สรุปสั้นๆ
- ข้าวโพดต้องการน้ำสูงสุดช่วง ออกดอกถึงระยะแรกของการสร้างเมล็ด (ราววันที่ 45-75) ขาดน้ำช่วงนี้เมล็ดติดไม่เต็มฝักหรือไม่ติด ผลผลิตอาจลดลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง
- ขาดน้ำช่วง ลำต้นและใบ ผลผลิตอาจลดลงราวหนึ่งในสี่ และขาดน้ำ หลังสร้างเมล็ด ลดลงราวหนึ่งในห้า ช่วงอื่นทนแล้งได้ดีกว่า
- ดูสัญญาณก่อนให้น้ำ เช่น ใบเหี่ยวตอนบ่าย และตรวจความชื้นดิน ปลูกหลังนาให้น้ำรวมราว 3-6 ครั้งขึ้นกับดินและอากาศ ให้ตามร่องพร้อมใส่ปุ๋ยแต่งหน้า
- เมื่อเมล็ดสุกแก่ทางสรีรวิทยา ไม่ต้องให้น้ำเพิ่ม เพราะไม่เพิ่มผลผลิตและทำให้ความชื้นในฝักลดช้า
ระยะการเติบโตกับความต้องการน้ำ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเขตร้อนชื้นใช้น้ำรวมตลอดฤดูปลูกไม่น้อย และใช้ไม่เท่ากันทุกระยะ ปริมาณจริงขึ้นกับวันปลูก ชนิดดิน อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และพันธุ์ ตัวเลขรวมต่อฤดูจากแหล่งต่างๆ ต่างกันมาก เราจึงไม่ระบุปริมาณน้ำรวม แต่ให้ดูว่าช่วงไหนเสี่ยงที่สุด
| ระยะ | ประมาณวันหลังปลูก | สิ่งที่เกิดที่แปลง | ถ้าขาดน้ำ |
|---|---|---|---|
| งอกและต้นอ่อน | วันที่ 0-14 | เมล็ดงอก ต้นโผล่ ใบจริงชุดแรก | ดินต้องชื้นพอแต่ไม่แฉะ ให้น้ำทันทีหลังปลูกทำให้เมล็ดเน่า |
| เจริญทางลำต้นและใบ | วันที่ 14-45 | ต้นสูงเร็ว ใบเพิ่ม ปุ๋ยครั้งที่ 2 และ 3 | ผลผลิตอาจลดลงราวหนึ่งในสี่ |
| ออกดอกตัวผู้และออกไหม | วันที่ 45-60 | ช่อดอกบาน ไหมโผล่ ผสมเกสร | ช่วงที่น้ำสำคัญที่สุด เมล็ดติดไม่เต็มฝักหรือไม่ติด |
| เริ่มสร้างเมล็ด | วันที่ 60-75 | เมล็ดเริ่มเต็มและสะสมแป้ง | ผลผลิตอาจลดลงได้ถึงครึ่งหนึ่งเมื่อขาดน้ำตั้งแต่ออกดอกถึงช่วงนี้ |
| สะสมน้ำหนักเมล็ดถึงสุกแก่ | หลังวันที่ 75 จนราววันที่ 100-110 | เมล็ดแข็ง ใบล่างเหลือง | ผลผลิตอาจลดลงราวหนึ่งในห้า ส่วนเมื่อสุกแก่แล้วไม่ต้องให้น้ำเพิ่ม |
ตัวเลขร้อยละของผลผลิตที่ลดมาจากงานทดลองหลายแหล่งที่ต่างกันตามพันธุ์และปี ใช้เป็นภาพรวมว่าช่วงไหนเสียหายมากที่สุด ไม่ใช่ค่าที่แปลงของคุณจะเป็นแน่นอน
ช่วงออกดอก: วิกฤตที่สุดของรอบ
ข้าวโพดออกดอกตัวผู้และออกไหมราว 7-8 สัปดาห์หลังปลูก ช่วงนี้ต้นต้องการธาตุอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ ขาดน้ำแล้วเมล็ดติดไม่เต็มฝัก อากาศร้อนจัดทำให้ช่อดอกและไหมแห้งผสมเกสรไม่ติด การปลูกต้นฤดูฝนเสี่ยงฝนทิ้งช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคมที่ตรงช่วงนี้ ส่วนการปลูกช้าหน้าแล้งเสี่ยงอากาศร้อนจัด
- วางแผนให้ ช่วงออกดอกอยู่ในช่วงที่มีน้ำ เช่น เตรียมน้ำเสริมสำหรับฝนทิ้งช่วง
- ให้น้ำสม่ำเสมอตามร่องพร้อมใส่ปุ๋ยแต่งหน้า ไม่ให้ดินแห้งแข็งหรือแฉะเกินไป
- ใช้ ปฏิทินแปลงข้าวโพดของฉัน ดูว่าแปลงของคุณออกดอกช่วงไหน
ดูสัญญาณก่อนให้น้ำ
- ใบเหี่ยวตอนบ่าย: ใช้เป็นตัวชี้วัดการให้น้ำครั้งแรกและครั้งต่อไป ถ้าเย็นแล้วใบคลี่คืนแสดงว่าเครียดชั่วคราว
- ความชื้นดิน: ขุดดูใต้ผิวหน้า ถ้าแห้งลึกเกินรากให้น้ำทันที
- ชนิดดิน: ดินทรายแห้งเร็วต้องให้ถี่กว่าดินเหนียว
- วิธีให้: แปลงยกร่องให้น้ำตามร่อง ไม่ท่วมสันร่องเพื่อลดวัชพืช
สนใจคำนวณปริมาณน้ำสำหรับพื้นที่ปลูก ลอง คำนวณน้ำสำหรับแปลง ประกอบ
เมื่อไรหยุดให้น้ำ
เมื่อเมล็ดสุกแก่ทางสรีรวิทยา (ราว 45 วันหลังออกไหม) เมล็ดหยุดสะสมน้ำหนักแห้งและมีชั้นสีดำที่โคนเมล็ด การให้น้ำต่อไม่เพิ่มผลผลิตและทำให้ความชื้นในฝักลดช้า ช่วงใกล้เก็บมักมีพายุฤดูร้อนที่ทำให้ต้นหักล้ม ดูต่อที่ เก็บเกี่ยวและลดความชื้น
คำถามที่พบบ่อย
ข้าวโพดขาดน้ำช่วงไหนเสียหายมากที่สุด
ช่วงออกดอกจนถึงเริ่มสร้างเมล็ด ขาดน้ำช่วงนี้เมล็ดติดไม่เต็มฝักหรือไม่ติด ผลผลิตอาจลดลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง ส่วนขาดน้ำช่วงลำต้นและใบลดลงราวหนึ่งในสี่ และหลังสร้างเมล็ดลดราวหนึ่งในห้า
ข้าวโพดออกดอกตอนอายุกี่วัน
ออกดอกตัวผู้และออกไหมราว 7-8 สัปดาห์หลังปลูก หรือราววันที่ 45-60 เครื่องมือใช้ช่วงน้ำสำคัญที่สุดราววันที่ 45-75 ซึ่งรวมช่วงเริ่มสร้างเมล็ด อายุจริงขยับตามพันธุ์และอุณหภูมิ
ข้าวโพดหลังนาต้องให้น้ำกี่ครั้ง
ประมาณ 3-6 ครั้งขึ้นกับชนิดดินและสภาพอากาศ ใช้สัญญาณใบเหี่ยวตอนบ่ายและความชื้นดินประกอบ ช่วงออกดอกต้องไม่ขาดน้ำ และให้ตามร่องพร้อมใส่ปุ๋ยแต่งหน้า
ควรหยุดให้น้ำข้าวโพดเมื่อไรก่อนเก็บ
เมื่อเมล็ดสุกแก่ทางสรีรวิทยาแล้ว ราว 45 วันหลังออกไหม ไม่ต้องให้น้ำเพิ่มเพราะไม่เพิ่มผลผลิตและทำให้ความชื้นในฝักลดช้า เครื่องมือแสดงช่วงฝักแห้งก่อนเก็บราว 14 วัน
ศัพท์ที่ใช้ในหน้านี้
- ออกไหม
- ระยะที่เส้นไหมโผล่จากปลายฝักเพื่อรับเกสร เป็นจุดอ้างอิงนับอายุสุกแก่
- ระยะสร้างเมล็ด
- ช่วงหลังผสมเกสรที่เมล็ดเริ่มเต็มและสะสมแป้ง ขาดน้ำช่วงต้นของระยะนี้ทำให้เมล็ดลีบ
- สุกแก่ทางสรีรวิทยา
- ช่วงที่เมล็ดหยุดสะสมน้ำหนักแห้ง สังเกตได้จากชั้นสีดำที่โคนเมล็ด
อ่านต่อและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 14 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ฉบับแรก