ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกร จะซื้อปุ๋ยยาฯในราคาส่ง สั่งได้ 24 ชม. ส่งให้ถึงบ้าน ซื้อปลีก ซองเดียว ขวดเดียว ก็ขาย ราคาปลีก ได้ของแถม ทุก 500 บาท มีครบ ทุกปุ๋ยยาฯสามัญ สั่งผลิตก็ได้

พืชแสดงอาการอย่างไรเมื่อถูกไรทำลาย? รู้จักชนิดไรศัตรูพืชและวิธีเลือกสารกำจัดให้ตรงจุด

ช่วงแล้งและฝนทิ้งช่วง "ไรศัตรูพืช" มักระบาดรวดเร็ว เกษตรกรมักมองข้ามเพราะตัวเล็กมาก หากปล่อยจนใบกร้าน ดอกร่วง หรือผลลาย ผลผลิตจะเสียหายหนัก บทความนี้สรุปอาการ ชนิดไร พืชอาศัย พร้อมข้อดีข้อเสียของสารกำจัด เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเลือกใช้ได้ตรงจุดและคุ้มค่า 1. พืชแสดงอาการอย่างไรเมื่อถูกไรเข้าทำลาย? ไรเป็นสัตว์ขาข้อตระกูลแมงมุม ใช้ปากดูดกินน้ำเลี้ยง แสดงอาการดังนี้ - ใบซีดด่างและกร้าน: เกิดจุดประขาวหรือเหลือง ก่อนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลกร้าน - ใบหงิกงอผิดรูป: ขอบใบม้วนงอลง ยอดหดสั้น กร้าน แข็ง (พบบ่อยในพริก มะเขือ) - ผิวผลผลิตลายด้าน: ผิวส้ม ทุเรียน เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ายสนิม (Rust - ผิวสนิม) หรือเป็นขุยลาย - เส้นใยปกคลุม: ไรแดงระบาดหนักจะพบใยบางๆ คล้ายใยแมงมุมปกคลุมใต้ใบ 2. ชนิดของไรศัตรูพืชที่พบบ่อยและพืชอาศัย (Host plants - พืชอาศัย) - ไรแดง (Red spider mites - ไรแดงใยแมงมุม): ตัวสีแดงเข้ม ชักใย พืชอาศัยคือ ทุเรียน มะละกอ มันสำปะหลัง กล้วยไม้ ไม้ดอก - ไรขาวพริก (Broad mites - ไรขาว): ตัวเล็กใส ดูดยอดอ่อนจนม้วนงอ พืชอาศัยคือ พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว มะนาว แตง - ไรสนิม (Rust mites - ไรสนิม): ดูดกินผิวผลและใบจนคล้ำด้าน พืชอาศัยเด่นคือ ส้ม มะนาว ส้มโอ - ไรสี่ขา (Gall mites - ไรปุ่มปม): ตัวคล้ายหนอนจิ๋ว ดูดจนใบพองเป็นปุ่มปม พืชอาศัยคือ ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง 3. สารสามัญที่ใช้กำจัด ข้อดีและข้อเสีย ควรเลือกสารกำจัดไรโดยเฉพาะ (Acaricides - สารกำจัดไร) และสลับกลุ่มยาเพื่อเลี่ยงไรดื้อยา (Resistance - ความต้านทานต่อสารเคมี) 1) อะบาเมกติน (Abamectin) - ข้อดี: ซึมผ่านใบดี คุมทั้งไร เพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ ราคาประหยัด - ข้อเสีย: ไรดื้อยาง่ายมากหากใช้ซ้ำ ไม่เหมาะช่วงระบาดหนัก 2) ไพริดาเบน (Pyridaben) - ข้อดี: น็อกเร็ว (Knockdown effect - ฤทธิ์กำจัดเฉียบพลัน) คุมตัวอ่อนและตัวแก่ได้ดี - ข้อเสีย: ไม่ฆ่าไข่ ไรดื้อยาไว และเป็นพิษต่อไรตัวห้ำ 3) โพรพาร์ไกต์ (Propargite) - ข้อดี: ออกฤทธิ์สัมผัสและไอระเหย แทรกซึมทรงพุ่มดี คุมได้นาน - ข้อเสีย: ห้ามพ่นตอนแดดจัด เสี่ยงเกิดพิษต่อพืช (Phytotoxicity - พิษจากสารเคมีต่อพืช) จนใบหรือผลไหม้ 4) สไปโรมีซิเฟน (Spiromesifen) / สไปโรไดโคลเฟน (Spirodiclofen) - ข้อดี: คุมไข่และตัวอ่อนได้นาน ปลอดภัยต่อพืชและผึ้ง - ข้อเสีย: ตัวแก่ตายช้า ต้องพ่นตั้งแต่เริ่มพบระบาด 5) เฮกซีไทอะซอกซ์ (Hexythiazox) - ข้อดี: คุมไข่และยับยั้งการลอกคราบได้ดีเยี่ยม ปลอดภัยสูง - ข้อเสีย: ไม่ฆ่าตัวเต็มวัยทันที ต้องพ่นสลับกับยาฆ่าตัวแก่ 4. ควรเลือกสารอะไร เมื่อพบไรระบาดร่วมกับหนอน? หากแปลงพืชมีทั้งไรและหนอน ควรเลือกสารที่คุมได้ทั้งสองกลุ่มเพื่อประหยัดต้นทุน - พบไรและหนอนกระทู้: ใช้ คลอร์ฟีนาเพอร์ (Chlorfenapyr - คลอร์ฟีนาเพอร์) กำจัดได้ทั้งหนอนดื้อยาและไรอย่างเด็ดขาด - พบไรและหนอนชอนใบ: ใช้ อะบาเมกติน (Abamectin) ร่วมกับน้ำมันแร่ (Petroleum spray oil - ปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์) ช่วยคุมไข่ไรและแทรกซึมฆ่าหนอนใต้ผิวใบ - พบไรและหนอนเจาะสมอ / หนอนม้วนใบ: หากใช้ยาหนอนอย่าง อีมาเมกติน เบนโซเอต (Emamectin benzoate) ให้ผสมยาคุมไข่ไร เช่น เฮกซีไทอะซอกซ์ (Hexythiazox) เพื่อตัดวงจรไรไปพร้อมกัน 5. เทคนิคการพ่นสารให้ได้ผล - พ่นใต้ใบ: ปรับหัวฉีดฝอยละเอียด ฉีดช้อนใต้ใบเพราะไรและไข่ซ่อนอยู่ใต้ใบ - สลับกลุ่มยา: ไม่ใช้สารกลุ่มเดิมติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง เพื่อกันดื้อยา - ฉีดพ่นเช้าหรือเย็น: เลี่ยงแดดจัด และผสมสารจับใบ (Adjuvants - สารเสริมประสิทธิภาพ) ทุกครั้ง สรุปท้ายบทความ การจัดการไรศัตรูพืชให้ได้ผลดี ต้องหมั่นส่องใต้ใบและตัดไฟแต่ต้นลม หากพบหนอนระบาดร่วมด้วยให้เลือกสารที่ครอบคลุมทั้งสองกลุ่มอย่างถูกต้อง การสลับกลุ่มสารเคมีและพ่นช้อนใต้ใบจะช่วยลดต้นทุนค่ายาและรักษาคุณภาพผลผลิตได้อย่างยั่งยืน
แชร์:

ความคิดเห็น

ความเห็นและคำตอบในชุมชนเป็นของผู้ใช้งานแต่ละคน ไม่ใช่การวินิจฉัยมืออาชีพ และไม่ใช่ความเห็นของฟาร์มเกษตร ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่เกษตรก่อนใช้ยา/สารเคมี — อ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ถามหมอพืช

🌱 หมอพืช

บอกอาการของพืชที่เจอมาได้เลยครับ เช่น ชื่อพืช + ปัญหาที่พบ แล้วเดี๋ยวช่วยหาสินค้าที่เหมาะกับคุณ

พิมพ์เสร็จกดถามเลย ระบบจะช่วยหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมบทความให้อ่านเพิ่มเติม

ยังไม่แน่ใจ? ลองถามเกษตรกรด้วยกันที่ ชุมชนเกษตรออนไลน์ ได้ฟรี