สรุปสั้นๆ
- เดือนที่เหมาะคือ พฤศจิกายนถึงธันวาคม หรือปลูกทันทีหลังเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อใช้ความชื้นที่เหลือ ปลูกเร็วทำให้ต้นโตดีและออกดอกไม่ตรงอากาศร้อนจัด
- ปลูกช้าหลังธันวาคม ระยะออกดอกจะตรงอากาศร้อนจัด ดอกและไหมแห้ง ผสมไม่ติด เมล็ดไม่เต็มฝัก
- ตรวจความชื้นดินหลังเก็บข้าว ถ้าไม่พอให้งอกใน 1-2 สัปดาห์แรกให้ ให้น้ำก่อนปลูก แต่ ไม่ให้น้ำทันทีหลังปลูก เพราะดินอัดแน่นและเมล็ดเน่า
- เลือกดินร่วน ร่วนเหนียว หรือร่วนปนทราย ที่ระบายน้ำดี เลี่ยงดินเหนียวจัด ใช้เมล็ดงอกสูงเพราะความชื้นดินจำกัด
ทำไมปลูกหลังนาจึงนิยม และต้องระวังอะไร
ข้าวโพดอายุสั้นราว 110-125 วันและใช้น้ำน้อยกว่าการทำนาปรังหลายเท่า จึงเป็นทางเลือกของพื้นที่นาที่น้ำไม่พอทำนาปรัง การปลูกทันทีหลังเก็บข้าวช่วยใช้ความชื้นที่เหลือในดิน และเก็บเกี่ยวได้ก่อนฝนต้นฤดู แต่ต้องพึ่งความชื้นดินที่จำกัด จึงต้องเลือกเมล็ดและจังหวะให้น้ำให้ดี
เกษตรกรที่ปลูกหลังนามักไม่ได้จัดการหลังเก็บเกี่ยวเรื่องลดความชื้นหรือคุณภาพเมล็ด จึงเป็นเหตุผลที่ต้องอ่านหน้า เก็บเกี่ยวและลดความชื้น ก่อนถึงฤดูเก็บ
ปลูกเมื่อไร
- เดือนที่เหมาะ: พฤศจิกายนถึงธันวาคม หรือทันทีหลังเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อใช้ความชื้นเหลือ
- ปลูกเร็ว: ต้นโตดีและระยะออกดอกไม่ตรงช่วงอุณหภูมิสูงเกินไป
- อากาศเย็นหน้าหนาว: ถ้าปีไหนอุณหภูมิต่ำ เมล็ดอาจงอกช้ากว่าปกติหรือต้นอ่อนมีใบสีม่วงคล้ายขาดฟอสฟอรัส ต้นจะฟื้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
- ปลูกช้า: หลังธันวาคมออกดอกตรงอากาศร้อนจัด ดอกและไหมแห้ง ผสมเกสรไม่ติด
เตรียมดินและยกร่อง
หลังเก็บข้าวออกจากแปลง ไถดะหนึ่งครั้ง ตากแปลงราว 5-7 วันให้วัชพืชแห้งตาย จากนั้นพรวนด้วยโรตารีหนึ่งถึงสองครั้งให้ดินแตกเป็นก้อนเล็ก แล้วยกร่องเพื่อให้น้ำเข้าและระบายออกสะดวก บางพื้นที่ตัดตอซังข้าวแล้วปล่อยน้ำเข้าแปลงก่อนหยอดเมล็ด
- วิธีปลูก: ปลูกแบบพื้นราบหรือยกร่องก็ได้ตามชนิดดิน แถวห่างราว 75 ซม. หยอดเมล็ดหลุมละหนึ่งเมล็ด ได้ต้นราว 10,000 ถึง 11,000 ต้นต่อไร่ (ตัวอย่างจากแหล่งเดียว ปรับตามพันธุ์และดินของคุณ)
- ซ่อม: ปลูกซ่อมภายใน 7-10 วัน ให้ต้นโตและสุกแก่พร้อมกัน
- เมล็ดพันธุ์: เมล็ดงอกมากกว่า 80% และแข็งแรง เพราะความชื้นดินหลังนาจำกัด เลือกจานหยอดให้พอดีกับขนาดเมล็ด
ให้น้ำอย่างไรไม่ให้เมล็ดเน่า
- แปลงราบ: ให้น้ำก่อนปลูก แล้วรอให้ดินหมาดพอไถพรวน
- แปลงยกร่อง: ปลูกก่อนแล้วจึงให้น้ำตามร่อง
- หลังปลูกทันที: ไม่ให้น้ำ เพราะดินอัดแน่นจนเมล็ดงอกไม่ได้และเน่า ให้น้ำครั้งแรกหลังปลูกเมื่อเมล็ดงอกแล้ว และให้ครั้งต่อไปเมื่อดินแห้ง
- ช่วงออกดอก: ราว 7-8 สัปดาห์หลังปลูกต้องมีน้ำสม่ำเสมอ ให้ตามร่องพร้อมใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง
- ใกล้เก็บ: เมื่อสุกแก่ทางสรีรวิทยาแล้วไม่ให้น้ำอีก เพราะไม่เพิ่มผลผลิตและฝักแห้งช้า
วัชพืชและข้าวร่วงหล่นในแปลง
ในแปลงหลังนา เมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นจากการเก็บเกี่ยวล่าช้าจะงอกเป็นวัชพืชในแปลงข้าวโพดได้ และการให้น้ำบ่อยทำให้วัชพืชมากขึ้น การให้น้ำแบบไม่ท่วมสันร่องช่วยลดวัชพืช กำจัดวัชพืชระหว่างแถวราววันที่ 20-30 พร้อมใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง ดูรายละเอียดที่ วัชพืชและปุ๋ยสามครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ข้าวโพดหลังนาปลูกเดือนไหนดี
พฤศจิกายนถึงธันวาคม หรือปลูกทันทีหลังเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อใช้ความชื้นเหลือในดิน ปลูกเร็วทำให้ต้นโตดีและออกดอกไม่ตรงอากาศร้อนจัด
ทำไมไม่ควรให้น้ำทันทีหลังปลูกข้าวโพดหลังนา
เพราะการให้น้ำทันทีทำให้ดินอัดแน่น เมล็ดงอกไม่ได้และเน่า ควรปลูกขณะดินชื้นพอ แล้วให้น้ำครั้งแรกหลังเมล็ดงอก และครั้งต่อไปเมื่อดินแห้ง
ข้าวโพดหลังนาใช้น้ำมากไหม เทียบกับนาปรัง
ใช้น้ำน้อยกว่าทำนาปรังหลายเท่า น้ำที่ใช้ปลูกข้าวนาปรังหนึ่งไร่ปลูกข้าวโพดได้หลายไร่ แต่ช่วงออกดอกต้องไม่ขาดน้ำ ควรให้ตามร่องพร้อมใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง
ปลูกข้าวโพดหลังนาช้ากว่าธันวาคมเกิดอะไรขึ้น
ระยะออกดอกจะตรงอากาศร้อนจัด ทำให้ช่อดอกและไหมแห้ง ผสมเกสรไม่ติด เมล็ดติดไม่เต็มฝักและผลผลิตต่ำ ถ้าปลูกช้าให้พิจารณาพันธุ์อายุสั้นและเตรียมน้ำช่วงออกดอก
ศัพท์ที่ใช้ในหน้านี้
- ข้าวโพดหลังนา
- ข้าวโพดที่ปลูกต่อจากฤดูทำนา ใช้ความชื้นที่เหลือในดินหรือน้ำจากระบบให้น้ำ
- โรตารี
- เครื่องพรวนดินแบบจอบหมุน ทำให้ดินแตกเป็นก้อนเล็กก่อนยกร่อง
- ยกร่อง
- การทำสันและร่องในแปลง ให้น้ำเข้าและระบายออกตามร่องได้สะดวก
อ่านต่อและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 14 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ฉบับแรก