ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้

เพลี้ยไก่แจ้ พืชอาศัย และสารสามัญที่ใช้ป้องกันกำจัด

เพลี้ยไก่แจ้ เป็นแมลงศัตรูพืชที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในพืชตระกูลส้มและไม้ผลบางชนิด ตัวอ่อนดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและใบอ่อน ทำให้ใบหงิกงอ ชะงักการเจริญเติบโต และในบางชนิดสามารถเป็นพาหะนำโรคพืชได้ การเลือกสารกำจัดควรคำนึงถึงชนิดพืช ระยะของแมลง และการป้องกันการดื้อสาร 1. เพลี้ยไก่แจ้พบในพืชอะไรบ้าง เพลี้ยไก่แจ้มีหลายชนิด แต่ชนิดที่สำคัญทางการเกษตร ได้แก่ เพลี้ยไก่แจ้ส้ม (Citrus psyllid) พบในส้ม มะนาว มะกรูด ส้มโอ และพืชตระกูลส้มอื่นๆ เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน (Durian psyllid) พบในทุเรียน โดยเฉพาะช่วงแตกใบอ่อน เพลี้ยไก่แจ้อื่นๆ อาจพบในไม้ผลและพืชหลายชนิด เช่น มะม่วง ฝรั่ง และไม้ประดับ ขึ้นอยู่กับชนิดของเพลี้ยไก่แจ้ 2. อาการที่พบในพืช ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยใช้ปากแบบแทงดูด (piercing-sucking mouthparts) ดูดน้ำเลี้ยงจากยอดและใบอ่อน ทำให้ใบอ่อนหงิกงอ ใบไม่คลี่ ยอดชะงัก และการเจริญเติบโตลดลง บางชนิดสร้างน้ำหวาน (honeydew) ทำให้เกิดราดำ (sooty mold) บนใบ นอกจากนี้ เพลี้ยไก่แจ้บางชนิดสามารถเป็นพาหะของเชื้อสาเหตุโรคพืชได้ 3. สารสามัญที่ใช้ป้องกันกำจัด อิมิดาโคลพริด (Imidacloprid) กลุ่ม 4A เป็นสารดูดซึม (systemic insecticide) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เหมาะกับแมลงปากดูด และสามารถใช้ในช่วงที่เพลี้ยเริ่มระบาด ข้อเสีย คือมีความเสี่ยงต่อการดื้อยาเมื่อใช้ซ้ำบ่อย และมีผลกระทบต่อแมลงที่เป็นประโยชน์บางชนิด จึงควรใช้อย่างเหมาะสม ไทอะมีทอกแซม (Thiamethoxam) กลุ่ม 4A เป็นสารดูดซึม ออกฤทธิ์เร็วและเคลื่อนย้ายภายในพืช เหมาะกับเพลี้ยที่ดูดกินน้ำเลี้ยง ข้อเสีย คืออยู่ในกลุ่มกลไกเดียวกับอิมิดาโคลพริด การสลับสองสารนี้ไม่ได้ถือเป็นการสลับกลุ่มเพื่อป้องกันการดื้อยา ไดโนทีฟูแรน (Dinotefuran) กลุ่ม 4A ดูดซึมเข้าสู่พืชได้ดีและมีประสิทธิภาพกับแมลงปากดูดหลายชนิด ข้อเสีย คือยังเป็นสารกลุ่ม 4A จึงมีความเสี่ยงต่อการดื้อยา หากใช้ต่อเนื่อง และอาจกระทบแมลงที่เป็นประโยชน์ อะซีทามิพริด (Acetamiprid) กลุ่ม 4A ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและมีคุณสมบัติทั้งสัมผัสและดูดซึม เหมาะกับการควบคุมเพลี้ยหลายชนิด ข้อเสีย คือการใช้ซ้ำบ่อยอาจทำให้เกิดการดื้อยา และประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อประชากรเพลี้ยมีการดื้อสาร ไพมีโทรซีน (Pymetrozine) กลุ่ม 9B ออกฤทธิ์รบกวนพฤติกรรมการกินอาหารของแมลงปากดูด ทำให้แมลงหยุดดูดน้ำเลี้ยง ข้อเสีย คือไม่ได้ออกฤทธิ์แบบฆ่าแมลงทันที จึงอาจยังพบตัวแมลงหลังการใช้ในช่วงแรก ฟลอนิคามิด (Flonicamid) กลุ่ม 29 มีผลต่อพฤติกรรมการกินอาหารของแมลงปากดูด และมีประสิทธิภาพกับเพลี้ยหลายกลุ่ม ข้อเสีย คือควรใช้ตามอัตราฉลากและไม่ใช้ซ้ำต่อเนื่อง เพราะประชากรแมลงสามารถพัฒนาความต้านทานได้ 4. การใช้สารอย่างถูกต้อง ควรสำรวจยอดอ่อนและตัวอ่อนก่อนพ่นสาร เพราะระยะตัวอ่อนมักเป็นระยะสำคัญในการควบคุม ไม่ควรเลือกสารจากชื่อการค้าเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบสารสำคัญและกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ (Mode of Action หรือ MoA) ควรสลับสารต่างกลุ่ม MoA ตามหลักการจัดการการดื้อสาร (Insecticide Resistance Management หรือ IRM) และปฏิบัติตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับพืชนั้นๆ 5. สรุป เพลี้ยไก่แจ้พบได้ในพืชหลายชนิด โดยเฉพาะส้มและทุเรียน การกำจัดมีทั้งสารดูดซึมและสารที่รบกวนการกินอาหาร เช่น อิมิดาโคลพริด ไทอะมีทอกแซม ไดโนทีฟูแรน อะซีทามิพริด ไพมีโทรซีน และฟลอนิคามิด สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงเลือกสารที่กำจัดได้ แต่ควรเลือกให้ตรงกับชนิดเพลี้ย ระยะการระบาด และสลับกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์อย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดการดื้อสารและรักษาประสิทธิภาพในการควบคุมระยะยาว
แชร์:

ความคิดเห็น

ถามหมอพืช

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? โทร 0905928614 หรือ แชท LINE คุยกับเจ้าหน้าที่ได้เลย