สรุปสั้นๆ
- ต้นยางผลัดใบทุกปีในหน้าแล้ง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออกมักเริ่ม ต้นกุมภาพันธ์ ภาคใต้ราว มีนาคม ใช้เวลาราว 2 เดือน
- ใบใหม่แตกหลังผลัดใบราว 2 เดือน และควร รอให้ใบแก่ก่อนกลับมากรีด เพราะการกรีดตอนต้นยังฟื้นไม่เต็มได้น้ำยางน้อยและอาจทำให้อายุการกรีดสั้นลง
- ระหว่างพักกรีดให้ทำแนวกันไฟและเก็บใบแห้งรอบแปลง เพราะเศษใบแห้งติดไฟง่ายในหน้าแล้ง และใส่ปุ๋ยรอบแรกเมื่อใบใหม่แก่และฝนเริ่มมา
- ช่วงเดือนที่ให้ไว้เป็นระดับข่าวภาคสนาม ไม่ใช่วันตายตัว ให้ตัดสินจากสภาพใบของสวนคุณเป็นหลัก
การผลัดใบคืออะไร และทำไมต้องพักกรีด
ยางพาราไม่ใช่ไม้ผลัดใบแบบหนาวเย็นของเขตอบอุ่น แต่ในประเทศไทยต้นยางทิ้งใบเก่าเกือบทั้งต้นเมื่อเข้าหน้าแล้งและความชื้นต่ำ แล้วแตกใบอ่อนชุดใหม่ตามมา ช่วงนี้ต้นต้องใช้พลังงานสร้างใบ จึงมีน้ำยางน้อยลงมากและเปลือกอ่อนแอ
เกษตรกรส่วนใหญ่จึงหยุดกรีดทั้งสวนช่วงผลัดใบและแตกใบอ่อน เหตุผลที่ได้ยินซ้ำๆ จากข่าวภาคสนามคือกลัวต้นเสียหายและอายุการกรีดสั้นลง ไม่ใช่เพราะน้ำยางไม่ไหลเลย การพักให้ต้นฟื้นเต็มที่ถือเป็นการลงทุนระยะยาวของสวน
ช่วงเดือนโดยประมาณของสองกลุ่มภาค
| ช่วง | เหนือ อีสาน ตะวันออก | ภาคใต้ | สัญญาณที่สวน |
|---|---|---|---|
| ผลัดใบและพักกรีด | กุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม | มีนาคม ถึง เมษายน | ใบเหลืองแล้วร่วงจนต้นโล่ง |
| แตกใบใหม่และรอให้แก่ | เมษายน | พฤษภาคม | ใบอ่อนเล็ก บาง นิ่ม ยังไม่เขียวเข้ม |
| กลับมากรีดตามปกติ | ต่อจากช่วงรอใบใหม่ ราวปลายเมษายนถึงพฤษภาคม | ต่อจากช่วงรอใบใหม่ ราวพฤษภาคมถึงมิถุนายน | ใบเขียวเข้มและแข็งทั้งสวน |
แหล่งที่ใช้เป็นข่าวและบทความภาคสนาม จึงให้ความมั่นใจระดับต่ำกว่าส่วนอื่นของปฏิทิน ภาคกลางและภาคตะวันตกไม่มีแหล่งเฉพาะ ให้เทียบกับกลุ่มที่อากาศใกล้เคียงกับสวนของคุณ
สัญญาณที่ควรดูก่อนตัดสินใจพักและกลับมากรีด
- ก่อนพัก: ใบเริ่มเหลืองและทยอยร่วงเป็นส่วนใหญ่ของสวน
- ระหว่างพัก: ต้นโล่งหรือเหลือใบน้อย น้ำยางที่ได้ลดลงมากตามรายงานภาคสนาม ถ้ายังกรีดต่อจะได้ผลผลิตต่ำเมื่อเทียบแรงที่เสีย
- เริ่มฟื้น: ตาใบแตกเป็นใบอ่อนสีอ่อนและนิ่ม ช่วงนี้ยังไม่กรีด
- พร้อมกลับมากรีด: ใบเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มและแข็งเกือบทั้งสวน ไม่ใช่เพียงต้นสองต้น
ต้นยางไม่ผลัดใบพร้อมกันทั้งสวน ถ้าเป็นสวนที่พันธุ์และอายุต่างกัน ให้ดูแปลงที่ผลัดใบช้าที่สุดเป็นตัวตัดสินว่าจะเปิดกรีดทั้งสวนเมื่อไร หรือเปิดทีละแปลงตามความพร้อม
งานที่ควรทำระหว่างพักกรีด
- กันไฟ: เศษใบแห้งที่ร่วงทับถมติดไฟง่ายมากในหน้าแล้ง ทำแนวกันไฟรอบแปลงและกวาดใบแห้งออกจากแนวขอบสวน
- ซ่อมสวน: ซ่อมถนน ท่อระบายน้ำ ที่รองน้ำยางและอุปกรณ์กรีด ให้พร้อมก่อนเปิดกรีดรอบใหม่
- ดูแลใบอ่อน: ใบอ่อนเป็นช่วงที่โรคเชื้อรากลุ่มราแป้งเข้าทำลายได้ง่าย ให้เดินสำรวจสวนและสังเกตผงสีขาวที่ใบหรือใบอ่อนที่ร่วงผิดปกติ
- วางแผนปุ๋ย: เตรียมวัสดุสำหรับปุ๋ยรอบแรก ซึ่งใส่เมื่อใบใหม่แก่และฝนเริ่มมา ดูรายละเอียดที่หน้า ใส่ปุ๋ยสวนยางสองรอบต่อปี
ภาคใต้: โรคใบร่วงและการผลัดใบตามฤดูกาล
ในภาคใต้โดยเฉพาะตอนล่างมีโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อรา ระบาดมากที่สุดในช่วงฝนต่อเนื่องสลับแล้ง ข้อมูลภาคสนามรายงานว่าเมื่อต้นผลัดใบตามฤดูกาลและความชื้นลดลง พื้นที่ติดโรคลดลงมาก แต่โรคอาจกลับมาในปีถัดไปเมื่อมีใบใหม่และความชื้นสูง
สำหรับสวนในภาคใต้ ให้สังเกตว่าใบร่วงนอกฤดูผิดปกติหรือไม่ ถ้าใบร่วงมากผิดจังหวะในช่วงฝนชุก ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ส่งเสริมในพื้นที่ ดูความเสี่ยงศัตรูพืชรายเดือนเพิ่มเติมที่ ปฏิทินเฝ้าระวังศัตรูพืช
คำถามที่พบบ่อย
ยางพาราผลัดใบแล้วต้องหยุดกรีดทุกต้นไหม
ส่วนใหญ่หยุดกรีดทั้งสวนช่วงผลัดใบและแตกใบอ่อน เพราะน้ำยางน้อยและต้นต้องฟื้นตัว ถ้ามีต้นบางส่วนที่ใบยังเต็ม ให้เลือกพักทั้งแปลงเดียวกันเพื่อไม่ให้ต้นล้าสะสม
ใบยางใหม่แตกแล้ว กรีดได้เลยไหม
ยังไม่ควร ควรรอให้ใบเปลี่ยนเป็นเขียวเข้มและแข็ง ราว 2 เดือนหลังผลัดใบในรายงานภาคสนาม จึงกลับมากรีดได้
ผลัดใบช้าหรือเร็วกว่าที่เห็นในหน้านี้ ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ ช่วงผลัดใบขยับตามพันธุ์ อายุต้น และสภาพอากาศของปีนั้น ให้ใช้สภาพใบของสวนคุณเป็นตัวตัดสินแทนเดือนในตาราง
ต้องทำอะไรกับสวนยางช่วงพักกรีดบ้าง
ทำแนวกันไฟและเก็บใบแห้งรอบแปลง ซ่อมอุปกรณ์และระบบระบายน้ำ สำรวจโรคที่ใบอ่อน และเตรียมปุ๋ยรอบแรกสำหรับต้นฤดูฝน
ภาคใต้ผลัดใบช้ากว่าภาคอื่นจริงไหม
ข้อมูลข่าวภาคสนามระบุว่าภาคใต้ปิดหน้ายางราวมีนาคม ช้ากว่าภาคเหนือและอีสานที่เริ่มต้นกุมภาพันธ์ เป็นระดับความมั่นใจต่ำ จึงให้ถือเป็นแนวโน้มเท่านั้น
ศัพท์ที่ใช้ในหน้านี้
- ปิดหน้ายาง
- คำเรียกช่วงที่เกษตรกรหยุดกรีดทั้งสวนเมื่อต้นยางผลัดใบ
- ใบอ่อน
- ใบชุดใหม่ที่แตกหลังผลัดใบ ยังเล็ก บาง และนิ่ม เสี่ยงโรคราแป้ง
- แนวกันไฟ
- แถบดินโล่งรอบแปลงที่เก็บเศษใบและวัชพืชออก เพื่อกันไฟลามเข้าสวน
อ่านต่อและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 15 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ฉบับแรก