สรุปสั้นๆ
- เก็บเมื่อข้าวโพดแก่จัดและแห้ง ราว 110-125 วัน (พันธุ์อายุสั้นราว 95-110 วัน) สังเกตจาก ต้นและใบเป็นสีฟางทั้งแปลง ความชื้นเมล็ดตอนเก็บในแปลงตัวอย่างราว 20-25%
- ไม่เก็บทันทีหลังฝนตก เพราะเมล็ดชื้นสูง ปล่อยให้ฝักและต้นแห้งก่อน และช่วงใกล้เก็บมักมีพายุฤดูร้อนทำให้ต้นหักล้มได้
- ช่วง สิงหาคมถึงกันยายน ฝนชุก เสี่ยงฝักเน่าและการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา เลือกวันปลูกให้เก็บก่อนหรือหลังช่วงนี้ หรือใช้พันธุ์อายุสั้น
- หลังเก็บให้ ลดความชื้นเมล็ดให้แห้งโดยเร็ว ไม่กองเมล็ดชื้นค้าง เพราะเสี่ยงเชื้อราและสารพิษ และสอบถามความชื้นที่แหล่งรับซื้อก่อนเสมอ
อายุเก็บเกี่ยวและสัญญาณที่ใช้ดู
ข้าวโพดสุกแก่ทางสรีรวิทยาราว 45 วันหลังออกไหม เป็นระยะที่เมล็ดหยุดโตและสะสมน้ำหนักแห้งสูงสุด สังเกตจากชั้นสีดำที่โคนเมล็ด หลังจากนั้นความชื้นในเมล็ดจะลดลงเรื่อยๆ ในไร่ เร็วหรือช้าขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นอากาศ ส่วนใหญ่เก็บที่ราว 110-120 วัน และเราเผื่อขอบบนถึง 125 วัน
- นับอายุ: กลุ่มมาตรฐานราว 110-125 วันนับจากวันปลูก กลุ่มพันธุ์อายุสั้นราว 95-110 วัน
- สัญญาณที่แปลง: ต้นและใบเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวทั้งแปลง ฝักแห้ง เมล็ดแข็ง
- ความชื้นเมล็ด: ตัวอย่างในแปลงหนึ่งอยู่ราว 20-25% ตอนเก็บ ตัวเลขจริงขึ้นกับพันธุ์และอากาศ ถ้ามีเครื่องวัดให้สุ่มวัดหลายจุด
- ไม่ให้น้ำเพิ่ม: เมื่อถึงสุกแก่ทางสรีรวิทยาแล้ว ไม่เพิ่มผลผลิตและทำให้ฝักแห้งช้า
เก็บช่วงไหนเสี่ยง และเก็บหลังฝนอย่างไร
ไม่ควรเก็บทันทีหลังฝนตก เพราะเมล็ดมีความชื้นสูง ให้รอให้ฝักและต้นแห้งก่อน การเก็บช่วงสิงหาคมถึงกันยายนเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราในเมล็ดเพราะฝนชุก ส่วนปลายฤดูฝนที่เก็บช่วงหน้าแล้ง ฝักและเมล็ดมีคุณภาพดี
- ทยอยเก็บตามกำลังที่ลดความชื้นให้ทัน ไม่เก็บมากกว่าที่จัดการได้ภายในไม่กี่วัน
- ถ้าช่วงเก็บของคุณตรงสิงหาคมถึงกันยายน ให้เก็บส่วนที่แก่ก่อนและแห้งก่อน และเตรียมที่ตากหรืออบเมล็ดไว้
- วางแผนที่ว่างสำหรับรถเกี่ยวนวดหรือแรงงานล่วงหน้า เพราะช่วงใกล้เก็บมักมีพายุทำให้ต้นล้ม
หลังเก็บ: ลดความชื้นเมล็ดโดยเร็ว
เมล็ดที่ความชื้นสูงและกองค้างเสี่ยงต่อเชื้อราและสารพิษ จึงควรตากหรืออบให้แห้งโดยเร็วก่อนเก็บรักษาหรือส่งขาย ในการทดลองในห้องปฏิบัติการ การเลือกวิธีลดความชื้นมีผลต่อปริมาณสารพิษที่เหลือ ปฏิทินนี้ไม่ระบุอุณหภูมิหรือความชื้นเป้าหมาย เพราะขึ้นกับวิธีและข้อกำหนดของแหล่งรับซื้อ ให้ถามความชื้นที่รับก่อนเก็บ
- ตากบนลานสะอาดบางๆ และกลับเมล็ดสม่ำเสมอ หรือใช้เครื่องอบตามที่มี
- ไม่กองเมล็ดชื้นในกระสอบหรือรถข้ามคืน
- เมล็ดที่มีกลิ่นอับหรือเป็นรา ให้แยกออกไม่ปนกับเมล็ดดี
คำนวณต้นทุนและกำไรทั้งรอบที่ รู้กำไรขาดทุนก่อนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีโหมดขายสดกับตากแห้งให้เทียบ
ต่อรอบหน้า
ข้าวโพดเป็นพืชปีเดียว ไม่มีรอบตอ เมื่อเก็บเสร็จให้เริ่มนับรอบใหม่จากขั้นเตรียมดิน และเลือกเดือนปลูกรอบหน้าจากหน้า ปลูกข้าวโพดเดือนไหนดี หรือถ้าจะปลูกหลังนาดูที่ ข้าวโพดหลังนา
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้อย่างไรว่าข้าวโพดพร้อมเก็บเกี่ยว
ดูต้นและใบที่เปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวทั้งแปลง ฝักแห้ง เมล็ดแข็ง และนับอายุราว 110-125 วัน (พันธุ์อายุสั้น 95-110 วัน) เมล็ดสุกแก่ทางสรีรวิทยาราว 45 วันหลังออกไหม ซึ่งสังเกตได้จากชั้นสีดำที่โคนเมล็ด
ทำไมไม่ควรเก็บข้าวโพดทันทีหลังฝนตก
เพราะเมล็ดมีความชื้นสูง ต้องใช้เวลาและต้นทุนลดความชื้นมากขึ้น และชื้นนานเสี่ยงเชื้อรา ควรปล่อยให้ฝักและต้นแห้งก่อนเก็บ
เก็บข้าวโพดสิงหาคมถึงกันยายนเสี่ยงอะไร
ฝนชุกทำให้ฝักเน่าและเสี่ยงการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราในเมล็ด ควรเลือกวันปลูกให้เก็บก่อนหรือหลังช่วงนี้ หรือเลือกพันธุ์อายุสั้น และเตรียมลดความชื้นเมล็ดให้ทัน
หลังเก็บข้าวโพดควรทำอะไรกับเมล็ดทันที
ลดความชื้นให้แห้งโดยเร็ว ด้วยการตากบนลานสะอาดบางๆ หรืออบ ไม่กองเมล็ดชื้นค้างข้ามคืน เพราะเสี่ยงเชื้อราและสารพิษ และถามความชื้นที่แหล่งรับซื้อรับก่อนเก็บ
ศัพท์ที่ใช้ในหน้านี้
- สีฟาง
- สีเหลืองอ่อนแห้งของต้นและใบข้าวโพดทั้งแปลงเมื่อแก่จัด ใช้เป็นสัญญาณเก็บเกี่ยว
- ความชื้นเมล็ด
- สัดส่วนน้ำในเมล็ด ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยงเชื้อราและต้องลดก่อนเก็บรักษา
- สารพิษจากเชื้อรา
- สารที่เชื้อราบางชนิดสร้างในเมล็ดชื้น เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ ป้องกันด้วยการลดความชื้นโดยเร็ว
อ่านต่อและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 14 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ฉบับแรก