สรุปสั้นๆ
- ในฤดู ต้นสร้างตาดอกเองเมื่อได้อากาศเย็นราว 1-2 เดือน หน้าที่ของชาวสวนคือให้ใบแก่ทันและคุมน้ำให้ต้นพักตัว
- นอกฤดู ใช้สารโพแทสเซียมคลอเรตกับต้นที่ใบแก่แล้ว ออกดอกราว 3-7 สัปดาห์ หลังราด ฤดูฝนยืดไปถึงราว 4-7 สัปดาห์
- ก่อนราดให้ เสริมฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมทางใบ ช่วงพักต้น และไม่ให้ใบอ่อนแตกแทรก อย่าราดซ้อนช่วงที่ลำไยออกดอกตามธรรมชาติ
- สารนี้ต้องใช้ตามฉลากและคำแนะนำ เป็นสารออกซิไดซ์ เก็บห่างวัสดุติดไฟ และการราดช่วงฝนชุกให้ผลแปรปรวนที่สุด
ในฤดู: ใบแก่ + อากาศเย็น + คุมน้ำ
ลำไยต้องการอากาศเย็นช่วงหนึ่งเพื่อสร้างตาดอก โดยทั่วไปอุณหภูมิราว 10-20 องศาเซลเซียส นาน 1-2 เดือนก่อนออกดอก ปีที่หนาวช้าหรือหนาวน้อยออกดอกน้อยและเลื่อน ชาวสวนจึงทำสองอย่างคือให้ใบชุดสุดท้ายแก่ก่อนอากาศเย็นมาถึง และลดหรืองดน้ำช่วงนั้นเพื่อให้ต้นพักตัวและสะสมอาหาร
- เสริมฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมทางดินและทางใบ ลดไนโตรเจน
- งดหรือลดน้ำให้ต้นพักตัวในช่วงใบแก่ แล้วเริ่มให้น้ำเล็กน้อยเมื่อเห็นช่อแทง
- ไม่ให้ใบอ่อนแตกแทรก เพราะใบอ่อนยับยั้งการออกดอก
นอกฤดู: ราดสารเมื่อใบแก่พร้อม
ลำไยนอกฤดูใช้สารโพแทสเซียมคลอเรตกระตุ้นให้ต้นที่ใบแก่ออกดอกโดยไม่ต้องรอความหนาว วิธีที่นิยมคือราดลงดินรอบทรงพุ่ม ปริมาณขึ้นกับชนิดสาร ขนาดทรงพุ่ม อายุต้น และเนื้อดิน จึงไม่ใส่อัตราในหน้านี้ ให้ปฏิบัติตามฉลากและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่
- เตรียมต้น: ทำความสะอาดทรงพุ่ม กำจัดวัชพืช กวาดวัสดุคลุมดินออก ถ้าดินแห้งให้รดน้ำให้ชุ่มก่อนราดหนึ่งวัน
- หลังราด: ให้น้ำให้ดินชุ่มต่อเนื่องตามคำแนะนำจนต้นแทงช่อ
- เวลาที่รอ: ทั่วไปราว 20-35 วัน ช่วงฝนชุกอาจยืดถึงราว 4-7 สัปดาห์
- เดือนที่ราด: เลือกจากเดือนเก็บที่ต้องการดู ตารางราดสารเดือนไหน เก็บเดือนไหน
เดือนที่ราดมีผลต่อการออกดอก
งานทดลองที่เปรียบเทียบเดือนพบว่าราดช่วงอากาศเย็นและแล้ง ต้นออกดอกเฉลี่ยราว 8 ใน 10 ต้น ส่วนเดือนที่ฝนหนักเหลือราว 4 ใน 10 ต้น เพราะฝนชะสารจากบริเวณราก ทำให้ความเข้มข้นลดลง และใบอ่อนแตกแทรกหลังราดง่าย ชาวสวนภาคตะวันออกที่ต้องราดช่วงฝนเพื่อเก็บให้ตรงตลาดต้นปี บางรายต้องทำซ้ำหลายครั้งและมีต้นทุนช่วงชักนำดอกสูงกว่าปกติ
- ราดช่วงที่ฝนตกหนักจะให้ผลแปรปรวน ควรเตรียมต้นให้ใบแก่พร้อมจริงและวางแผนต้นทุนเผื่อ
- ถ้าฝนตกหนักทันทีหลังราด ติดตามตาดอกและยอดอ่อน แล้วปรึกษาเจ้าหน้าที่เรื่องแนวทางเสริม ไม่ราดซ้ำเองโดยไม่ทราบอัตราและผลข้างเคียง
- ไม่ราดซ้อนช่วงที่ลำไยออกดอกตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นช่วงธันวาคมถึงมกราคมในหลายพื้นที่
สัญญาณและขั้นต่อไป
เมื่อเห็นตุ่มตาดอกที่ปลายยอดและช่อเริ่มยืด แสดงว่าชักนำสำเร็จ ให้จดวันที่ช่อแทงครั้งแรกและวันที่ดอกบาน 50% ไว้ แล้วไปต่อที่ แทงช่อและดอกบาน ถ้ายอดอ่อนโผล่แทนช่อดอก ให้เฝ้าดูและปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนตัดสินใจทำซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ลำไยในฤดูต้องราดสารไหม
ไม่ต้อง ลำไยในฤดูออกดอกเองเมื่อใบแก่ทันและได้อากาศเย็นพอ งานของชาวสวนคือเตรียมใบ ลดไนโตรเจน เสริมฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียม และคุมน้ำให้ต้นพักตัว ส่วนการราดสารใช้กับลำไยนอกฤดู
ราดสารแล้วกี่วันลำไยจะออกดอก
ทั่วไปราว 20-35 วัน และช่วงฝนชุกที่ยืดออกไปถึงราว 4-7 สัปดาห์ ถ้าเลยช่วงนี้แล้วยังไม่เห็นตาดอก ให้ตรวจว่ามียอดอ่อนแทรกหรือฝนชะสารหรือไม่ แล้วปรึกษาเจ้าหน้าที่
ทำไมใบอ่อนไม่ควรราดสาร
ใบอ่อนมีสารที่ยับยั้งการออกดอก ต้นที่ใบยังอ่อนจึงตอบสนองสารน้อยมากและออกช้า การรอให้ใบแก่ก่อนหรือปลิดใบอ่อนที่แทรกออกทำให้ผลดีกว่ามาก
ลำไยต้องการอากาศหนาวเท่าไร
ราว 10-20 องศาเซลเซียส นาน 1-2 เดือนเพื่อสร้างตาดอกในฤดู ปีที่อากาศเย็นน้อยจะออกดอกน้อยหรือเลื่อน ลำไยนอกฤดูที่ใช้สารไม่ต้องรอความหนาวนี้
โพแทสเซียมคลอเรตอันตรายอย่างไร
เป็นสารออกซิไดซ์ที่ทำให้วัสดุติดไฟลุกง่ายเมื่อปนกับสิ่งที่เผาไหม้ได้ ต้องเก็บแยก ห่างเชื้อเพลิง ไม่ผสมกับสารอื่น และอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
ศัพท์ที่ใช้ในหน้านี้
- ชักนำดอก
- การทำให้ต้นที่พร้อมแล้วออกดอก เช่น พักต้นรอความหนาวในฤดู หรือราดสารกระตุ้นนอกฤดู
- ราดสาร
- การใส่สารโพแทสเซียมคลอเรตลงดินรอบทรงพุ่มเพื่อกระตุ้นการออกดอกของลำไยนอกฤดู
- ตาดอก
- ตุ่มที่ปลายยอดซึ่งจะยืดเป็นช่อดอก เห็นได้ก่อนช่อแทงเต็มที่
อ่านต่อและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการปรับปรุงเนื้อหา · อัปเดตล่าสุด 11 ตุลาคม 2569
- — เผยแพร่ฉบับแรก