ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้
ติดตั้งแอป

แอป ฟาร์มเกษตร ใช้งานได้เหมือนเว็บไซต์นี้ แต่เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

ช่องทางติดต่อ

โทร LINE

บัญชีรับเงิน

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

520-240504-8

ที่ดินเกษตร ซื้อหรือเช่า คุ้มกว่ากัน?

มีเงินก้อน อยากขยายพื้นที่ทำเกษตร แต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าควร "ซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง" หรือ "เช่าที่ดินคนอื่นทำแทน"? กรอกขนาดที่ดิน ราคาที่ดิน เงื่อนไขการซื้อ (จ่ายสด/กู้) ค่าเช่า และระยะเวลาที่วางแผนทำเกษตร ระบบเทียบต้นทุนสุทธิสะสมของ 2 ทางเลือกให้ทันที (ราคาที่ดิน+ดอกเบี้ยที่จ่าย หักมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น เทียบค่าเช่าสะสม หักผลตอบแทนจากเงินทุนที่ไม่ต้องจ่ายซื้อที่ดิน) ไม่ต้องกรอกข้อมูลพืชผลเลยเพราะกำไร จากการทำเกษตรไม่ต่างกันไม่ว่าที่ดินจะเป็นของใคร พร้อมกราฟเปรียบเทียบ องค์ประกอบต้นทุนแต่ละทาง และความไวต่ออัตราเพิ่มมูลค่าที่ดิน ใช้งานฟรี ไม่ต้องติดตั้งแอป

ผลคำนวณเป็นการประมาณตามสมมติฐานที่กรอก (ราคาที่ดิน/ค่าเช่า/อัตราเพิ่มมูลค่าที่ดินผันแปรตามทำเลจริงมาก) ไม่ใช่การรับประกันราคาซื้อขาย ควรเช็คราคาประเมินจริงที่ assessprice.treasury.go.th และสอบถามนายหน้า/อบต.ในพื้นที่ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
หลักการ: เทียบต้นทุนสุทธิสะสมของ 2 ทางเลือกตลอดระยะเวลาที่กำหนด — "ซื้อ" (ราคาที่ดิน + ดอกเบี้ยที่จ่าย หักมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น) กับ "เช่า" (ค่าเช่าสะสม หักผลตอบแทนจากเงินทุนที่ไม่ต้องจ่ายซื้อที่ดิน) ทางเลือกที่ต้นทุนสุทธิต่ำกว่าคือคุ้มกว่า
อ่านเพิ่มเติม

ไม่ต้องกรอกข้อมูลพืชผลหรือกำไรจากการทำเกษตรเลย เพราะปลูกอะไรก็ได้ผลผลิตเท่ากันไม่ว่าที่ดินจะเป็นของตัวเองหรือเช่ามา ตัวแปรนี้จึงหักล้างกันเองระหว่าง 2 ทางเลือก เหลือแต่ "ต้นทุนการถือครองที่ดิน" ล้วนๆ ใช้ได้กับทุกพืช/ทุกรูปแบบการทำเกษตร

1. ขนาดและราคาที่ดิน

⚠️ ค่าตัวอย่างเท่านั้น ผันแปรตามทำเลมากที่สุด — เช็คราคาประเมินจริงที่ assessprice.treasury.go.th ก่อนเสมอ

2. ทางเลือก "ซื้อ"

ทั่วไปธนาคารให้กู้ 50-80% ของราคาประเมิน

⚠️ ตัวแปรที่กระทบผลลัพธ์มากที่สุด — ดูกราฟความไวท้ายผลคำนวณ

3. ทางเลือก "เช่า"

เงินก้อนที่ไม่ต้องจ่ายซื้อที่ดิน นำไปลงทุน/ฝากไว้แทนได้ผลตอบแทนเท่าไหร่

4. ระยะเวลาวิเคราะห์

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างคำนวณจากค่าเริ่มต้นของกล่องคำนวณด้านบน (ที่ดิน 10 ไร่ x 150,000 บาท/ไร่ = 1,500,000 บาท โหมดกู้ ดาวน์ 20% ดอกเบี้ย 5%/ปี 15 ปี ค่าเช่า 4,500 บาท/ไร่/ปี ที่ดินเพิ่มมูลค่า 3%/ปี ผลตอบแทนทางเลือกอื่น 3%/ปี วิเคราะห์ 20 ปี)

ต้นทุนสุทธิ "ซื้อ" -701,053 บาท เทียบต้นทุนสุทธิ "เช่า" -309,167 บาท ที่ปีที่ 20

ซื้อคุ้มกว่าเช่า ประหยัดกว่าประมาณ 391,886 บาท (จุดที่ผลลัพธ์กลับข้างคือปีที่ 10)

(ลองปรับตัวเลขตามที่ดิน/แผนของคุณเองในกล่องคำนวณด้านบนของหน้านี้)

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องมือนี้คำนวณอะไร ต่างจากเครื่องมือ "รู้กำไรขาดทุนก่อนปลูก" 14 ตัวอย่างไร?

เครื่องมือนี้ตอบคำถาม "<strong>ควรซื้อที่ดินทำเกษตรเอง หรือเช่าที่ดินคนอื่นทำดีกว่า</strong>" เทียบต้นทุนสุทธิสะสมของ 2 ทางเลือกตลอดระยะเวลาที่กำหนด — ต่างจากซีรีส์ "รู้กำไรขาดทุนก่อนปลูก" ที่คำนวณกำไร-ขาดทุนจากการปลูกพืชแต่ละชนิด เครื่องมือนี้<strong>ไม่ต้องกรอกข้อมูลพืชผลเลย</strong> เพราะกำไรจากการทำเกษตร (ปลูกอะไรก็ได้ผลผลิตเท่ากัน) ไม่ต่างกันระหว่างที่ดินที่ซื้อเองกับที่ดินที่เช่ามา จึงหักล้างกันเองออกจากสมการ เหลือแต่ "ต้นทุนการถือครองที่ดิน" ล้วนๆ ใช้ได้กับทุกพืช/ทุกรูปแบบการทำเกษตร

หลักการคำนวณ "ต้นทุนสุทธิ" ของแต่ละทางเลือกคืออะไร?

<strong>ซื้อ:</strong> ต้นทุนสุทธิ ณ ปีที่ N = ราคาที่ดินเต็มจำนวน + ดอกเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว (ถ้ากู้) − มูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นถึงปีนั้น (ยังไม่ขายจริง แต่นับเป็นสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่) สูตรนี้พิสูจน์ได้ว่าไม่ขึ้นกับสัดส่วนเงินดาวน์เลย มีแต่จำนวนเงินกู้ที่กระทบผ่านดอกเบี้ยที่จ่ายจริงเท่านั้น — <strong>เช่า:</strong> ต้นทุนสุทธิ ณ ปีที่ N = ค่าเช่าสะสมถึงปีนั้น − ผลตอบแทนที่ได้จากเงินก้อนที่ไม่ต้องจ่ายซื้อที่ดิน (สมมติว่านำไปลงทุนทางเลือกอื่นแทน) — ทางเลือกที่ต้นทุนสุทธิ<strong>ต่ำกว่า</strong>คือคุ้มกว่า

ราคาที่ดิน 150,000 บาท/ไร่ (ค่าเริ่มต้น) มาจากไหน แม่นยำแค่ไหน?

⚠️ เป็นเพียง<strong>ค่ากลางตัวอย่าง</strong>สำหรับที่ดินเกษตรทั่วไปที่มีน้ำ/ถนนเข้าถึง ราคาที่ดินเกษตรจริงผันแปรตามทำเลได้มากที่สุดในบรรดาตัวแปรทั้งหมดของเครื่องมือนี้ (สิบ-ร้อยเท่าต่างกันได้ระหว่างที่ดินห่างไกลกับที่ดินใกล้แหล่งชุมชน/ถนนใหญ่) เครื่องมือนี้จึงมีพรีเซ็ต 4 ระดับให้เลือกเร็ว แต่<strong>ควรเช็คราคาประเมินจริงที่เว็บไซต์ assessprice.treasury.go.th ของกรมธนารักษ์</strong> (ค้นหาได้ทุกแปลงทั่วประเทศ) หรือสอบถามนายหน้าที่ดิน/อบต.ในพื้นที่จริงก่อนตัดสินใจเสมอ อย่าเชื่อค่าเริ่มต้นของเครื่องมือนี้ตรงๆ

ค่าเช่าที่ดินเกษตร ทำไมคำนวณเป็น 3% ของราคาที่ดินแทนที่จะใส่ตัวเลขคงที่?

เพราะพบข้อมูลจริง 2 แหล่งที่สอดคล้องกัน — (1) โครงการปฏิรูปที่ดินของภาครัฐ (ส.ป.ก.) กำหนดอัตราค่าเช่าไว้ที่ประมาณ<strong>ร้อยละ 3 ของราคาที่ดินต่อปี</strong> (2) ค่าเช่านาตลาดจริงที่มีรายงานข่าวพบช่วง 500-2,000 บาท/ไร่/ฤดูทำนา ซึ่งที่ราคาที่ดินนาเฉลี่ย ก็คิดเป็นประมาณ 1-3% ของราคาที่ดินต่อปีเช่นกัน — เครื่องมือนี้จึงคำนวณค่าเช่าเริ่มต้นเป็น 3% ของราคาที่ดินที่คุณกรอกโดยอัตโนมัติ (สมเหตุสมผลกว่าใส่ตัวเลขคงที่ตายตัวที่ไม่ปรับตามราคาที่ดิน) แต่ยังปรับเองได้เสมอถ้ามีข้อมูลค่าเช่าจริงในพื้นที่

อัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อที่ดิน 5% (ค่าเริ่มต้น) มาจากไหน?

อ้างอิงโปรแกรมจริงของ ธ.ก.ส. "สินเชื่อเพื่อสงวนรักษาที่ดินทำกินมีสุข" (ช่วยเกษตรกรที่มีที่ดิน ส.ป.ก. ไม่ให้หลุดมือ) ดอกเบี้ยเริ่มต้น<strong>ร้อยละ 5 ต่อปี</strong> และลดลงเหลือ 4%/3%/2% ตามลำดับ หากชำระหนี้ดีต่อเนื่องในแต่ละปี วงเงินสูงสุด 2.5 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี — ธนาคารทั่วไป (นอกเหนือโปรแกรมพิเศษนี้) มักคิดดอกเบี้ยสูงกว่า (~7% ขึ้นไป) เครื่องมือนี้จึงมีพรีเซ็ตทั้ง 2 ระดับให้เลือก

อัตราเพิ่มมูลค่าที่ดิน 3%/ปี (ค่าเริ่มต้น) เชื่อถือได้แค่ไหน — เป็นตัวแปรที่กระทบผลลัพธ์มากที่สุดใช่ไหม?

⚠️ ใช่ นี่คือ<strong>ตัวแปรที่มีผลต่อผลลัพธ์มากที่สุดของเครื่องมือนี้</strong> และเป็นตัวเลขที่ไม่มีความแน่นอนสูงสุดด้วย — ข้อมูลอ้างอิงเดียวที่ยืนยันได้จริงคือราคาประเมินที่ดินราชการ (กรมธนารักษ์) รอบปี 2566-2569 (รอบละ 4 ปี) ปรับขึ้นเฉลี่ย 8% จากรอบก่อน เทียบเท่าประมาณ 2% ต่อปี แต่ราคาตลาดจริงมักขึ้นเร็วกว่าราคาประเมินราชการ (ราคาประเมินมักตามหลังราคาตลาดจริงเสมอ) เครื่องมือนี้จึงตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ 3% เป็นค่ากลางระมัดระวัง — ที่ดินบางทำเล (ใกล้ถนนตัดใหม่/เขตพัฒนาพิเศษ) อาจขึ้นเร็วกว่านี้มาก ขณะที่ที่ดินห่างไกลอาจขึ้นช้ากว่าหรือแทบไม่ขึ้นเลย ลองปรับตัวเลขนี้ดูในกราฟความไวท้ายผลคำนวณ เพราะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้มากที่สุด

ทำไมไม่มีช่องกรอกภาษีที่ดิน?

เพราะเจ้าของที่ดินเกษตรที่เป็น<strong>บุคคลธรรมดา</strong>ได้รับยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับมูลค่าประเมิน<strong>50 ล้านบาทแรก</strong> ต่อคน ต่อเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน (ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2562) ที่ดินเกษตรขนาดที่เครื่องมือนี้คำนวณ (ระดับไม่กี่ล้านบาท) แทบทุกกรณีจึงเสียภาษี<strong>0 บาท</strong> อยู่แล้ว เครื่องมือนี้จึงตัดช่องนี้ออกเพื่อไม่ให้ซับซ้อนเกินจำเป็น — แต่ถ้าคุณมีที่ดินเกษตรหลายแปลงรวมกันเกิน 50 ล้านบาทในเขต อปท. เดียวกัน หรือถือครองในนามนิติบุคคล (ไม่มีสิทธิยกเว้นเลย) ควรใช้ <a href="https://farmkaset.one/land-tax-calculator/">เครื่องมือคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง</a> แยกต่างหากประกอบการตัดสินใจ

ผลตอบแทนทางเลือกอื่นของเงินทุน (ฝั่งเช่า) ควรตั้งเท่าไหร่?

คือสมมติฐานว่าถ้าไม่เอาเงินไปซื้อที่ดิน จะเอาเงินก้อนนั้นไปทำอะไรแทน — ถ้าเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากประจำธนาคาร/ธ.ก.ส. ทั่วไปจะได้ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำและปลอดภัย (~1.5-2% ต่อปี) แต่ถ้านำไปขยายกิจการฟาร์ม ซื้อเครื่องจักร หรือลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อาจได้ 5-8% ต่อปีขึ้นไป (แต่มีความเสี่ยงมากขึ้นตามไปด้วย) เครื่องมือนี้ตั้งค่าเริ่มต้น 3% เป็นค่ากลาง — ควรปรับตามแผนการใช้เงินจริงของคุณ ยิ่งตั้งสูง "เช่า" จะยิ่งดูคุ้มกว่าในผลคำนวณ

ทำไมสัดส่วนเงินดาวน์ไม่มีผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายเลย (เฉพาะดอกเบี้ยที่กระทบ)?

เพราะต้นทุนสุทธิของการ "ซื้อ" คือราคาที่ดินเต็มจำนวนเสมอ ไม่ว่าจะจ่ายสดหรือผ่อน (คุณเป็นเจ้าของที่ดินเต็มมูลค่าในที่สุดทั้ง 2 กรณี) สิ่งที่ต่างกันมีแค่ "ดอกเบี้ย" ที่ต้องจ่ายเพิ่มถ้าเลือกกู้แทนจ่ายสด — ดาวน์มากขึ้น = กู้น้อยลง = ดอกเบี้ยรวมน้อยลง แต่ไม่กระทบราคาที่ดินเต็มจำนวนที่ต้องจ่ายอยู่ดี เครื่องมือนี้จึงให้ปรับสัดส่วนเงินดาวน์ได้เพื่อดูผลกระทบต่อดอกเบี้ยรวมและยอดผ่อนต่อเดือน แต่ผลลัพธ์ "ซื้อคุ้มกว่าเช่าไหม" จะขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลากู้เป็นหลัก ไม่ใช่สัดส่วนดาวน์

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? โทร 0905928614 หรือ แชท LINE คุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลย