้า % เท่ากัน

อัตราดอกเบี้ยเงินทุนทดรองจ่าย 7% กับ 13% มาจากไหน ควรเลือกแบบไหน?

7%/ปี คืออัตราดอกเบี้ยเกษตรกร/ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของ ธ.ก.ส. (ตัวเลขเดียวกับที่ใช้ในเครื่องมือคำนวณสินเชื่อ ธ.ก.ส. ของเว็บนี้) ส่วน 13%/ปี ประมาณจากสินเชื่อหมุนเวียนแบบเบิกเงินเกินบัญชี (OD) สำหรับ SME ของธนาคารพาณิชย์ (อัตรา MRR+6% ต่อปี ตามเอกสารเปิดเผยของธนาคารกสิกรไทย) — เลือก 7% ถ้าคุณกู้ผ่าน ธ.ก.ส. ได้ (ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์) หรือเลือก 13% ถ้าใช้วงเงิน OD ทั่วไปจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสมจริงกว่าสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ใช่เกษตรกรโดยตรง — สอบถามอัตราจริงจากธนาคารที่ใช้บริการเสมอเพราะเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบาย

ทำไมค่าเริ่มต้นของ "ต้นทุนดำเนินงาน" (เดินทาง/สื่อสาร/สร้างสัมพันธ์) เป็น 0?

เพราะไม่พบตัวเลขมาตรฐานที่อ้างอิงได้ — ธุรกิจนี้อาศัยความสัมพันธ์/เครือข่ายส่วนตัวเป็นหลัก ไม่มีโครงสร้างต้นทุนที่เปิดเผยต่อสาธารณะเหมือนต้นทุนน้ำมัน/ค่าแรงของเครื่องมือรถเกี่ยว/รถไถ/รถตัดอ้อยในหมวดเดียวกัน จึงตั้งใจไม่ใส่ค่าเริ่มต้นที่ไม่มีที่มา ให้กรอกจากประสบการณ์จริงของคุณเอง (ปล่อยว่าง = ไม่นับ) — ⚠️ ควรกรอกให้ใกล้เคียงความจริงเสมอ เพราะเป็นต้นทุนที่ลดกำไรสุทธิโดยตรง ไม่ใช่แค่ตัวเลือกเสริม

ทำไมโหมด "ทดรองจ่ายเงินให้โรงสี" ที่ค่าเริ่มต้นถึงกลายเป็นขาดทุน ทั้งที่โหมดค่านายหน้าอย่างเดียวมีกำไร?

เป็นข้อค้นพบจริงจากแบบจำลองนี้ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด — ที่อัตราค่านายหน้าปกติ 1% เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องสำรอง (จากการทดรองจ่ายเต็มมูลค่าธุรกรรมให้โรงสี รอ 2 เดือนถึงจะได้เงินคืน) มีขนาดใหญ่กว่ารายได้ค่านายหน้ามาก ทำให้ดอกเบี้ยเงินทุนเพียงอย่างเดียวก็กินกำไรจนหมด — นี่คือเหตุผลจริงที่พบจากข่าว (ดูกล่องเตือนภัยด้านบน): ในทางปฏิบัติ หยงที่เลือกทดรองจ่ายเงินมักต่อรองค่านายหน้าได้สูงกว่าปกติมาก (ชดเชยความเสี่ยง+ต้นทุนเงินทุนที่แบกรับ) ไม่ใช่ใช้อัตราเดียวกับโหมดค่านายหน้าอย่างเดียว — ลองปรับอัตราค่านายหน้าขึ้น (ดูกราฟความไวด้านล่าง) หรือลดระยะเวลารอเงิน/อัตราดอกเบี้ยเงินทุน แล้วดูว่าต้องได้เงื่อนไขแบบไหนโหมดนี้ถึงจะคุ้มค่าจริง — กราฟเปรียบเทียบ 2 โหมดท้ายผลคำนวณช่วยให้เห็นภาพนี้ชัดเจน

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? โทร 0905928614 หรือ แชท LINE คุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลย