สรุปสั้นๆ
- เกรดปุ๋ย 15-15-15 คือปริมาณขั้นต่ำที่รับรองของ N, P2O5 และ K2O ตามลำดับ เป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ปุ๋ย 100 กก. จึงมีไนโตรเจน 15 กก. ฟอสฟอรัสในรูป P2O5 15 กก. และโพแทสเซียมในรูป K2O 15 กก.
- ตัวเลขฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมบนถุงเป็น "รูปออกไซด์" ไม่ใช่ธาตุล้วน P2O5 คิดเป็นธาตุฟอสฟอรัสประมาณ 0.44 เท่า และ K2O เป็นธาตุโพแทสเซียมประมาณ 0.83 เท่า
- แม่ปุ๋ยแต่ละตัวมีธาตุไม่ถึง 100% จึงต้องคำนวณย้อน เช่น ผสมสูตร 15-15-15 ปริมาณ 100 กก. ต้องใช้ยูเรีย 19.8 กก. ดีเอพี 32.6 กก. โพแทสเซียมคลอไรด์ 25.0 กก. และตัวเติมอีก 22.5 กก.
- ดีเอพีให้ไนโตรเจนติดมาด้วย ต้องหักออกก่อนคำนวณยูเรีย ไม่อย่างนั้นไนโตรเจนจะเกินสูตร (ตัวอย่างนี้ดีเอพีให้ไนโตรเจนราว 5.9 กก.)
- สูตรที่เข้มข้นมากอาจ "ผสมไม่ได้" เพราะแม่ปุ๋ยที่ต้องใช้รวมกันเกิน 100 กก. (เช่น 20-20-20 ต้องใช้รวม 103.3 กก. ต่อสูตร 100 กก.) และคู่มือนี้อธิบายเฉพาะการคำนวณ ไม่ได้บอกว่าพืชชนิดใดควรใส่สูตรอะไรเท่าไร ซึ่งขึ้นกับผลวิเคราะห์ดิน
ทำไมต้องเข้าใจตัวเลขบนถุงปุ๋ย
ปุ๋ยเคมีถุงเดียวกันอาจขายหลายราคาและหลายสูตร การรู้ว่าตัวเลขบนถุงบอกอะไร ช่วยให้เทียบ "ราคาต่อกิโลกรัมของธาตุอาหาร" ได้จริง ไม่ใช่เทียบแต่ราคาต่อถุง และช่วยให้ผู้ที่ซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมเองรู้ว่าต้องชั่งอย่างละเท่าไรจึงได้สูตรที่ต้องการ
เหตุผลที่บางคนผสมเอง ได้แก่ ต้องการสูตรที่ไม่มีขายสำเร็จรูป หรือต้องการปรับสัดส่วนธาตุให้เข้ากับผลวิเคราะห์ดิน อย่างไรก็ตาม การผสมเองต้องใช้ความระมัดระวังเรื่องความเข้ากันได้ของวัสดุและการชั่งตวง คู่มือนี้อธิบายทั้งสองส่วน
เกรดปุ๋ย N-P-K อ่านอย่างไร
เกรดปุ๋ยคือปริมาณขั้นต่ำที่รับรองของธาตุอาหารหลักสามตัว เรียงตามลำดับเสมอ คือ ไนโตรเจน (N) · ฟอสเฟตในรูป P2O5 · โพแทชในรูป K2O เป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
- อ่านเกรดจากซ้ายไปขวาเป็น N-P₂O₅-K₂O เสมอ
ทำไมฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียมเป็น "ออกไซด์"
ธรรมเนียมการแสดงเกรดใช้รูปออกไซด์ (P2O5 และ K2O) แทนธาตุล้วน และคำแนะนำการใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียมก็มักให้ในรูปออกไซด์เช่นกัน วัสดุปุ๋ยไม่ได้มีสารสองชนิดนี้อยู่จริงๆ และพืชก็ไม่ได้ดูดออกไซด์ มันเป็นเพียงวิธีแสดงปริมาณให้เทียบกันได้
ถ้าต้องแปลงเป็นธาตุล้วน ใช้ตัวคูณต่อไปนี้ (ทวนกับมวลอะตอมแล้ว)
| จาก | เป็น | คูณด้วย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| P₂O₅ | P (ฟอสฟอรัสธาตุ) | 0.44 | ดีเอพี 46% P₂O₅ ≈ 20.1% P |
| P | P₂O₅ | 2.29 | ฟอสฟอรัส 10 กก. ≈ 22.9 กก. P₂O₅ |
| K₂O | K (โพแทสเซียมธาตุ) | 0.83 | โพแทสเซียมคลอไรด์ 60% K₂O ≈ 49.8% K |
| K | K₂O | 1.20 | โพแทสเซียม 10 กก. ≈ 12 กก. K₂O |
เมื่อเทียบราคาปุ๋ย หรือเมื่อคำแนะนำเขียนเป็น "P" ต้องดูว่าเป็นธาตุหรือออกไซด์ก่อน ไม่ให้สับสน
ชนิดของปุ๋ยตามจำนวนธาตุหลัก
- ปุ๋ยเดี่ยว มีธาตุหลักเพียงตัวเดียว เช่น ยูเรีย 46-0-0
- ปุ๋ยผสม มีธาตุหลักมากกว่าหนึ่งตัว เช่น ดีเอพี 18-46-0
- ปุ๋ยสูตรสมบูรณ์ มีครบทั้งสามตัว เช่น 15-15-15 หรือ 6-24-24
- อัตราส่วนปุ๋ย คือสัดส่วนของสามตัวเลข เช่น 6-24-24 เท่ากับ 1:4:4 และ 15-15-15 เท่ากับ 1:1:1
หลักการคำนวณ: ต้องคำนวณย้อนจากธาตุไปหาน้ำหนักแม่ปุ๋ย
แม่ปุ๋ยแต่ละตัวมีธาตุอาหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของน้ำหนัก เช่น ยูเรียมีไนโตรเจน 46% ถ้าต้องการไนโตรเจน 15 กก. ต้องชั่งยูเรียมากกว่า 15 กก. เพื่อให้ได้ธาตุตามต้องการ
- ตัวอย่าง: ต้องการ P₂O₅ 15 กก. จากดีเอพี (46%) → 15 ÷ 0.46 = 32.61 กก.
แต่มีรายละเอียดสำคัญข้อหนึ่ง: แม่ปุ๋ยบางตัวให้ธาตุมากกว่าหนึ่งตัวพร้อมกัน ดีเอพี (18-46-0) ให้ทั้งฟอสฟอรัสและไนโตรเจน เมื่อชั่งดีเอพีเพื่อเอาฟอสฟอรัส ไนโตรเจนติดมาด้วยโดยอัตโนมัติ จึงต้องหักไนโตรเจนส่วนนี้ออกก่อน แล้วจึงหายูเรียที่ต้องเติม เครื่องมือคำนวณทำตามลำดับนี้
- หาน้ำหนักแม่ปุ๋ยฟอสฟอรัส จากปริมาณ P₂O₅ ที่ต้องการ
- คำนวณไนโตรเจนที่ติดมากับแม่ปุ๋ยฟอสฟอรัส (ถ้ามี) แล้วหักออกจากเป้าหมาย N
- หาน้ำหนักแม่ปุ๋ยไนโตรเจน จาก N ที่ยังขาด
- หาน้ำหนักแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม จากปริมาณ K₂O ที่ต้องการ
- รวมน้ำหนักแม่ปุ๋ยทั้งสาม ที่เหลือจากน้ำหนักรวมคือ "ตัวเติม" (วัสดุที่ไม่ให้ N-P-K) เพื่อให้ครบน้ำหนักที่ตั้งไว้
ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น: ผสมสูตร 15-15-15 ปริมาณ 100 กก.
ใช้ยูเรีย (46-0-0) เป็นแหล่งไนโตรเจน ดีเอพี (18-46-0) เป็นแหล่งฟอสฟอรัส โพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) เป็นแหล่งโพแทสเซียม และมีตัวเติมที่ไม่ให้ธาตุหลัก
- ดีเอพี = 15 ÷ 0.46 = 32.61 กก.
- ไนโตรเจนที่ติดมากับดีเอพี = 32.61 × 0.18 = 5.87 กก. จึงเหลือไนโตรเจนที่ต้องหาจากยูเรีย = 15 − 5.87 = 9.13 กก.
- ยูเรีย = 9.13 ÷ 0.46 = 19.85 กก.
- โพแทสเซียมคลอไรด์ = 15 ÷ 0.60 = 25.00 กก.
- รวมแม่ปุ๋ย = 77.46 กก. ดังนั้นตัวเติม = 100 − 77.46 = 22.54 กก.
- ตรวจย้อนกลับ: N = 19.85 × 0.46 + 32.61 × 0.18 = 15.00 · P₂O₅ = 32.61 × 0.46 = 15.00 · K₂O = 25.00 × 0.60 = 15.00
ถ้าต้องการผสมปริมาณอื่น ให้คูณตามสัดส่วน เช่น ผสม 50 กก. ใช้ครึ่งหนึ่งของทุกตัว (ยูเรีย 9.92 กก. ดีเอพี 16.30 กก. โพแทสเซียมคลอไรด์ 12.50 กก. ตัวเติม 11.27 กก.) ลองกรอกตัวเลขของคุณเองที่ เครื่องมือคำนวณผสมปุ๋ย
ตัวอย่างสูตรที่นิยมเรียกกัน และน้ำหนักแม่ปุ๋ยที่ใช้
ตารางนี้คำนวณ 6 สูตรที่เครื่องมือเสนอให้เลือก โดยใช้ยูเรีย ดีเอพี และโพแทสเซียมคลอไรด์ ต่อสูตรปริมาณ 100 กก.
| ชื่อสูตร | เกรด | ยูเรีย | ดีเอพี | โพแทสเซียมคลอไรด์ | ตัวเติม |
|---|---|---|---|---|---|
| พื้นฐาน | 15-15-15 | 19.8 | 32.6 | 25.0 | 22.5 |
| เร่งใบ | 20-10-10 | 35.0 | 21.7 | 16.7 | 26.6 |
| เร่งดอก | 8-20-20 | 0.4 | 43.5 | 33.3 | 22.8 |
| เร่งผล | 13-13-21 | 17.2 | 28.3 | 35.0 | 19.5 |
| เร่งราก | 10-24-10 | 1.3 | 52.2 | 16.7 | 29.8 |
| ฟื้นฟู | 18-8-20 | 32.3 | 17.4 | 33.3 | 17.0 |
ชื่อสูตร เช่น "เร่งใบ" "เร่งดอก" เป็นชื่อเรียกอย่างง่ายของเครื่องมือ ไม่ใช่ข้อกำหนดทางวิชาการ และคู่มือนี้ไม่ได้ระบุว่าพืชใดควรใช้สูตรใดหรืออัตราเท่าไร ซึ่งต้องอิงผลวิเคราะห์ดินและคำแนะนำเฉพาะพืช
เลือกแหล่งฟอสฟอรัสต่างกัน น้ำหนักที่ใช้เปลี่ยนไป
ฟอสฟอรัสมาได้จากแม่ปุ๋ยหลายตัว แต่ละตัวมี P₂O₅ ไม่เท่ากัน และติดไนโตรเจนมาไม่เท่ากัน ซึ่งเปลี่ยนปริมาณยูเรียที่ต้องเติม
| แหล่งฟอสฟอรัส | ยูเรีย | แม่ปุ๋ยฟอสฟอรัส | โพแทสเซียมคลอไรด์ | ตัวเติม |
|---|---|---|---|---|
| ดีเอพี (18-46-0) | 19.8 | 32.6 | 25.0 | 22.5 |
| เอ็มเอพี (11-52-0) | 25.7 | 28.8 | 25.0 | 20.4 |
| ทีเอสพี (0-46-0) | 32.6 | 32.6 | 25.0 | 9.8 |
แหล่งที่ติดไนโตรเจนมามาก (ดีเอพี) ใช้ยูเรียน้อยลง แหล่งที่ไม่ติดไนโตรเจน (ทีเอสพี) ต้องใช้ยูเรียมากขึ้น
ราคาต่อกิโลกรัมของธาตุอาหารและความเหมาะสมของวัสดุกับการใช้งานเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเอง ตารางนี้แสดงเพียงผลทางคณิตศาสตร์ของการเลือกแหล่ง
เมื่อสูตรเข้มข้นเกินไป ผสมไม่ได้
แม่ปุ๋ยแต่ละตัวมีธาตุไม่ถึง 100% ถ้าตั้งสูตรเข้มข้นมาก น้ำหนักแม่ปุ๋ยที่ต้องใช้รวมกันอาจเกินน้ำหนักที่ผสมได้
- ต้องการสูตร 20-20-20 ปริมาณ 100 กก. ใช้ยูเรีย ดีเอพี และโพแทสเซียมคลอไรด์
- ดีเอพี = 20 ÷ 0.46 = 43.48 กก. · ไนโตรเจนที่ติดมา = 7.83 กก.
- ยูเรีย = (20 − 7.83) ÷ 0.46 = 26.47 กก.
- โพแทสเซียมคลอไรด์ = 20 ÷ 0.60 = 33.33 กก.
- รวม 103.3 กก. เกิน 100 กก. จึงผสมสูตรนี้จากสามตัวนี้ไม่ได้ (ตัวเติมติดลบ)
ทางออกคือลดความเข้มข้นของสูตร หรือเปลี่ยนไปใช้แม่ปุ๋ยที่เข้มข้นกว่า เครื่องมือจะแจ้งเตือนกรณีนี้เช่นกัน
ตัวเติมคืออะไร และเลือกอย่างไร
ตัวเติมคือวัสดุที่ไม่ให้ธาตุหลัก N-P-K ทำหน้าที่เติมน้ำหนักให้ครบตามที่ตั้งไว้ จึงมีผลต่อปริมาณวัสดุทั้งหมดที่ต้องใส่ต่อพื้นที่ในกรณีที่คิดเป็นน้ำหนักปุ๋ยผสม ตัวเติมบางชนิดส่งผลต่อดินด้วย เช่น ปูนโดโลไมต์และปูนขาวช่วยลดความเป็นกรดของดิน โดยโดโลไมต์ยังให้แมกนีเซียมด้วย ส่วนปูนที่บดละเอียดกว่าจะละลายเร็วกว่า
ข้อควรระวังตอนผสมและเก็บปุ๋ย
การคำนวณที่ถูกต้องไม่ได้แปลว่าผสมแล้วปลอดภัยเสมอไป เพราะวัสดุปุ๋ยแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพและเคมีต่างกัน
- วัสดุทุกตัวไม่จำเป็นต้องเข้ากันได้ การผสมบางคู่อาจเกิดปฏิกิริยาเคมี เหนียวติดกัน หรือดูดความชื้นจนจับก้อน แนวปฏิบัติของผู้ผลิตปุ๋ยจึงแบ่งการผสมเป็นประเภท เข้ากันได้ จำกัด และไม่ควรผสม
- ปุ๋ยบางชนิดดูดความชื้นจากอากาศ ค่า "ความชื้นสัมพัทธ์วิกฤต" (CRH) คือความชื้นของอากาศที่เหนือกว่านั้นวัสดุจะเริ่มดูดน้ำ ค่ายิ่งต่ำยิ่งดูดง่าย และเมื่อผสมกัน ค่านี้มักต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของส่วนประกอบ อย่างกรณีสุดโต่งคือยูเรียผสมแอมโมเนียมไนเตรต ซึ่งดูดน้ำเร็วมากจนจัดการแบบแห้งไม่ได้
- ผสมเท่าที่จะใช้ เป็นผลต่อเนื่องจากข้อด้านบน ถ้าอากาศชื้นและผสมทิ้งไว้นาน ปุ๋ยผสมมีโอกาสจับก้อนมากกว่าแม่ปุ๋ยเดี่ยว นี่เป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติที่อนุมานจากหลักการ ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดมา
- ขนาดเม็ดควรใกล้เคียงกัน เม็ดใหญ่เล็กต่างกันมากทำให้แยกชั้นตอนขนย้ายหรือหว่าน สัดส่วนธาตุในแต่ละส่วนของกองจึงไม่สม่ำเสมอ
- ชั่งให้ละเอียด ใช้ตาชั่งที่เหมาะกับปริมาณ และผสมให้ทั่ว ค่าที่คำนวณเป็นสัดส่วนทางเคมีตามเกรดมาตรฐาน เกรดจริงของถุงแต่ละล็อตอาจเหลื่อมเล็กน้อย
- ไม่มีเครื่องมือคำนวณใดแทนการอ่านฉลากและคำแนะนำของผู้ผลิตแม่ปุ๋ยที่ซื้อมา หากไม่แน่ใจว่าวัสดุสองชนิดผสมกันได้หรือไม่ ให้ถามผู้จำหน่ายก่อน
ขั้นตอนแนะนำก่อนผสมเอง
- เริ่มจากผลวิเคราะห์ดินและความต้องการของพืช เพื่อกำหนดสูตรหรือปริมาณธาตุที่ต้องการ (เป็นขั้นที่คู่มือนี้และเครื่องมือผสมไม่ได้ทำแทน ดูเครื่องมือคำนวณปุ๋ยจากผลวิเคราะห์ดินที่ คำนวณปุ๋ยจากผลวิเคราะห์ดิน)
- อ่านเกรดแม่ปุ๋ยจริงบนฉลาก แล้วกรอกเปอร์เซ็นต์ให้ตรง ถ้าฉลากต่างจากค่ามาตรฐานของเครื่องมือ ให้คำนวณด้วยค่าจริง
- คำนวณและตรวจย้อนกลับ ว่า N, P₂O₅, K₂O จากแม่ปุ๋ยรวมกันได้ตรงสูตร
- ตรวจความเข้ากันได้ ของแม่ปุ๋ยที่เลือกกับตัวเติม โดยถามผู้จำหน่ายหรือดูแนวปฏิบัติของผู้ผลิต
- ชั่งและผสมให้ทั่ว ทดลองก่อนในปริมาณน้อยถ้าเป็นการผสมครั้งแรก
- บันทึกสูตรและล็อตที่ใช้ เพื่อเทียบผลกับปีถัดไป
ข้อสมมติและข้อจำกัดของคู่มือนี้
- ตัวอย่างใช้เกรดมาตรฐานของแม่ปุ๋ย (ยูเรีย 46-0-0, ดีเอพี 18-46-0, เอ็มเอพี 11-52-0, ทีเอสพี 0-46-0, โพแทสเซียมคลอไรด์ 0-0-60) เกรดจริงของผลิตภัณฑ์ที่ซื้ออาจต่างเล็กน้อย
- คู่มือนี้อธิบายเฉพาะการคำนวณการผสมและหลักความระมัดระวังทั่วไป ไม่ได้แนะนำสูตร อัตรา หรือช่วงเวลาใส่ปุ๋ยของพืชใด
- ไม่ได้ตรวจความเข้ากันได้ทางเคมีของแต่ละคู่แม่ปุ๋ยให้ โปรดตรวจกับผู้จำหน่ายหรือแนวปฏิบัติของผู้ผลิตก่อนผสมจริง
- ไม่รวมธาตุอาหารรอง จุลธาตุ และปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งคิดแยกกัน
- กราฟเรดาร์การเจริญเติบโตในเครื่องมือเป็นแบบจำลองอย่างง่ายเพื่อช่วยตีความสัดส่วนธาตุ ไม่ใช่ผลทดลอง และไม่ได้ใช้ในคู่มือนี้
- เนื้อหาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการเกษตรเฉพาะราย
ที่มาของข้อมูลและวิธีทำคู่มือนี้
- ตัวเลขทุกตัวในตัวอย่างและตารางคำนวณสดจากเอนจินเดียวกับเครื่องมือคำนวณผสมปุ๋ย ไม่ได้พิมพ์ตัวเลขลงในข้อความด้วยมือ
- นิยามเกรดปุ๋ย รูปออกไซด์ ตัวคูณแปลงหน่วย และประเภทปุ๋ย อ้างอิงเอกสารประกอบการสอนด้านดินและปุ๋ยของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ส่วนแนวคิดความชื้นสัมพัทธ์วิกฤตและความเข้ากันได้ในการผสมปุ๋ย อ้างอิงแนวปฏิบัติของสมาคมผู้ผลิตปุ๋ยในยุโรป
- ตรวจซ้ำการคำนวณด้วยการแก้สมการธาตุแยกต่างหากจากเอนจิน และตรวจย้อนกลับว่าธาตุที่ได้ตรงสูตรทุกแถว
- จัดทำโดยกองบรรณาธิการฟาร์มเกษตร ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนแจ้งได้ตามช่องทางในหน้านโยบายบรรณาธิการ
คำถามที่พบบ่อย
ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หมายความว่าอย่างไร?
หมายถึงมีไนโตรเจน (N) 15% ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ 15% และโพแทชในรูป K₂O 15% โดยน้ำหนัก เรียงตามลำดับนี้เสมอ ปุ๋ย 100 กก. จึงมี N 15 กก. P₂O₅ 15 กก. และ K₂O 15 กก. ที่เหลือเป็นส่วนประกอบอื่น
ทำไมต้องใช้ยูเรียมากกว่า 15 กก. เพื่อให้ได้ไนโตรเจน 15 กก.?
เพราะยูเรียมีไนโตรเจนประมาณ 46% ของน้ำหนักเท่านั้น ถ้าต้องการไนโตรเจน 15 กก. ต้องใช้ 15 ÷ 0.46 = 32.6 กก. แต่ถ้ามีไนโตรเจนมาจากแม่ปุ๋ยอื่นอยู่แล้ว เช่นดีเอพี ปริมาณยูเรียที่ต้องใช้ลดลง (ในตัวอย่างหลักเหลือ 19.8 กก.)
P₂O₅ กับ P ต่างกันอย่างไร?
P คือธาตุฟอสฟอรัสล้วน ส่วน P₂O₅ คือรูปออกไซด์ที่ใช้แสดงปริมาณบนฉลากปุ๋ยและในคำแนะนำจำนวนมาก P₂O₅ 1 กก. คิดเป็นธาตุฟอสฟอรัสราว 0.44 กก. ส่วน K₂O 1 กก. คิดเป็นธาตุโพแทสเซียมราว 0.83 กก.
ทำไมบางสูตรผสมไม่ได้ ขึ้นว่าเข้มข้นเกินไป?
เพราะแม่ปุ๋ยที่ต้องใช้รวมกันเกินน้ำหนักที่ผสมได้ เช่น 20-20-20 จากยูเรีย ดีเอพี และโพแทสเซียมคลอไรด์ ต้องใช้แม่ปุ๋ยรวม 103.3 กก. ต่อ 100 กก. ลดความเข้มข้นของสูตร หรือใช้แม่ปุ๋ยที่เข้มข้นกว่าแทน
ผสมปุ๋ยแล้วเก็บไว้ได้นานไหม?
ขึ้นกับชนิดแม่ปุ๋ยและความชื้นของอากาศ ปุ๋ยบางชนิดดูดความชื้นและเมื่อผสมกันยิ่งดูดง่ายขึ้น จึงเสี่ยงจับก้อน ควรผสมเท่าที่จะใช้ในเวลาไม่นานและเก็บในที่แห้ง ปิดมิดชิด เป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติที่อนุมานจากหลักการ ไม่ใช่ระยะเวลาที่วัดมา
คู่มือนี้บอกไหมว่าพืชของฉันควรใส่สูตรอะไร?
ไม่บอก คู่มือนี้อธิบายการอ่านเกรดและคำนวณการผสมเท่านั้น สูตรและอัตราที่เหมาะกับพืชขึ้นกับผลวิเคราะห์ดิน ชนิดและระยะของพืช และเป้าหมายผลผลิต ควรอิงผลวิเคราะห์ดินหรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่
ศัพท์ที่ใช้ในคู่มือนี้
- เกรดปุ๋ย
- ปริมาณขั้นต่ำที่รับรองของ N, P₂O₅ และ K₂O เป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก เรียงตามลำดับนี้
- แม่ปุ๋ย
- วัสดุปุ๋ยพื้นฐานที่ใช้เป็นแหล่งธาตุอาหาร เช่น ยูเรีย ดีเอพี โพแทสเซียมคลอไรด์
- ปุ๋ยเดี่ยว / ปุ๋ยผสม / ปุ๋ยสูตรสมบูรณ์
- มีธาตุหลัก 1 ตัว / มากกว่า 1 ตัว / ครบทั้ง 3 ตัว (N, P₂O₅, K₂O)
- อัตราส่วนปุ๋ย
- สัดส่วนของตัวเลข N : P₂O₅ : K₂O เช่น 6-24-24 = 1:4:4
- ตัวเติม
- วัสดุที่ไม่ให้ N-P-K ใช้เติมให้ครบน้ำหนัก
- ความชื้นสัมพัทธ์วิกฤต (CRH)
- ความชื้นของอากาศที่เหนือกว่านั้นวัสดุเริ่มดูดน้ำจากอากาศ ค่ายิ่งต่ำยิ่งดูดความชื้นง่าย
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 6 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ครั้งแรก