คำนวณประกันภัยข้าวนาปี 2567
เครื่องมือคำนวณเบี้ยประกันภัยข้าวนาปีที่เกษตรกรต้องจ่ายเอง และวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่จะได้รับ ตามโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2567 เลือกกลุ่มเกษตรกร (ลูกค้าสินเชื่อเกษตร/พื้นที่นำร่อง/ทั่วไป) กรอกจำนวนไร่ และเลือกซื้อประกันภัยส่วนเพิ่ม (Tier 2) ได้ตามต้องการ แล้วดูกราฟเปรียบเทียบเบี้ยและวงเงินคุ้มครอง ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป
เลือกกลุ่มเกษตรกร กรอกจำนวนไร่ แล้วกดคำนวณ เพื่อดูเบี้ยที่ต้องจ่ายเองและวงเงินคุ้มครองที่จะได้รับ
กลุ่มเกษตรกร (ประกันภัยภาคพื้นฐาน Tier 1)
เบี้ยเท่ากันทุกพื้นที่ ไม่แยกโซนเสี่ยง จำกัดไม่เกิน 30 ไร่/ราย
กรุณากรอกจำนวนไร่ให้ถูกต้อง (มากกว่า 0)
ซื้อประกันภัยส่วนเพิ่ม (Tier 2) เพิ่มหรือไม่
เกษตรกรจ่ายเบี้ย Tier 2 เองทั้งหมด เพื่อขยายวงเงินคุ้มครองเพิ่มอีก 240 บาท/ไร่ (ภัยธรรมชาติ) และ 120 บาท/ไร่ (ศัตรูพืช/โรคระบาด)
ตัวอย่างคำนวณ
ตัวอย่าง: เกษตรกรทั่วไปในพื้นที่เสี่ยงปานกลาง ปลูกข้าว 10 ไร่ ซื้อประกันภัยภาคพื้นฐาน (Tier 1) อย่างเดียว ไม่ซื้อ Tier 2 เพิ่ม
เบี้ยประกันภัยเต็ม 1,990 บาท (199 บาท/ไร่ × 10 ไร่) รัฐบาลอุดหนุน 690 บาท เกษตรกรจ่ายเอง 1,300 บาท แลกกับวงเงินคุ้มครองสูงสุด 17,850 บาท (1,190 บาท/ไร่ ภัยธรรมชาติ 7 ภัย + 595 บาท/ไร่ ศัตรูพืช/โรคระบาด รวม 10 ไร่)
(ดูกลุ่มอื่นและจำนวนไร่อื่นในตารางด้านล่าง หรือกรอกตัวเลขจริงในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้)
ตารางเบี้ยที่เกษตรกรจ่ายเอง (Tier 1) ตามกลุ่มและจำนวนไร่
| กลุ่มเกษตรกร | 5 ไร่ | 10 ไร่ | 20 ไร่ | 30 ไร่ |
|---|---|---|---|---|
| ลูกค้าสินเชื่อเกษตร | 0 | 0 | 0 | 0 |
| พื้นที่นำร่อง | 25 | 50 | 100 | 150 |
| ทั่วไป เสี่ยงปานกลาง | 650 | 1,300 | 2,600 | 3,900 |
| ทั่วไป เสี่ยงสูง | 745 | 1,490 | 2,980 | 4,470 |
เบี้ยที่เกษตรกรจ่ายเอง (บาท) เฉพาะประกันภัยภาคพื้นฐาน (Tier 1) ไม่รวมส่วนเพิ่ม (Tier 2) — เป็นตัวเลขอ้างอิงปีการผลิต 2567 เท่านั้น แต่ละกลุ่มมีเงื่อนไขสิทธิ์และเพดานพื้นที่รับประกันต่างกัน (ดูหมายเหตุในเครื่องมือคำนวณด้านบน) ควรยืนยันสิทธิ์และอัตราปีปัจจุบันกับสาขา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศทางการที่ baac.or.th ก่อนตัดสินใจซื้อจริง (อยากได้ตัวเลขไร่อื่นหรือรวม Tier 2 ใช้เครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้ได้เลย)
ซื้อ Tier 2 เพิ่มคุ้มไหม? เทียบตัวเลขจริง
ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นกับความเสี่ยงภัยธรรมชาติ/โรคระบาดในพื้นที่ของตัวเอง แต่ดูตัวเลขจริงเทียบกันได้: ตัวอย่างเดียวกับด้านบน (เกษตรกรทั่วไป พื้นที่เสี่ยงปานกลาง ปลูก 10 ไร่) ถ้าซื้อ Tier 2 เพิ่ม (เลือกโซนเสี่ยงปานกลาง 60 บาท/ไร่) จะเป็นดังนี้
| รายการ | Tier 1 อย่างเดียว | Tier 1 + Tier 2 | ผลต่าง |
|---|---|---|---|
| เบี้ยที่จ่ายเอง (บาท) | 1,300 | 1,900 | +600 |
| วงเงินคุ้มครองสูงสุด (บาท) | 17,850 | 21,450 | +3,600 |
จ่ายเบี้ยเพิ่มอีก 600 บาท แลกกับวงเงินคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นอีก 3,600 บาท คิดเป็น 6.0 เท่า ของเบี้ยที่จ่ายเพิ่ม — พื้นที่ที่เคยเจอภัยธรรมชาติ/โรคระบาดบ่อยอาจคุ้มค่าที่จะซื้อเพิ่ม ส่วนพื้นที่ความเสี่ยงต่ำอาจเลือก Tier 1 อย่างเดียวก็ได้ (กรอกจำนวนไร่/กลุ่ม/โซนเสี่ยงจริงของตัวเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนของหน้านี้เพื่อดูตัวเลขที่ตรงกับแปลงตัวเอง)
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเลขเบี้ยประกันภัยในเครื่องมือนี้เป็นตัวเลขทางการไหม?
เป็นตัวเลขจริงตามมาตรการของภาครัฐ สำหรับ "โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2567" (ปีอ้างอิงล่าสุดที่มีข้อมูลครบถ้วน) ไม่ใช่ตัวเลขประมาณการ แต่โครงการนี้ทบทวนอัตราเบี้ยและวงเงินใหม่ทุกปีการผลิต ตัวเลขปีถัดไปอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบมาตรการของภาครัฐ/ประกาศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสอบถามสาขา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับปีการผลิตปัจจุบันก่อนตัดสินใจซื้อจริง
ทำไมเครื่องมือนี้มีแค่ข้าวนาปี ไม่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์?
เพราะปีการผลิต 2567/68 ไม่มีโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบกำหนดเบี้ยประกันภัย/วงเงินคุ้มครองต่อไร่เหมือนข้าว มาตรการที่ใช้จริงเป็นแบบชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้และสินเชื่อสนับสนุนแทน ซึ่งคำนวณคนละแบบกับประกันภัยรายไร่ จึงไม่ใส่รวมในเครื่องมือนี้เพื่อกันตัวเลขปนกันผิดประเภท
ประกันภัยภาคพื้นฐาน (Tier 1) กับภาคสมัครใจ (Tier 2) ต่างกันยังไง?
Tier 1 เป็นส่วนที่รัฐบาล (และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับลูกค้าสินเชื่อ) ช่วยอุดหนุนค่าเบี้ยบางส่วนให้เกษตรกรทุกราย ให้ความคุ้มครอง 1,190 บาท/ไร่ (ภัยธรรมชาติ 7 ภัย) และ 595 บาท/ไร่ (ศัตรูพืช/โรคระบาด) ส่วน Tier 2 เป็นทางเลือกซื้อเพิ่มที่เกษตรกรจ่ายเบี้ยเองทั้งหมด เพื่อขยายวงเงินคุ้มครองเพิ่มอีก 240 และ 120 บาท/ไร่ ตามลำดับ โดยต้องซื้อ Tier 1 เต็มแปลงก่อนจึงจะซื้อ Tier 2 เพิ่มในแปลงเดียวกันได้
ซื้อประกันภัยส่วนเพิ่ม (Tier 2) เพิ่มคุ้มไหม?
ขึ้นกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ไม่มีคำตอบตายตัว แต่ดูตัวเลขจริงประกอบได้: ตัวอย่างเกษตรกรทั่วไป พื้นที่เสี่ยงปานกลาง ปลูก 10 ไร่ ถ้าซื้อ Tier 2 เพิ่ม (โซนเสี่ยงปานกลาง) จะจ่ายเบี้ยเพิ่มอีก 600 บาท (จาก 1,300 เป็น 1,900 บาท) แลกกับวงเงินคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นอีก 3,600 บาท (จาก 17,850 เป็น 21,450 บาท) คิดเป็นวงเงินคุ้มครองเพิ่ม 6.0 เท่าของเบี้ยที่จ่ายเพิ่ม เกษตรกรในพื้นที่ที่เคยเจอภัยธรรมชาติหรือโรคระบาดบ่อย อาจคุ้มค่าที่จะซื้อเพิ่ม ส่วนพื้นที่ความเสี่ยงต่ำอาจพิจารณา Tier 1 อย่างเดียวก็ได้ (กรอกจำนวนไร่/กลุ่ม/โซนเสี่ยงจริงของตัวเองในเครื่องมือคำนวณด้านบนเพื่อดูตัวเลขที่ตรงกับแปลงตัวเอง)
ทำไมกลุ่ม "ลูกค้าสินเชื่อเกษตร" ถึงจ่ายเบี้ย 0 บาท?
เบี้ยเต็ม Tier 1 ของกลุ่มนี้คือ 115 บาท/ไร่ ซึ่งรัฐบาลอุดหนุน 69 บาท และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อุดหนุนเพิ่มอีก 46 บาทให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อของธนาคารเอง (รวมอุดหนุน 115 บาทพอดี) เกษตรกรกลุ่มนี้จึงไม่ต้องจ่ายเบี้ย Tier 1 เอง แต่ยังมีเพดานไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย และหากต้องการซื้อ Tier 2 เพิ่มยังต้องจ่ายเบี้ยส่วนนั้นเองตามปกติ
ซื้อประกันภัยข้าวนาปีได้ที่ไหน เมื่อไหร่?
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้จำหน่ายกรมธรรม์หลักของโครงการนี้ สมัครได้ที่สาขา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั่วประเทศ ช่วงเวลาขายเปลี่ยนทุกปีตามมาตรการของภาครัฐ (ปีการผลิต 2567 ขายถึง 31 กรกฎาคม 2567 สำหรับ 63 จังหวัดภาคกลาง/อีสาน/ตะวันออก/เหนือ/ตะวันตก และถึง 31 ธันวาคม 2567 สำหรับภาคใต้) ควรสอบถามกำหนดการปีปัจจุบันกับสาขา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใกล้บ้านโดยตรง
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด: 26 กันยายน 2569
ความคิดเห็น
เว็บนี้ไม่มีระบบสมาชิก ทุกความเห็นจะแสดง "รหัสประจำตัว" สั้นๆ ที่อ้างอิงอุปกรณ์/เบราว์เซอร์ที่ใช้แสดงความเห็น (ไม่ใช่การยืนยันตัวตนจริง) เพื่อช่วยให้ดูออกว่าความเห็นที่ชื่อต่างกันมาจากคนเดียวกันหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม
ยังไม่มีความเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็นเลย